บทที่ 11 สามีไร้ใจ (04)

คนตกอยู่ในสภาวะเศร้าทุกข์ใจมานานยกมือขึ้นทาบอก รู้สึกตกใจ ปกติคนรักของลูกสาวมักจะมาช่วงหัวค่ำ หล่อนจึงคิดทำลายบ่วงพันธะที่ดึงรั้งทั้งคนและวิญญาณให้วนเวียนจมอยู่ในความทุกข์ร่วมกัน

             “แม่จะทำอะไรครับ” ทนรอไม่ไหวเขาจึงเอ่ยปากถามออกไป

             “คือแม่…แม่” คนสูงวัยอึกอักและพูดไม่ออก ในวันนี้คำถามแสนง่ายกลับเขย่าหัวใจให้สั่นคลอน เนื่องจากสิ่งที่ตนเองจะทำเป็นการผิดสัญญา แต่หล่อนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากจะให้ลูกสาวพ้นการวนเวียนอยู่กับความทุกข์ ไม่ยอมไปไหนแม้วันเวลาจะล่วงเลยมาเกือบสามปีเต็ม

             “แม่จะผิดสัญญากับผมหรือครับ” เสียงแหบต่ำพึมพำถาม ขณะนัยน์ตามีฝ้าน้ำจางๆ รื้นขึ้น ไม่รู้วันนี้เป็นวันอะไรกัน จึงเจอแต่คนผิดสัญญา และจับจ้องทิพย์ณาราอย่างผิดหวังสุดขีด

             คนเป็นแม่ซึ่งต้องสูญเสียลูกสาวรีบหมุนตัวหันหลังให้ ไหล่ก็โยกไหวในทันที ใช่ว่าไม่เห็นใจธีมะ แต่หากฝืนรั้งต่อไป ลูกของหล่อนคงไม่มีวันสงบสุข และชายหนุ่มก็จะไม่มีวันหลุดพ้น

             “แม่…ครับ” จากที่เดินโผเผเข้ามา มีอาการวิงเวียนคล้ายลมตีในช่วงท้อง สิ่งเหล่านั้นหายไปในพริบตา กลับมีความรู้สึกเจ็บร้าวลึกเข้ามาแทนที่

“ผมขอเถอะนะครับ หยะ…อย่าเผาของฝนทิ้งเลย” น้ำเสียงสั่นๆ เอ่ยขอ ต่อให้ก้มลงกราบแทบเท้าก็ยินยอม

             “แต่ธี…ปล่อยฝนไปเถอะ แม่อยากจะให้ฝนไปสู่สุคติเสียที แล้วธีก็อย่ามาที่บ้านนี้อีก ถือว่าแม่ขอ ธีต้องกลับไปอยู่กับภรรยาของธี ไปใช้ชีวิตครอบครัวที่มีความสุข เราจะได้ช่วยกันปลดปล่อยยัยฝนไง” ทิพย์ณาราอธิบาย เหตุผลที่เลือกทำเพราะได้ยินเสียงบางอย่างบ่อยครั้งขึ้น เสียงนั้นหล่อนมักได้ยินยามฝนทิพย์รู้สึกไม่สบายใจ

             ประโยคยาวเหยียดที่ปลิวกระทบหูเล่นเอาธีมะเข่าทรุด ใบหน้าส่ายสะบัดไปมาแรงๆ ใครจะบอกว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่สน แต่เขาจะไม่มีวันเลิกรักฝนทิพย์

             ‘เขาผิดมากหรือที่ยังยึดมั่นในรัก’

           ‘เขาผิดมากหรือที่ยังโหยหาอ้อมกอดอบอุ่นในยามมีกันและกัน’

           ‘เขาผิดมากหรือที่ยังเรียกร้องหาคนที่ตายจากไป’

             ชายหนุ่มเฝ้าถามตนเองว่า ผิดอะไร ในเมื่อสิ่งเหล่านั้นสร้างความสุขให้แก่ตนเอง ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เพียงไม่นานรอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากยามรู้สึกถึงลมเย็นๆ ซึ่งพัดกระทบผิวกายให้เย็นยะเยียบไปถึงขั้วหัวใจ

             “ธีปล่อยฝนไปเถอะนะลูก ฝนคงไม่เป็นสุขหากธียังยึดติดอยู่เช่นนี้” คนเป็นแม่ยังพยายามหว่านล้อม ก่อนกายต้องสะท้าน ยกมือขึ้นกอดตัวเองเมื่อรับรู้ถึงการมาของใครบางคนจากสายลม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สายลมเอื่อยๆ แต่ราวพายุร้ายที่เกรี้ยวกราด แรงลมพัดจนต้นไม้โอนเอน ใบไม้ปลิวไหวโบกสะบัด และร่วงหล่น

             ลมพายุคะนองยังพัดวนราวคนซึ่งจากไปต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง หรืออาจกำลังปฏิเสธต่อความคิดของคนเป็นแม่ว่า หล่อนไม่ได้อยู่เพราะจมปลักต่อความรัก แต่อยู่เพราะเฝ้ารอในการก่อกำเนิด และที่ยังวนเวียนเพราะแค่อยากจะดูแล อยากอธิบายว่าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายที่ทำให้หล่อนต้องจากไป แต่วิญญาณที่ไม่มีใครมองเห็นจะพูดจะบอกกับใครได้เล่า จึงทำได้เพียงอยู่รอบๆ คอยปกป้องเท่าที่จะทำได้

             ด้านคนน้ำตาคลอจุดประกายรอยยิ้ม หลายวันมาแล้วที่เขาไม่รับรู้ถึงสัมผัสแบบนี้ จึงโหยหาเอาการ แล้วหันตัวหมุนตามแรงลม ส่วนทิพย์ณาราก็ปล่อยโฮ ทรุดร่างลงกับพื้นอย่างหมดแรง ความคิดถึงและโหยหาแทบล้นทะลัก

             “ฝน…ลูกแม่” แล้วคนสะอื้นก็ได้รับรู้ถึงแรงสัมผัสจากด้านหลัง ไม่นานรู้สึกเหมือนมีคนมาอิงซบศีรษะลงกับไหล่ของตนเองซึ่งเป็นสิ่งที่ฝนทิพย์ชอบทำยามออดอ้อนบอกรัก เรียกน้ำตาให้ไหลราวทำนบแตก

             “ฝน…ธีคิดถึงฝน” ธีมะฝากคำคิดถึงบอกผ่านสายลม ก่อนรับรู้ถึงความเย็นที่ปะทะกายหนักขึ้น

“เดี๋ยวธีจะเก็บเสื้อผ้าของฝนไปไว้ที่เดิมนะ” เขาพูดขณะสายตาหันไปร้องขอต่อทิพย์ณารา และเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าจึงรีบโน้มตัวลงหอบเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้กลับไปยังห้องนอนเช่นเดิม

             “ฝน…ถ้าถึงเวลา แม่หวังว่าหนูจะจากไปอย่างสงบสุขนะ” หล่อนได้แต่ส่ายหน้าไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ หนักไปทางเศร้า ไม่สามารถรับรู้ถึงเหตุผลที่ลูกสาวอยากจะสื่อได้ แต่จะพยายามคิดในแง่ดี และจะทำใจเชื่อว่า อีกไม่นานฝนทิพย์คงได้จากไปอย่างสงบสุข

             ธีมะซึ่งไม่ต่างจากคนบ้ายิ้มกับเสื้อผ้าที่ตนเองกำลังพับเก็บ ข้าวของถูกวางไว้เหมือนตอนที่หญิงสาวยังมีชีวิตอยู่ ภายในหัวใจก็เต้นตึกตึก กำลังผิดปกติเพราะใบหน้าที่ฉีกยิ้มขัดกับความรู้สึกโศกเศร้า คล้ายกับว่าเขากำลังโกหกความรู้สึกของตนเอง

             วิญญาณที่ล่องลอยส่ายหน้าซีดขาวไปมาอย่างช้าๆ รับรู้ถึงความสับสนในใจดวงโต อยากให้คนรักเปิดใจให้ภรรยาเช่นนาฏนิชา จะหมดห่วงทันทีหากธีมะใช้ชีวิตคู่กับนาฏนิชาตลอดไป เชื่อว่าอีกฝ่ายจะรักและซื่อสัตย์ต่อชายหนุ่มไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

             แผ่นหลังกว้างทิ้งลงกับฟูกบนเตียงนอนกว้าง ไม่นานในวงหน้าเข้มก็ระบายยิ้มที่กว้างมากกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยยุบตัวของฟูกอีกด้าน แล้วผมดำขลับก็ถูกลูบแผ่วๆ เสมือนในวันวานไม่มีผิด

             “ธีจะรักฝนคนเดียวนะ” แรงสัมผัสหยุดกึกเมื่อสิ้นคำ แล้วลมเย็นก็หายวับไป

“ฝน…อย่าทิ้งธีไป ฝน” เขาผวาตัวลุกขึ้นแล้วตะโกนเสียงเข้ม ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกรุ่นโกรธในเรื่องใดจึงจากไปเสียดื้อๆ และชั่วอึดใจนั้นเสียงบางอย่างก็ปลิวแว่ว เรียกอาการสั่นสะท้านแก่ทุกคนในบ้าน รวมไปถึงธีมะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป