บทที่ 13 บทที่ 14 (PR)
บทที่ 14 (PR)
“ แกแน่ใจแล้วเหรอยัยเนย ” จันทร์วาดและราเชนทร์เดินเข้ามานั่งที่เตียงนอนของโชติมนต์ ทั้งคู่มองดูโชติมนต์ที่กำลังแต่งหน้าอย่างเป็นห่วง
“ อืม แน่ใจ ” โชติมนต์หันไปมองและยิ้มให้จันทร์วาดกับราเชนทร์บาง ๆ และหันกลับมาแต่งหน้าต่อ ดูจากสีหน้าของจันทร์วาดก็พอจะรู้แล้วว่าเธอไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร แต่โชติมนต์ไม่มีทางเลือกและถึงมีเธอก็เลือกทางนี้อยู่ดี
“ คนหัวอ่อนแบบแกจะทำได้เหรอวะ ฉันละเป็นห่วงจริง ๆ เอาแบบนี้แกเอาเงินฉันกับพี่เชนไปก่อนไหม ” จันทร์วาดไม่ไว้ใจหรอกเธอเป็นห่วงโชติมนต์ที่สุด เพราะเธอจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งลูกพี่ลูกน้องของเธอก็เคยเกือบจะโดนข่มขืนเพราะคนเมาแต่ดีที่มีคนมาช่วยเสียก่อนและคนที่ีมาช่วยเอาไว้ก็คือพ่อของน้องรินนั่นอย่างไร
“ นั่นนะสิเนย พี่เองก็พอจะมีเงินอยู่สักก้อนเนยเอาไปจ่ายให้โรงพยาบาลก่อนเถอะ อย่าไปทำงานนี้เลยนะ มันไม่ใช่ว่างานนี้จะไม่ดีนะ พี่ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกแต่พี่ว่ามันไม่เหมาะกับเนย ซื่อ ๆ อย่างเนยพี่กลัวจะถูกหลอกเอานะสิ ”
ราเชนทร์เองเห็นด้วยกับแฟนสาวของตน ถึงเขาจะไม่รวยแต่เขาก็เต็มใจช่วยรินลดากับโชติมนต์เสมอ เพราะเขาเองก็เห็นเด็กหญิงมาตั้งแต่อ้อนตั้งแต่ออก โชติมนต์ไม่เหมือนจันทร์วาดนิสัยใจคอทั้งคู่ก็ต่างกันจันทร์วาดหัวแข็งไม่ยอมใครง่าย ๆ ผิดกับโชติมนต์ที่ค่อนข้างหัวอ่อน
“ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ เงินก้อนนั้นพี่เชนกับจอยช่วยกันเก็บเอาไว้แต่งงานกัน อย่าให้เนยต้องเป็นคนทำให้ฝันของทั้งคู่ต้องพังลงเลยนะคะและอีกอย่างเนยทำงานนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ เนยทำได้พี่เชนกับจอยไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”
โชติมนต์ไม่อยากจะเป็นที่ทำลายความฝันของทั้งคู่ เธอรู้ดีว่าเงินก้อนนั้นทั้งคู่เก็บเอาไว้แต่งงานกัน แล้วอย่างนี้เธอจะเอามาได้อย่างไรเธอไม่หน้าด้านพอหรอกนะ แค่ทั้งคู่ช่วยดูแลลูกเธอ เธอก็ซึ้งใจมากแล้ว
“ พี่กับจอยคุยกันแล้ว เราสองคนตกลงที่จะจดทะเบียนสมรสกันเฉย ๆ และอาจจะมีกินเลี้ยงกันเล็ก ๆ ในครอบครัวก็พอเราจะไม่จัดงานแต่งที่ใหญ่โตอะไร เพราะฉะนั้นเงินก้อนนั้นก็น่าจะเหลือพอเป็นค่ารักษาน้องรินก่อน ”
จันทร์วาดเองก็ไม่ได้มีญาติที่ไหนเหลืออีกแล้วเท่าที่มีก็เหลือแค่โชติมนต์กับรินลดา มารดาของเธอก็เพิ่งจะเสียไป ราเชนทร์เองก็รับปากจะดูแลสองหญิงสาวและหนึ่งเด็กหญิงกับมารดาของจันทร์วาดเอาไว้อย่างดี แล้วอย่างนี้ทั้งราเชนทร์และจันทร์วาดจะปล่อยญาติสองคนที่เหลืออยู่ของเธอต้องดิ้นรนตามลำพังได้อย่างไร
“ ใช่เนยฉันกับพี่เชนเราตกลงกันแล้ว แกเอาเงินไปพรุ่งนี้ฉันกับพี่เชนจะไปถอนให้ แกไม่ต้องเกรงใจ ” เพราะทั้งสองฝากเงินไว้ในบัญชีชื่อร่วมการที่จะถอนออกมาได้ มันจึงจำเป็นที่จะต้องไปด้วยกันคู่
“ ไม่เอาล่ะจอย เอาเป็นว่าถ้าฉันไม่ไหวจริง ๆ ฉันจะขอให้ช่วยนะ ถึงฉันเอาเงินแกมามันก็ไม่พอค่ารักษาน้องรินอยู่ดี ฉันไปหาเท่าที่ได้ก่อนถ้าขาดเหลือยังไงฉันค่อยมายืมแกกับพี่เชน ตกลงไหม ” โชติมนต์ตัดบทสนทนากับทั้งคู่ เพราะถ้ายังคุยกันก็คงจะไม่จบ เธอรู้ว่าทั้งคู่หวังดีแต่งานที่เธอทำมันก็สร้างรายได้ให้เธอเยอะพอสมควร โชติมนต์ลุกขึ้นยืนเมื่อแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ ฉันไปก่อนนะ พี่เชนนอนที่นี่ใช่ไหมคะ เนยฝากจอยด้วยนะ”
“ ครับ มีอะไรก็โทรมาเลยนะ พี่ไม่อยากให้เนยไปทำงานนี้จริง ๆ นะ ทำไมไม่ลองขอความช่วยเหลือจากไอ้อิทธิล่ะ พี่ว่ามันช่วยเนยได้นะ”
ราเชนทร์เสนอออกมาอีกครั้งเพราะอาทิตย์รักโชติมนต์เขารู้ดีว่าเพื่อนของเขาต้องยินดีทำทุกอย่างเพื่อหญิงสาวได้ทั้งนั้น ถ้าเธอไม่อยากรบกวนเขากับจันทร์เพราะกลัวว่างานแต่งงานของเขาจะไม่เกิดขึ้น เขาจึงลองเสนอให้ไปปรึกษาเพื่อนตนเองอีกสักครั้ง ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าอย่างไรเสียโชติมนต์ก็คงจะไม่ไปอยู่ดี แต่ก็ขอลองพูดดูหน่อยก็ยังดี
“ เนยกับพี่อิทธิไม่ได้เป็นอะไรกันเนยจะไปขอความช่วยเหลือเขาได้อย่างไรล่ะคะ ” อาทิตย์เป็นคนดี แต่เธอเองต่างหากที่ไม่เหมาะสมกับคนดี ๆ อย่างเช่นอาทิตย์ผู้หญิงมีตำหนิอย่างเธอ ครอบครัวอาทิตย์คงไม่อยากจะได้ไปร่วมวงศ์ตระกูลหรอก เพราะเธอเคยได้ยินมาว่าอาทิตย์เคยต้องไปดูตัวกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขาไม่เหมือนเช่นเธอ
“ ก็เป็นซะสิ พี่อิทธิรักแกจะตาย ” จันทร์วาดเองก็เชียร์อาทิตย์มาตลอดไม่ใช่เพราะอาทิตย์เป็นเพื่อนสนิทของแฟนเธอแต่อาทิตย์เป็นคนดีจริง ๆโชติมนต์ไม่ได้ตอบอะไรออกไปอีก หญิงสาวเดินออกมาเพื่อขับรถไปยังสถานบันเทิงหรูแห่งหนึ่ง หญิงสาวเดินลงยังข้างในแต่เธอเดินเข้าไปจากด้านหลังและสแกนนิ้วเพื่อเริ่มงาน หญิงสาวได้งานนี้มาจากเพื่อนสมัยเรียนมหาลัย เธอไม่ได้อยากจะทำงานนี้เท่าไรนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า PR คลับหรูเช่นนี้ก็น่าจะสร้างรายได้ให้เธอได้ไม่น้อย ถ้าเธอสามารถเชียร์ให้แขกเปิดเหล้าตัวแพงตามที่ร้านกำหนดได้เธอก็จะได้ค่าตอบแทนที่เยอะมากเช่นกัน เพื่อนของเธอทำเงินจากที่นี่ได้เดือนละเกือบแสน หญิงสาวก็ต้องทำได้ เพื่อนลูกสาวของเธอ เธอต้องทำให้ได้
“ สวัสดีค่ะเสี่ย เชิญด้านในเลยค่ะ รับอะไรดีคะวันนี้ที่ร้านมีเหล้าXXเข้ามาใหม่ด้วยนะคะเสี่ยสนใจลองดูไหมคะ”
“ ถ้าเสี่ยเอาเหล้านี้หนูเนยจะดื่มให้เสี่ยสักแก้วได้ไหมล่ะหืม ” เสี่ยธนินหันไปมองหญิงสาวตาแพรวพราว
“ เนยก็อยากดื่มนะคะแต่ว่ากฎของร้านคือพนักงานห้ามดื่มค่ะ แต่เนยจะมาชงให้เองดีไหมคะ” โชติมนต์ปฏิเสธออกไปอย่างนุ่มนวล แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น เพราะเลือกทำงานนี้แล้วจึงแม้ปกติเธอจะไม่ใช่คนปากหวานแต่ของแบบนี้มันก็หัดกันได้
“ โอเค ถ้าหนูเนยจะชงให้เสี่ยก็เอาชุดใหญ่มาเลย ฮ่าฮ่า ”
“ รอสักครู่นะคะ”รับออร์เดอร์เสร็จโชติมนต์ก็เดินออกมาที่หน้าร้านเช่นเดิมปล่อยให้ข้างในเป็นหน้าที่ของเด็กเสิร์ฟต่อไป
“ไงเนย คล่องแล้วนะ แกจดไว้บ้างนะว่าได้กี่ออร์เดอร์แล้วบางทีบัญชีแม่งชอบทำยอดเราหาย ถ้าจะให้ดีถ่ายรูปบิลไว้เลยเอาไว้ยันกับมัน”
นารีย์เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของโชติมนต์เดินเข้ามาคุยกับหญิงสาว นารีย์เป็นคนแนะนำงานนี้ให้กับเธอเพราะเห็นว่าที่นี่ค่อนข้างปลอดภัย ลูกค้าจะเป็นระดับคนมีเงินจึงทำให้ไม่มีการทะเลาะวิวาทอย่างแน่นอน และพวกหัวงูก็ไม่ค่อยจะมีเพราะเขาสามารถเรียกเด็กไปนั่งดริ้งได้
“ อืมก็พอได้แล้วล่ะดีที่นี่ไม่พวกบ้ากามเนอะ”
โชติมนต์มาทำงานที่นี่ได้เป็นสัปดาห์แล้วเธอไม่เคยเจอคนเมาที่มาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอ ก็จะมีแต่เสี่ยธนินเท่านั้นที่ตามจีบเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานเลยซะด้วยซ้ำ และเสี่ยธนินก็ทิปเธอวันละหลาย ๆ พันเกือบจะทุกวันเลยเช่นกัน ถึงจะจีบแต่เสี่ยธนินก็ไม่เคยทำตัวรุ่มร่ามกับเธอเลยเหมือนกัน
“ ไอ้เสี่ยธนินดูท่าจะชอบแกมากเลยนะเดี๋ยวตอนจะกลับต้องมาทิปแกอีกแน่ ๆ ” นารีย์เองก็พอจะดูออก ว่าเสี่ยธนินตามจีบเพื่อนเธออยู่ และนารีย์ก็เพิ่งจะรู้ว่าเหตุที่ทำให้โชติมนต์ดรอปเรียนในครั้งนั้นคือหญิงสาวตั้งท้องนี่เอง แต่เธอก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเพื่อนอยากเล่าก็คงเล่าออกมาเอง
“ ฉันเป็นเด็กใหม่ล่ะมั้ง ” หญิงสาวยิ้มขำกับท่าทีที่แบะปากพูดของนารีย์ นารีย์ไม่ได้อิจฉาเธอหรอกเพราะถ้าอิจฉาก็คงจะไม่แนะนำให้มาทำงานด้วยกันอย่างนี้ เธอรู้แหละแต่เธอไม่คิดอยากจะมีใครเธออยากจะอยู่กับลูกของเธอเพียงลำพังเท่านั้น
“ ลูกแกเป็นอย่างไรบ้าง แกไปเยี่ยมลูกบ้างไหม ”นารีย์มีโอกาสเห็นหน้าลูกสาวของโชติมนต์ผ่านทางรูปถ่าย แค่เห็นเธอก็เอ็นดูเด็กหญิงเป็นอย่างมาก คิดว่าถ้าเด็กหญิงออกจากโรงพยาบาลยังไงเธอก็ต้องไปเยี่ยมให้ได้
“ ไปสิ ไปทุกวัน เดี๋ยวถ้าเงินก้อนแรกออกมาฉันก็น่าจะพอไปผ่อนให้โรงพยาบาลก่อนได้สักงวด ”
“ อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ”
โชติมนต์พยักหน้าให้กับนารีย์เบา ๆ แค่ช่วยให้เธอได้งานนี้หญิงสาวก็รู้สึกขอบคุณมาก ๆ พอแล้ว จะให้เธอไปขอความช่วยเหลืออย่างอื่นอีกเธอก็คงจะทำไม่ได้หรอก บอกตรง ๆ ว่าเธอเกรงใจเพื่อนไม่เจอกันมาตั้งนาน อยู่ ๆ จะโผล่มายืมเงินเลยมันก็ไม่ใช่
