บทที่ 11 บทที่ 12 (แรกเจอ ต่อ)

บทที่ 12 (แรกเจอ ต่อ)

หลังจากวันนั้นที่เตชินท์ได้เข้ามาช่วยเหลือโชติมนต์จากธนาในครั้งนั้น โชติมนต์ก็โทรหาเตชินท์เพื่อที่จะเอาเสื้อไปคืนเขา ในตอนแรกเตชินท์ยังวางฟอร์มที่จะไม่โทรหาหญิงสาวก่อนเพราะกลัวว่าเธอจะไม่ไว้ใจ แต่เมื่อหญิงสาวโทรมา เตชินท์ก็เริ่มตีสนิทและเข้าหาหญิงสาวมาเรื่อย ๆ และทั้งคู่ก็สนิทกันมากขึ้นโชติมนต์เพิ่งรู้ว่าเตชินท์ฝึกงานที่เดียวกับตนเองฝึกงานที่เดียวกันไม่พอ ทั้งคู่ยังเรียนที่เดียวกันแต่คนละคณะอีกด้วย

“ เนย ไปกินข้าวกัน” เตชินท์มาหาหญิงสาวในตอนพักกลางวัน และเขาก็มักจะมาหาเช่นนี้ทุกวัน

"อืม รอเพื่อนเนยแป๊บนะ เตหิวหรือยัง” โชติมนต์หันไปถามเตชินท์ด้วยความเกรงใจ เพราะเพื่อนเธอยังทำงานไม่เสร็จแต่ก็เกรงว่าเตชินท์จะหิวและรอนาน

“ เฮ้ย ไม่ต้องรอแกไปกินกับเตก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันไปกับไอ้เรียวเอง ไปก่อนเลย ๆ” นารีย์ขยิบตาให้เพื่อนสาวอย่างหยอกล้อ โชติมนต์แอบหยิกไปที่เอวเพื่อนสาวเบา ๆ เพื่อนของเธอรู้ว่าเตชินท์จีบโชติมนต์อย่างแน่นอน และดูเหมือนว่าคนที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครได้เข้ามาในชีวิตอย่างโชติมนต์จะเปิดโอกาสให้เตชินท์อย่างง่ายดาย แค่นี้พวกเธอก็รู้และว่าทั้งคู่คงจะมีความรู้สึกตรงกัน เธอจึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันให้เต็มที่

“ไอ้เวรนั้นมาวุ่นวายอะไรกับเนยอีกไหม ”เตชินท์ถามหญิงสาวออกไปเพราะเตชินท์รู้ว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ธนากลับเข้ามาทำงาน เพราะก่อนหน้านั้นธนานอนโรงพยาบาลไปเกือบสองอาทิตย์ เตชินท์พาหญิงสาวมานั่งทานข้าวที่ร้านใกล้ ๆ กับบริษัทที่ทั้งคู่ฝึกงานอยู่เพราะสะดวกต่อการกลับเข้าไปทำงานต่อ

“ ก็มาถามว่าใครที่ทำร้ายเขา แต่เนยไม่ได้บอกหรอกนะ เขาบอกว่าจะไปขอดูกล้องวงจรปิดแต่ถ้าเขามาเอาเรื่องเต เนยจะแจ้งความเหมือนกันว่าเขาจะข่มขืนเนย เตไม่ต้องห่วงนะ” เธอพูดจริงเธอจะไม่มีวันยอมให้ผู้มีพระคุณของเธอต้องเดือดร้อนเพราะมาช่วยเธอเป็นอันขาด

“ ขอบคุณนะที่ปกป้องเต ตัวเล็กแค่นี้แต่ใจไม่เล็กเลยนะ” เตชินท์เงยหน้ามามองหญิงสาวด้วยแววตาที่วาบหวามในอก ตัวเธอเล็กขนาดนี้แต่กลับมีน้ำใจที่จะปกป้องเขาถึงแม้จะไม่ได้ปกป้องโดยใช้กำลังเหมือนที่เขาทำ แต่เธอก็ยอมเอาชื่อเสียงไปแลกกับการช่วยเขา เตชินท์ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“ อ้าวก็เตเป็นผู้มีพระคุณของเนยนี่นา เนยก็ต้องปกป้องเตสิ” ถ้าไม่ได้เตชินท์วันนั้นก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะเป็นอย่างไร เธออาจจะกลายเป็นบ้าไปแล้วก็ได้

“ ครับ ๆ แต่ตอนนี้คนเก่งต้องรีบทานข้าวแล้วล่ะ เดี๋ยวเข้างานไม่ทันจะโดนดุเอาทั้งคู่เลย” ชายหนุ่มตักกับข้าวใส่จานหญิงสาวอย่างเอาใจ

“ อิอิ จ้า ทานกัน”

ทั้งคู่นั่งทานข้าวด้วยกันไปจนหมด เตชินท์ก็เรียกเก็บเงินแน่นอนว่ามื้อนี้เขาเปย์ให้เธออย่างไม่ต้องสงสัย แต่โชติมนต์ก็ไม่ยินยอมนัก เธอขอช่วยออกค่าอาหาร แต่ชายหนุ่มก็บอกว่ามื้อหน้าขอให้เธอออกแทนละกัน นั้นหมายความว่าทั้งคู่ได้ตกลงสัญญาที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกันอีกครั้ง และครั้งหน้าโชติมนต์ก็ยังคงไม่ได้เป็นคนจ่ายค่าอาหารของเช่นเดิม

.

..

...

“ ป๊า..เตขอประวัติพนักงานที่ชื่อธนาหน่อยสิ ” เตชินท์ขึ้นมาหาวิทวัสที่ชั้นผู้บริหารหลังจากส่งหญิงสาวกลับไปที่แผนกที่เธอทำงานแล้ว เขาก็รีบตรงขึ้นมาหาบิดาตนเองทันทีและใช่ที่นี่คือบริษัทบิดาของเตชินท์นั่นเอง

“ ธนาไหน เตจะเอาไปทำไม” วิทวัสเงยหน้ามาถามลูกชายตนเองอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ก็ไหนลูกชายเขาบอกว่าไม่ให้บอกใครว่าเตชินท์คือลูกชายของเจ้าของบริษัทอย่างไรล่ะ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ขึ้นมาเขาถึงห้องเช่นนี้

“ ไอ้ธนาแผนกจัดซื้อไงป๊า ขอให้เตหน่อย ” เตชินท์ไม่รู้ว่าธนาใช้นามสกุลอะไรแต่ต้องอยู่แผนกเดียวกับโชติมนต์แน่ ๆ

“ ได้ ๆ เดี๋ยวป๊าให้ฝ่ายบุคคลเอาขึ้นมาให้ ว่าแต่เตมีอะไรกับธนาอะไรนี่ล่ะ” วิทวัสกดอินเตอร์คอมสั่งงานให้เลขาไปจัดการตามที่เตชินท์ต้องการ

“ มันจะข่มขืนเด็กฝึกงาน เนี่ยเตว่ามันไม่โอเคนะป๊า มันทำแบบนี้กับเด็กฝึกงานมากี่คนแล้วก็ไม่รู้ อีกหน่อยเขาก็จะคุยกันแล้วก็จะไม่มีใครอยากจะมาฝึกงานกับเราอีกแล้วล่ะป๊า บริษัทเราเสียหายนะ”  สิ่งที่เตชินท์อยากจะรู้ก็คือมีเด็กฝึกงานกี่รุ่นแล้วที่โดนธนาลวนลามเช่นนี้ เพราะบริษัทของบิดาเขารับเด็กฝึกงานเข้ามาทุกปี และธนาก็ทำงานที่นี่มานานแล้วเช่นกัน

“ เดี๋ยวนะ เขาจะไปข่มขืนอะไรใครตอนไหนแล้วเตรู้ได้อย่างไร” วิทวัสมองลูกชายตนเองอย่างตกใจ ลูกชายเขาไปรู้ได้อย่างไรวิทวัสถามออกมาอย่างสงสัย ทำไมเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยล่ะถ้ามีการจะข่มขืนกันจริง ๆ แน่นอนว่าจะต้องมีรายงานขึ้นมาถึงประธานบริษัทอย่างเขาแน่นอน

“ รู้สิ ก็เตเป็นคนไปช่วยเด็กคนนั้นเอง แล้วเตก็เห็นกับตาด้วย ป๊าเอามันออกเถอะเชื่อเต อย่าให้ปลาเน่าตัวเดียวมาทำให้เหม็นทั้งบริษัทเลย” ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโหถ้าเขาไม่บังเอิญเดินออกมาสูบบุหรี่ข้างนอก ป่านนี้หญิงสาวจะต้องเจอกับเรื่องอัปยศอย่างไรบ้างวันนั้นมันน่ากระทืบซ้ำจริง ๆ เชียว

“ หึๆ ป๊าภูมิใจในตัวของเตมากเลยนะ อนาคตบริษัทเราก็ต้องฝากไว้ในมือเตนะลูก”

เตชินท์คือลูกชายเพียงคนเดียว ที่ไม่เคยจะทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเตชินท์ก็ทำสำเร็จไปเสียทุกครั้ง วิทวัสมองหน้าลูกชายตนเองอย่างชื่นชมไม่ต้องหาหลักฐานอะไรให้วุ่นวาย แค่คำพูดจากปากของเตชินท์ก็ทำให้ธนาโดนไล่ออกจากงานได้อย่างง่ายดาย และวิทวัสเลือกที่จะทำตามที่ลูกชายตนเองต้องการ เพราะจริงอย่างที่ชายหนุ่มว่าปลาเน่าแค่ตัวเดียวมันไม่คุ้มกันเลยจริง ๆ ธนาโดนไล่ออกทันทีในช่วงบ่ายวันนั้น วิทวัสยังคงจ่ายเงินเดินอย่างเต็มเดือนให้กับอดีตลูกน้องตนเองไป แต่เขาก็รับเลี้ยงไว้ไม่ได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าธนาจะไม่ยอมรับข้อกล่าวหา แต่เขาก็จนด้วยหลักฐานเพราะวิทวัสส่งเลขาของตนไปขอคลิปจากกล้องวงวรปิด ที่ร้านอาหารแห่งนั้น และข่าวนี้จะต้องถูกปิดตายอย่างไม่มีใครรู้ เพราะแน่นอนว่ามันย่อมมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท และที่สำคัญโชติมนต์เองก็ไม่อยากเอาเรื่องให้เป็นคดีความ เพราะแค่ไล่ออกและขู่ว่าจะแจ้งความธนาก็ไม่กล้าจะกลับมาสร้างปัญหาให้เธออีกเป็นแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป