บทที่ 1 ผู้หญิงของธีมะ
เปลือกตาบางปรือขึ้นเพื่อรับสัมผัสซึ่งสุขกายแต่ทุกข์ระทมทางจิตใจ น้ำตาคลอเอ่อล้นทว่าไม่อาจปล่อยให้รินไหลดั่งใจคิด ความปวดร้าวจุกแน่นทั่วทั้งอกไม่ต่างจากมีก้อนหินและดินทรายมาถ่วงใส่หัวใจดวงน้อยซึ่งอ่อนแอ
มือนุ่มนิ่มกำขยำผ้าปูที่นอนสีหวานอย่างรัญจวน เรียวปากถูกเม้มเข้าหากัน พยายามไม่ส่งเสียงยั่วเย้า แต่ก็อดที่จะบิดกายไปมาไม่ได้ เมื่อจากจังหวะการเคลื่อนไหวของ ‘เจ้าชีวิต’ ช่างหนักหน่วง รุนแรงและเร่งเร้า แต่บางครั้งอ่อนโยน แผ่วพลิ้ว จนใจตรงอกซ้ายที่จมอยู่กับน้ำตาเผลอไผลวาดฝันถึงวิมานรัก
สองขาเรียวถูกมือหนาจับไว้แน่น สีหน้าคนซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เจ้าชีวิต’ เรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์ ไร้อารมณ์และความรู้สึก โดยเฉพาะยามอยู่ใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ภรรยา ซึ่งถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่อาจถูกต้องตามหัวใจ
ร่างโตซึ่งสูงเฉียดร้อยแปดสิบเซนติเมตรจับจ้องคนใต้ร่างด้วยสายตาว่างเปล่า ในหัวใจซึ่งกำลังเต้นตุบๆ ระรัวถี่ยิบ ไม่รู้สึกถูกตาตรึงใจ หรือพิศวาสคนซึ่งรองรับอารมณ์อยู่แม้แต่น้อย เนื่องด้วยหัวใจของเขามีไว้เพื่อมอบให้ ‘ฝนทิพย์***’*** ผู้จากไปคนเดียวเท่านั้น
“คุณธี นิชาไม่ไหวแล้วค่ะ นิชาเหนื่อย” ความอดทนของนาฏนิชาหมดลงเมื่อเจ้าชีวิตของหล่อนไม่รู้จักอิ่มเอม เขายังกระหายในเซ็กซ์ที่ไร้รัก ซึ่งวันนี้ราวพายุร้ายอันบ้าคลั่ง ร่างขาวผ่องจึงเป็นจ้ำแดงจากการถูกรักซึ่งทำให้ทั้งคู่สุขสม
“ฉันไม่อยากได้ยินเสียงเธอ นาฏนิชา” ถ้อยคำของธีมะ สามีไร้ใจทำให้หญิงสาวตัวเล็กเจ็บช้ำระบมไปทั่ว
เพียงแค่ธีมะกล่าวเสียงเฉียบ นาฏนิชาก็นิ่งเงียบ ปิดปากสนิท ไม่เอื้อนเอ่ยหรือร้องขอความเมตตา เพราะรู้ว่าหล่อนไม่มีวันได้มัน พร้อมยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ครั้งนี้ชายหนุ่มจะหนักมือมากกว่าทุกหนแต่หล่อนก็อดทน ถือว่าเป็นการตอบแทนทุกสิ่งอย่างที่เขาเคยเมตตา
มือจับร่างระหงพลิกให้หันหลังอย่างแผ่วเบา ก่อนค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สมองอันชาญฉลาดต้องปวดหนึบ เนื่องจากวันนี้คือวันจากไปของคนที่รัก ทุกครั้งเมื่อวันนี้มาถึงธีมะมักต้องเจ็บปวดทุรนทุราย ทรมานราวคนใกล้ตาย
คนที่กำลังรองรับอารมณ์เมื่อโดนพลิกตัวก็ปล่อยน้ำตาให้รินไหล แต่ไม่มีเสียง ผิวกายก็ร้อนผะผ่าวไม่ต่างไปจากชายหนุ่ม ใบหน้าคร้ามคมจูบไซ้ทั้งแผ่นหลัง จูบประทับไปทั่วแล้วค่อยๆ ขยับกายเข้าหา
“อื้มมม” ในที่สุดหญิงสาวก็เผลอไผลส่งเสียงร้องดังออกมาเป็นหนที่สอง แต่น้ำเสียงนั้นค่อนข้างสั่นติดแหบพร่า ขนลุกชันเมื่อใกล้พบกับความสุขซึ่งยากจะจินตนาการ
ใช่ว่าบทรักของธีมะจะดุเดือด เร่าร้อนให้หล่อนเลือดตกยางออก ทุกครั้งชายหนุ่มจะสุภาพ นุ่มนวล ไม่หยาบคาย แต่วันนี้กลับตรงข้าม แต่นาฏนิชาก็เข้าใจเป็นอย่างดี โดยหล่อนต้องตกเป็นที่ระบายความเจ็บซึ่งเกินจะเยียวยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่นานนักร่างสูงใหญ่ก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คนเหนื่อยหอบ และแม้เปลือกตาใกล้จะปิดลงเต็มแก่ แต่ก็ยังต้องฝืนขืนตัวลุกขึ้น
หลังพาคนตัวเล็กไปท่องดินแดนสวรรค์ชั้นฟ้า ธีมะก็พักเหนื่อยอยู่ได้สักสิบนาที จากนั้นยันกายขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ โดยมีภรรยาไร้รักอย่างนาฏนิชาคอยช่วยเหลือ หญิงสาวช่วยชายหนุ่มติดกระดุมด้วยมือที่สั่นระริกอย่างอ่อนล้า
“อีกสองอาทิตย์ฉันจะให้กิตติเอาที่ตรวจครรภ์มาให้ทดสอบ” น้ำเสียงราบเรียบดังออกจากปากหยักที่ได้รูป
“ค่ะ”
