บทที่ 14 บทที่ 15 ( โดนจนได้ )

บทที่ 15 ( โดนจนได้ )

“ เนย เดี๋ยวเนยตามพี่ไปหาพี่กีกี้ที่ฝ่ายบุคคลด้วยนะ ”ผกามาศหัวหน้าแผนกธุรการที่หญิงสาวทำงานอยู่เดินหน้าตึงเข้ามาเรียกโชติมนต์ที่โต๊ะทำงานในตอนที่หญิงสาวนั่งลง เธอยังไม่ได้วางของเลยซะด้วยซ้ำเหมือนกับว่าผกามาศรอจังหวะที่จะเข้ามาเรียกเธออยู่ก่อนแล้ว

“ มีอะไรหรือเปล่าคะพี่อ้อย ”โชติมนต์หันไปถามด้วยความสงสัยถ้าฝ่ายบุคคลเรียกไปพบก็คงไม่พ้นเรื่องถูกตำหนิ และถึงแม้ว่าเธอจะทำงานที่คลับไปด้วย แต่เธอมั่นใจว่าไม่ทำให้งานประจำเสียหายอย่างแน่นอน 

“ มันต้องมีอยู่แล้วล่ะจ๊ะไม่อย่างนั้นเขาจะมาเรียกเธอทำไมกันล่ะไปเถอะไปคุยกับพี่กีกี้ดูเองแหละ ” ผกามาศไม่ค่อยชอบเด็กในปกครองเธอคนนี้เท่าไรนัก จริง ๆ แล้วผกามาศไม่ชอบทุกคนเลยก็ว่าได้เธอชอบเฉพาะเด็กที่เอาอกเอาใจเธอเท่านั้นโชติมนต์เก็บกระเป๋าใส่ไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานเสร็จก็ลุกขึ้นเดินตามผกามาศออกไปท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของจันทร์วาด เธอเห็นแล้วว่าจันทร์วาดนั่งมองเธออยู่เธอจึงหันไปยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะพูดแบบไม่มีเสียงว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวมา จันทร์วาดก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับไป

“ พี่ริช ไอ้เนยโดนอะไรพี่ ” ลับหลังโชติมนต์ จันทร์วาดก็รีบเดินไปถามรองหัวหน้าอย่างนริศราแทบจะทันที

“ พี่ก็ไม่รู้เลยว่ะ เจ๊อ้อยเคยบอกอะไรพี่ที่ไหนแต่เดี๋ยวพี่ตามไปดูเอง ”

ถึงแม้ว่านริศราจะดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าแผนก แต่ก็ไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากผกามาศมีแต่ที่ผกามาศจะเขี่ยเธอให้พ้นทาง และถึงแม้จะไม่รู้ว่าโชติมนต์โดนเรียกไปด้วยเรื่องอะไร แต่เธอก็รู้แน่ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรอย่างแน่นอน

“ จะเรื่องอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ยัยเนยขี้เกียจ ลาก็บ่อย แถมยังมานั่งหลับในที่ทำงานอีก ”ปราณีเด็กขี้ประจบสอพอที่ผกามาศหมั้นหมายปั้นมาเองกับมือเอ่ยขึ้นมาแทรกกลางวงสนทนาของทั้งคู่ จันทร์วาดและนริศราหันไปมองหน้าอย่างไม่พอใจนัก

“ ขี้เกียจ ? เดี๋ยวนะนี่ณีเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า พี่ว่าคนขี้เกียจน่ะมันเด็กเจ๊อ้อยหรือเปล่า ทั้งขี้เกียจ ทั้งอู้ และขี้ฟ้องเต็มรูปแบบเลยนะ และที่พี่เห็นยัยเนยฟุบหลับน่ะมันก็แค่ตอนพักกลางวันเท่านั้นหรือว่าบริษัทมีกฎห้ามหลับตอนกลางวันกันล่ะ ทำไมพี่ไม่รู้เลยหรือว่าณีรู้กฎข้อไหนคะ” นอกจากจะขี้แอบฟังแล้วยังขี้อิจฉาอีกด้วย ทำไมนริศราจะไม่รู้ว่าปราณีน่ะเป็นคนอย่างไรแต่ขอโทษทีมาซ่าผิดคนซะแล้ว อย่าคิดว่าผกามาศคุ้มหัวอยู่แล้วจะมากร่างกับเธอได้ คิดผิดคิดใหม่ซะเถอะ

“ พี่ริช!! พี่ว่าใครเอ่ยชื่อมาเลยดีกว่า ” ปราณีหน้าม้านเสียงเขียวอย่างไม่พอใจนัก ทำไมเธอจะไม่รู้ว่านริศราหมายถึงเธอ

“ ต้องเอ่ยด้วยเหรอ พี่ว่าเธอน่าจะรู้ตัวเองดีนะจำไว้นะปราณีเรื่องไม่จริงไม่จำเป็นเอาไปใส่สีตีไข่ให้มันมากนัก อย่าคิดว่าเธอมีเจ๊อ้อยคุ้มกะลาหัวแล้วฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้ กรุณาอยู่ในส่วนของตัวเองอย่าริอาจเป็นบ่างช่างยุฉันขอเตือน ” ไม่ต้องรอให้ปราณีตอบอะไรกลับมานริศราก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากโต๊ะทำงาน เธอจะตามไปดูว่าโชติมนต์โดนอะไรบ้างเพราะเธอเองก็เป็นถึงรองหัวหน้าจะไม่มีสิทธิ์รู้อะไรเลยเหรอซึ่งมันไม่ใช่

“ หึ..อุ๊บ!!” จันทร์วาดรีบเอามือปิดปากตนเองเพราะเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกไป 

“ ขำอะไรยัยจอย ” ปราณีหันไปเข่นเขี้ยวใส่จันทร์วาด มันมีอะไรน่าขำ

“ เปล่านี่ ไม่ได้ขำอะไร ”จันทร์วาดยักไหล่และกำลังจะเดินกลับโต๊ะตนเองบ้าง แต่ปราณีกับดึงแขนเธอเอาไว้ 

“ ก็ฉันได้ยินแกหัวเราะฉัน แกมีปัญหาอะไรนังจอย ”

“ เอ้านังณี พูดจาดี ๆ นะเว้ยนี่อีจอยนะไม่ใช่ยัยเนยที่จะได้ยอมลงให้แก ” เมื่อเห็นว่าจันทร์วาดเอาจริง ปราณีจึงยอมปล่อยแขนของจันทร์วาดและรีบสะบัดหน้าเดินกลับไปที่โต๊ะของตนเอง

.

..

...

“ โชติมนต์ เธอหยุดงานบ่อยมากเลยนะ รู้ไหมว่ามันมีผลกระทบต่องานและเพื่อนร่วมงาน การประเมินสิ้นปีเธออาจจะไม่มีสิทธิได้โบนัสนะ” กีกี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลบอกกับหญิงสาวออกไป แค่เดือนนี้เดือนเดียวหญิงสาวก็หยุดไป 5 วันแล้ว แล้วไหนจะเดือนอื่น ๆ อีกซึ่งเป็นความจริงที่โชติมนต์หยุดงานบ่อยไม่ใช่ว่าเธอจะโดนใครแกล้ง แต่เรื่องนี้คือเรื่องจริงที่หญิงสาวหยุดจริง ๆ 

“ ขอโทษค่ะพี่กีกี้แต่เนยมีเหตุจำเป็นนะคะ”ถ้าไม่ใช่เพราะว่ารินลดาต้องเข้าโรงพยาบาลเธอเองก็ไม่เคยจะหยุด และใช่เธอจะอยากหยุดเสียเมื่อไร

“ พี่รู้ แต่เธอก็เข้าใจเพราะงานที่เธอทำเวลาเธอหยุด มันมีผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงาน และพี่ก็เองก็ได้รับการร้องเรียนมาบ้าง คือถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเธอก็ต้องพิจารณาตนเองแล้วนะโชติมนต์ ” กีกี้เองก็เข้าใจและเห็นใจโชติมนต์แต่เธอได้รับการร้องเรียนและรายงานของโชติมนต์มาหลายครั้งมันก็ทำให้เธออคติกับหญิงสาวไปบ้าง และตามหน้าที่ของเธอมันจึงจำเป็นที่เธอจะต้องเรียกเข้ามาตักเตือนหญิงสาวไม่โต้แย้งอะไรออกไปอีกเธอเข้าใจเจตนาของกีกี้ดี เธอไม่ได้โกรธอะไรเพราะกีกี้ก็ทำไปตามหน้าที่ในเมื่อเธอหยุดบ่อยจริง แต่การพิจารณาตนเองที่กีกี้พูดมันก็คือการลาออกอย่างไม่ต้องสงสัย 

นริศราเปิดประตูเข้ามาก็ไม่เจอโชติมนต์ในห้องซะแล้ว อาจเพราะเธอมาช้าด้วยระหว่างทางเจอกับอาทิตย์เธอจึงหยุดพูดคุยกับอาทิตย์เสียก่อน

“ อึก อึก  ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ”โชติมนต์แอบมานั่งร้องไห้คนเดียวที่บันไดหนีไฟ โชติมนต์ก็มีมุมที่อ่อนแอเช่นตอนนี้หญิงสาวกลัวมาก ถ้าเธอโดนไล่ออกเธอจะทำอย่างไร ถึงแม้ที่คลับจะเงินดีแต่เธอก็ไม่ได้เงินเดือนประจำเหมือนที่นี่  

“ ร้องไห้ทำไมเนยใครทำอะไรเนย บอกเตสิ ” เตชินท์ที่บังเอิญเห็นว่าเธอเดินตาแดง ๆ ออกมาจากห้องฝ่ายบุคคล เขาก็เดินตามเธอมาอย่างเงียบ ๆ เตชินท์เดินมาหยุดที่ตรงหน้าของหญิงสาว เขายกมือมาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา โชติมนต์ตกใจที่อยู่ ๆ เตชินท์ก็โผล่มาเงียบ ๆ เช่นนี้เธอรีบปัดมือของเขาออก

“ ไม่มีอะไร ขอตัวนะคะ” โชติมนต์ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ และหันหลังจะเดินหนีชายออกมา

“ เตเป็นห่วงนะ เนยจะไม่คุยกับเตจริง ๆเหรอ เตพร้อมช่วยเหลือเนยทุกอย่างนะบอกเตมาสิ เนยเป็นอะไร ” เตชินท์เดินมาดักหน้าของหญิงสาวเอาไว้ เขาดึงเธอเข้ามากอดแต่หญิงสาวก็ไม่ยินยอมเธอดิ้นและผลักเขาออกไป

“ ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือของคุณ สิ่งที่คุณจะทำได้คือไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกเหมือนที่คุณเคยทำนั่นแหละ”  พูดจบโชติมนต์ก็รีบเดินหนีออกไป เตชินท์อยากจะเดินตามออกไปแต่ติดตรงที่ได้ยินเสียงของอาทิตย์ดังอยู่ข้างนอกเสียก่อน

“ น้องเนย มาทำอะไรตรงนี้ครับ เอ๊ะ!!นั่นน้องเนยร้องไห้เหรอครับเป็นอะไรบอกพี่ได้นะครับ ” เป็นความบังเอิญที่อาทิตย์เดินผ่านมาทางนี้และโชติมนต์ก็เปิดประตูหนีไฟออกมาก็เจอกับอาทิตย์อย่างพอดี

“ พี่อิทธิ เนยไม่เป็นอะไรค่ะไม่มีอะไรหรอก ” หญิงสาวก้าวถอยหลังในตอนที่อาทิตย์ยื่นมือขึ้นเพื่อจะเช็ดน้ำตาให้เธอ 

“ แต่..”  ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าถอยหลังออกไป เขามองหน้าเธอนิ่ง ๆ อย่างพูดอะไรไม่ออกเป็นอันรู้ว่าเธอไม่อยากพูดให้เขาฟัง

“ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่อิทธิจะไปไหนคะเนี่ยเอกสารอะไรเยอะแยะเลย ”โชติมนต์มองไปที่หน้าอกของชายหนุ่ม เธอเห็นเขาหอบแฟ้มเอกสารอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด

“ อ๋อ เอกสารของคุณเตน่ะ” โชติมนต์ยืนคุยกับอาทิตย์อีกแป๊บเดียวเธอก็ขอตัวกลับไปทำงาน

การกระทำทุกอย่างของเธออยู่ในสายตาของเตชินท์ทั้งหมด เขาดีใจที่เธอไม่ได้ยินดีให้อาทิตย์ถูกเนื้อต้องตัว อย่างน้อย ๆ เขาก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้มีใจให้กับลูกพี่ลูกน้องของตนเอง เตชินท์ยังไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรกับหญิงสาวอย่างเต็มที่เขาแค่รอเวลาให้ป๊าของเขามอบตำแหน่งประธานให้เขาในตอนสิ้นปีนี้เสียก่อนหลังจากนั้นเตชินท์ก็จะจัดการปัญหาทุกอย่างที่สะสมมานาน รวมทั้งเรื่องของโชติมนต์ด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป