บทที่ 20 เก่า Vs ใหม่ (03)
คำถามจากมารดา สร้างความรู้สึกแปลกพิกลแก่ธีมะ จู่ๆ ใจก็เต้นแรง สะท้านสั่นไหวเพียงนึกคิดไปว่า ภรรยาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้เลิกกับตนเอง แต่พอสบประสานสายตาก็รับรู้ว่า ความคิดของตนผิดถนัด
“หรือว่า เป็นคำสั่งของคุณหญิงเอื้องคำที่สั่งให้เธอดูแลตัวเองให้มีน้ำมีนวลขึ้นเพื่อเสี่ยกำธร” ประโยคเหยียดยาวที่ถูกพ่นออกมาเต็มด้วยความหยามเหยียด สายตาก็ดูแคลน
“อะไรนะคะคุณแม่” หญิงสาวร้องถามด้วยความงุนงงและสงสัย ด้านธีมะก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่มารดาเอื้อนเอ่ย
“อ้อ…ไม่มีอะไรหรอก แต่ฉันเคยบอกเธอแล้วไง ให้กลับมาเรียกฉันว่า คุณหญิง อีกหน่อยเราก็จะไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว เธอจะได้ชิน” ถ้อยคำเชือดนิ่มๆ เรียกรอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนเรียวปากสีอ่อนซึ่งทาทาบทับด้วยลิปสติกของคีรีนุช
“ค่ะคุณหญิง” น้ำตาแทบคลอเบ้า เหมือนอีกฝ่ายเรียกหล่อนมาเพื่อตอกย้ำและซ้ำเติม และกว่าเวลาทรมานจะสิ้นสุดลงก็เล่นเอาหัวใจดวงน้อยวาบวับแทบขาดใจ ต้องกำมือเป็นก้อนกลมไม่รู้กี่หน บางครั้งก็นิ่งงันราวโดนคำสาป
เท้าอ่อนแรงรีบก้าวฉับๆ ออกจากห้องอาหาร ไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น เอาแต่ปล่อยน้ำตาให้รินไหล เพียงแต่ว่า มันไร้เสียงร้อง
คุณหญิงวิมานก็ไม่ได้ไยดีต่อลูกสะใภ้แม้สักนิด ไม่ได้รู้สึกสงสาร เพราะหัวใจของหล่อนแคร์เพียงแค่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยปากให้ลูกชายทำหน้าที่สารถีพาคีรีนุชกลับไปส่งบ้าน ทว่าธีมะกลับปฏิเสธแล้วรีบเดินตามนาฏนิชาไป
“ตาธีคงรีบกลับไปเคลียร์งานที่บริษัทน่ะจ้ะหนูนุช” หล่อนรีบหันมาแก้ตัวแทนลูกชาย ไม่อยากให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ต้องเสียใจ
“ค่ะคุณแม่” แม้ส่งยิ้มเป็นการตอบว่า ไม่เป็นไร ทว่านัยน์ตากลับส่อเค้าอาฆาตอย่างไม่ปกปิด มือเกร็งกำเข้าหากัน รู้สึกริษยา ไม่ชอบใจในตัวของนาฏนิชามากขึ้น ไม่นานกลับต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองอีกหน
“คุณแม่คะ นุชว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ นุชรู้สึกหนาวชอบกล”
“ไปจ้ะ แม่ก็หนาวเหมือนกัน” จากนั้นทั้งสองก็พากันออกไป หลงเหลือเพียงแค่ใครบางคนซึ่งล่องลอย ไร้คนมองเห็น นัยน์ตาที่เคยซีดขาววันนี้กลับวาวโรจน์สีแดงเข้ม สื่อได้ถึงอารมณ์ที่กรุ่นด้วยโทสะ และจะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวาง ไม่ให้การแต่งงานครั้งใหม่ของคนรักเกิดขึ้น เพราะคีรีนุชไม่ดีพอสำหรับธีมะ คนที่ใช่มีเพียงนาฏนิชาที่รักชายหนุ่มอย่างจริงใจเท่านั้น
“นิชา นาฏนิชา”
แม้ได้ยินเสียงทุ้มตะโกนเรียกไล่หลังมา แต่เท้าสวยกลับไม่หยุดมีแต่ก้าวฉับๆ เพื่อหนีหน้า ไม่พร้อมจริงๆ กับการต้องคำฟังถ้อยคำเย็นชา ทำร้ายหัวใจให้เป็นรูพรุน
“ฉันบอกให้หยุดไงนิชา” น้ำเสียงเริ่มห้วนกระด้าง แต่ไม่ถึงกับตวาดสร้างความกลัว ก่อนเปลี่ยนจากเดินมาเป็นสาวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดตัว
ร่างน้อยออกแรงสะบัดมือหนาที่แตะสัมผัสหัวไหล่ ทำเอาธีมะอ้าปากค้าง ไม่เคยเห็นปฏิกิริยาต่อต้านจากนาฏนิชา นี่คือครั้งแรก ก่อนสาวเจ้าจะขยับเท้าหมายจะเดินหนีไปอีก เขาจึงก้าวเท้าไปดักหน้า ซึ่งสาวเจ้าก็เบี่ยงตัวหลบ เมินหน้าไปอีกทาง
“ทำไมต้องเดินหนีฉันนิชา” ชายหนุ่มร้องถามอย่างไม่เข้าใจในสาเหตุ
เมื่อไร้หนทางหนี จึงจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงนั้นแผ่วระโหย
“นิชาไม่ได้หนี เพียงแค่ไม่อยากให้คุณธีต้องลำบากใจ”
“…” คำตอบจากหญิงสาว เล่นงานจนธีมะจุกจนพูดไม่ออก
“แต่ว่าฉันเรียกเธอก็ไม่น่าจะเดินหนี เดินเร็วๆ แบบนี้ ขืนล้มไปจะทำยังไง เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะนิชา จะคิดจะทำอะไรก็ต้องดูดีๆ หลายๆ รอบ”
ปากซีดเผือดไร้สีเลือดสั่นระริก สุดท้ายชายหนุ่มก็เป็นห่วงลูกในท้อง ใช่ห่วงใยตนเอง สร้างความเจ็บเหลือคณา จนไหล่ไหวขึ้นลง แต่ยังไร้เสียงสะอื้น ทำเพียงปล่อยน้ำตาแห่งความโศกให้ร่วงหล่นผ่านพวงแก้มที่แดงปลั่ง
“เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง” เขาก้าวเท้ามาขวาง ไม่ยอมให้หญิงสาวขยับหนี
“ไม่เป็นไรค่ะ นิชาขับรถกลับเองได้” เธอบอกเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ เนื่องด้วยต้องกลั้นใจบังคับให้เป็นปกติ ก่อนต้องก้มหน้างุด ยามถูกจับไหล่แล้วพลิกตัวให้เผชิญหน้า แถมยังถูกช้อนให้เงยหน้าขึ้น ก่อนเห็นทีท่าตระหนกของสามี
ปล่อยมือออกแทบไม่ทัน ไม่คิดว่า จะพบเห็นหน้าเปื้อนด้วยน้ำตาของหญิงสาว จนชาหนึบหนับไปทั้งใจ ส่วนคนสะอื้นก็ยกมือขึ้นมาปิดหน้า แล้วหันหลังหนีอีกหน ก่อนมือหนาจะยกขึ้นแล้วดึงร่างน้อยเข้าสู่อ้อมกอด แม้มันจะขัดแย้งกับสมองที่สั่งการก็ตามที
ไม่อยากให้ความหวัง แต่ไม่อาจปล่อยให้นาฏนิชาเจ็บช้ำเพราะตนเองไปมากกว่านี้ แม้รู้ดีว่าอาจทำให้หญิงสาวแอบคิดฝันไปไกล
“อย่าร้องเลยนิชา อย่าร้อง เข้มแข็งเถอะ เพราะยังไงฉันก็ไม่มีวันรักเธอ”
ทันทีที่ได้ยินคำปลอบที่เฉือนให้ใจเจ็บ ร่างน้อยก็ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดอย่างเร็วไว แต่ไม่อาจทำได้ ก่อนปล่อยโฮสุดเสียง ไม่อาจทนทานต่อสิ่งหยาบกระด้าง แต่อ้อมกอดนี้หล่อนไม่อาจปฏิเสธเพราะโหยหาและปรารถนาจะได้โอบรอบเอวสอบ ซึ่งวันนี้ก็มีโอกาส
ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้ว สามเดือนได้แล้วกระมัง กับการห่างเหินทางกายจากร่างหนา แต่หัวใจนี่สิ ห่างเหินกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปอีกสิบวัน สิบเดือนหรือสิบปี หัวใจดวงน้อยก็ไม่มีทางสมหวังดั่งปรารถนา เพราะชายหนุ่มบอกย้ำชัดเสมอว่า หัวใจของเขาไม่ว่างพอให้ใครได้ครอบครอง เนื่องจากมันมีไว้ให้ฝนทิพย์เพียงคนเดียว
“นิชา” เสียงครางราวดังออกจากหัวใจ เพราะมันสั่นพร่า เหมือนจังหวะการเต้นที่ระส่ำเอาการ
“นิชาไม่เป็นอะไร ปล่อยนิชาเถอะค่ะ นิชาจะกลับไปทำงาน” เจ็บจะตายแต่ปากดันบอกไม่เป็นอะไร
