บทที่ 6 เด็กดื้อหายไป

ตอนที่ 6

เด็กดื้อหายไป

“หาเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน” อาทิตย์บ่นพึมพำกดวางโทรศัพท์แล้วเก็บของเดินออกจากห้องไปทันที

“เกิดอะไรขึ้นวะ” 

หมอกวินทร์ทำหน้างงมองเพื่อนหนุ่มที่ท่าทางเร่งรีบหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้องโดยไม่เอ่ยอะไรเลย 

“อ้าว เฮ้ย!! รอกูด้วย กูนั่งหัวโด่อยู่นี่ไม่สนใจกูเลย” 

กวินทร์อ้าปากมองเพื่อนรักที่หุนหันออกไปโดยไม่ได้รับคำตอบ ปากก็บ่นคนที่เดินแกมวิ่งอยู่ด้านหน้าท่าทางเครียดจัดทีเดียว

“จะรีบไปทำเชี้ยอะไรนักหนาของมันวะ” 

ชายหนุ่มรูปร่างดีทั้งสองคนที่เดินออกจากลิฟท์ของผู้บริหาร คนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการและเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง อีกคนเป็นหมอฝีมือดีของโรงพยาบาล

ชายหนุ่มทั้งสองเดินไปยังที่จอดรถส่วนตัว พนักงานและญาติคนไข้ต่างมองตามด้วยสายตาชื่นชม ยิ่งทั้งคู่ปรากฏตัวพร้อมกัน สาวๆทั้งหลายต่างก็ใจละลายเสียอาการกันทุกคน

“มึงจะบอกกูได้ยัง ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมทำหน้าตาตื่นแบบนั้นวะไอ้หมอ”

“ไทม์หายไป”

“ห๊ะ!! หายไป? ได้ยังไงวะ”

“ไม่รู้” เสียงห้วนตอบกลับมาพร้อมเปิดประตูก้าวไปนั่งตรงคนขับทันทีโดยหมอกวินทร์ก็รีบไปเปิดประตูข้างคนขับอย่างไม่รอช้าเช่นกัน

“แล้วนี่มึงจะไปตามหายังไง”

“........” อาทิตย์ไม่ตอบ

เขาขับรถออกตะเวนหาไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย แต่จะให้เขานั่งอยู่เฉยๆนิ่งนอนใจเขาก็ทำไม่ได้อีกเหมือนกัน

“อ้าว ใบ้แดกแล้วเพื่อนกู” 

กวินทร์มองหน้าเพื่อนรักพลางส่ายหน้าก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อสอดสายตามองหาผู้ชายอีกคนเช่นกัน 

“แล้วน้องมันจะไปไหนได้วะ ความจำเสื่อมแบบนั้น” 

กวินทร์ยังคงพูดไปเรื่อยโดยไม่ได้คิดอะไร อาทิตย์หันมามองเพื่อนหนุ่มอย่างไม่พอใจกับคำพูดที่ไม่เข้าหูเท่าไรนัก

“ไทม์แค่ความจำเสื่อม แต่ไม่ได้โง่!!”

“ครับ..แหม่เพื่อนกูออกตัวแรงไปหรือเปล่าเนี่ย แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้” 

ทั้งคู่ขับรถวนหาไปทั่วแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของเด็กหนุ่มเลย

“กูว่าบางทีน้องมันอาจจะกลับบ้านเองก็ได้นะ รอดูอีกสักพักดีกว่าวะ ขับรถตามหาแบบนี้ยังไงก็คว้าน้ำเหลว” 

กวินทร์บอกเพื่อนอีกครั้งเพราะเป็นชั่วโมงแล้วที่ทั้งคู่ขับรถออกตามหาแต่ก็ไม่พบวี่แวว อาทิตย์หน้าเครียดตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาล คิ้วหนาขมวดเข้ากันแน่นอย่างโมโห

ชายหนุ่มจึงกดโทรศัพท์กลับบ้านเพื่อสอบถามว่าไอ้ตัวยุ่งของเขากลับมาหรือยัง แต่คำตอบที่ได้ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม

“เอาไงดีวะ”  กวินทร์ซึ่งนั่งฟังอยู่เอ่ยถามเพื่อนเพราะจะให้ตามหาแบบนี้เท่ากับว่าไม่ได้อะไรเลย 

“แม่งเอ้ย!!!” 

หมออาทิตย์ใช้กำปั้นทุบพวงมาลัยเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย นึกโทษตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ซื้อโทรศัพท์มาให้อีกฝ่ายได้ติดตัวไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้โทรหา เขาลืมคิดข้อนี้ไปเสียสนิท

“รอเวลาอย่างเดียว ถ้าครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วไม่เห็นค่อยไปแจ้งความ” “มึงอย่าลืมนะว่าเราแจ้งตำรวจไม่ได้ บัตรอะไรก็ไม่มี”   

“เด็กมันคงเบื่อที่ให้นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในกรงทองของมึง ดูท่าทางไม่ใช่คนที่จะมานั่งอยู่นิ่งๆเป็นหุ่นยนต์ซะด้วยสิ บางทีพอหายเบื่อแล้วก็คงกลับบ้านเอง กูว่ามึงใจเย็นก่อนดีกว่านะ ป่ะกลับ” กวินทร์เอ่ยปลอบ เพราะดูท่าทางเพื่อนหนุ่มดูร้อนรนเป็นห่วงเด็กคนนี้มาก

“อืม” 

อาทิตย์ยอมวนรถกลับไปที่ทำงานอีกครั้ง เขาคิดไว้ว่าหากยังไม่กลับมา คงต้องให้อาภาค(ตำรวจ)ช่วย เพราะคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว

“หึหึ หายเจ็บก็ซ่าเลย กูชักชอบเด็กคนนี้แล้วสิ” 

“ไอ้เชี้ยวิน!!” เสียงดุพร้อมดวงตาคมกริบมองมาที่เขาตาขวางทันที กวินทร์จึงได้แต่แสยะยิ้มให้เพื่อนรัก

“อะไรของมึงไอ้อาทิตย์ นี่อย่าบอกนะว่าหวงน้องมัน”

“มันใช่เรื่องที่มึงจะมาพูดเล่นอะไรแบบนี้ไหม”

“มึงก็ตอบกูมาก่อนดิวะ ว่ามึงมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี”

“ไม่มี แน่ใจนะ แต่สายตามึงที่มองกูตอนนี้แทบจะกินหัวกูได้อยู่แล้ว” กวินทร์หันมาแซวเพื่อนพลางขบขันกับท่าทีของอีกคน

“หุบปากเน่าๆของมึงไว้แดกเหล้าดีกว่าไหม” น้ำเสียงดุห้วนก่อนรถหรูจะแล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถส่วนตัว 

แต่พอก้าวขาลงมาจากรถหรูทั้งคู่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงโวยวายดังอยู่ด้านฝั่งตรวจบัตรคนเข้าประตู ทั้งคู่มองหน้ากันแต่ก็รีบสาวเท้ายาวเดินไปยังจุดเกิดเหตุที่มีคนมุงดูอยู่ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์หนึ่งนายนอนกุมท้องขดตัวอยู่บนพื้น  

โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของอาทิตย์ มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เพราะอาทิตย์จะไม่ยอมให้คนนอกเข้านอกออกในได้เลย หากไม่ใช่คนไข้หรือญาติจริงๆเพราะไม่ต้องการให้คนดูพลุ่กพล่านและเป็นมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาหรือกระจายไปทั่ว ทุกคนจึงต้องแสดงตนทุกครั้งที่เข้ามา หรือได้รับอนุญาตจากทางโรงพยาบาลก่อนเท่านั้น 

“ปล่อยผมเดี๋ยวนะ!!”

“ปล่อยโว้ย!! กูบอกให้ปล่อย!! กูจะไปหาอาทิตย์” 

เสียงตะโกนโหวกเหวก คุ้นหูจนร่างสูงของหมอหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะเร่งฝีเท้ารีบเดินเข้าไปทันที

“ปล่อยกูนะ แม่ง!! จับกูทำไมกูจะไปหาอาทิตย์”

ยิ่งพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ยินเด็กหนุ่มตรงหน้าเรียกชื่อเจ้านายด้วยท่าทางและน้ำเสียงแบบนั้นยิ่งทำให้ชายร่างยักษ์จับสองแขนของชายหนุ่มไขว้ด้านหลังพร้อมกับเตะข้อพับขาให้คุกเข่า แต่ไทม์ไม่ยอม ยังคงขืนตัวไว้อย่างเต็มเหนี่ยว เขาไม่เคยต้องคุกเข่าให้ใคร

“ไทม์”

หมออาทิตย์เดินเข้าไปใกล้ เมื่อเห็นคนที่เขากำลังตามหาเป็นบ้าเป็นหลัง กระวนกระวายใจแทบตาย 

แต่สุดท้ายกลับมายืนโวยวายอยู่ในที่ของตัวเองซะงั้น อยากจับมาตีก้นซะให้เข็ดที่มาป่วนการเริ่มงานวันแรกของเขา 

“อาทิตย์!!”

 เสียงเรียกชื่อเขาหลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มด้วยความดีใจ หมอหนุ่มมองคนตรงหน้าด้วยความโมโห คิ้วหนายังคงขมวดเข้าหากันแน่น แต่อีกคนกลับมองเขาอย่างดีใจ ไม่ได้กลัวกับท่าทางและสายตาคมดุของเขาเลย ไม่รู้ว่าจะทำโทษเด็กหนุ่มอย่างไรดี หากเป็นคนอื่นที่เห็นเขาทำหน้ายักษ์แบบนี้คงกลัวจนหัวหด แต่กลับเด็กตรงหน้าคงสะกดคำว่า “กลัว” ไม่เป็น

“บอกให้อีตาลุงหน้าโหดเอามือออกจากตัวผมหน่อย”

ปากเล็กยังมีหน้ามาสั่งเขา อาทิตย์ฉุนจัดและคิดว่าคนของเขาไม่มีวันทำเกินกว่าเหตุแน่นอน 

อาทิตย์ยืนมองร่างเด็กหนุ่มที่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยของเขาซึ่งตัวโตกว่าหลายเท่าจับไขว่หลังไว้ ส่วนอีกคนกุมท้องนอนไปกองกับพื้นอยู่ตรงข้างหน้าไทม์ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าตัวแสบแน่ๆ

“นี่มันอะไรกัน” เขาหันไปมองพนักงานของตัวเองแล้วเอ่ยถามเสียงเข้มดุ แต่สายตาจับนิ่งที่หน้าหล่อของไทม์

“บอสครับ เด็กหนุ่มคนนี้ทำร้ายคนของเราก่อนครับ แค่ผมขอแลกบัตรแต่เขาไม่มี ผมก็เลยให้นั่งรอก่อน กำลังจะโทรเข้าไปด้านในแต่น้องเขาก็ไม่ยอม กลับทำร้ายคนของเรา ผมก็เลยต้องควบคุมตัวไว้ก่อน กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับคนอื่นครับ”

“ปล่อยเด็กคนนี้ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” 

“แต่ว่าเอ่อ..คือ”

“ฉันบอกให้ปล่อย” 

พนักงานรักษาความปลอดภัยมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมปล่อยชายหนุ่มหน้าตาดีที่แรงเยอะไม่น้อยทีเดียวที่สามารถล้มการ์ดที่ร่างโตบึกบึนนอนกองอยู่บนพื้นได้

“ต่อไปถ้าเด็กคนนี้มาให้ขึ้นไปหาฉันได้เลย เขาเป็นคนของฉันเอง”

“ครับ”

“ส่วนนาย ตามฉันมา” 

อาทิตย์ทำเสียงดุ จ้องอีกคนเขม็งอย่างตำหนิไม่พอใจ ร่างสูงเดินนำหน้าเข้าไปในอาคารเพื่อตรงไปยังลิฟท์ส่วนตัวขึ้นชั้นบน 

ไทม์ได้แต่ทำตาปริบๆยืนมองคนร่างสูงที่เดินนำหน้าไปก่อน แล้วหันไปยิ้มแหยๆให้กับหมอกวินทร์ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ไม่ไกลนัก

“นี่เขาโมโหใครมาครับหมอวินทร์” 

ไทม์ไม่เข้าใจว่าอีกคนโกรธตนเรื่องอะไร ทั้งที่ตนตั้งใจออกมาเซอร์ไพรส์ถึงที่ทำงาน เพราะเบื่อๆที่ต้องอยู่แต่ในคฤหาสน์หรู

"มันคงโกรธมากที่มึงหนีออกมา"

 กวินทร์เองมองดูเหตุการณ์เงียบๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ยิ้มสดใส่ส่งมาให้เขา ท่าทางสดใสแบบนี้อีกไม่นานคงน่วมออกมา เขาจึงเดินเข้าโอบไหล่เบาๆแล้วกระซิบบอกหนุ่มหล่อให้ระวังตัวไว้ให้ดีเพราะรู้นิสัยเพื่อนว่าเวลาโกรธจัดจะเป็นอย่างไร

“ซวยแน่ไอ้ไทม์ อย่าไปเถียงมันล่ะ มีอะไรก็ยอมๆไปก่อน ไม่งั้นไอ้หมออาทิตย์มันจะกลายร่างเป็นเสือขย้ำเอา”

“ครับ ผมรับมือได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”

เด็กหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากท่าทางร้ายไม่เบา ดูมั่นใจในฝีมือของตัวเองซะเหลือเกิน ถึงแม้จะเห็นว่าอาทิตย์กำลังโมโหหนักมาก 

แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้รู้สึกกลัวชายหนุ่มสักนิดเดียว ไม่เข้าใจว่าอาทิตย์จะโกรธอะไรนักหนา เพราะคนที่โกรธน่าจะเป็นเขามากกว่าที่หมอหนุ่มตื่นก่อนแล้วหนีออกมาทำงาน โดยไม่ปลุกเขา ทั้งที่เคยขอว่าจะมาที่ทำงานด้วย

“เร็วๆ อย่าให้ฉันต้องโมโหมากไปกว่านี้” เสียงตะโกนดังมาจากคนในลิฟท์ทำให้ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน ก่อนระเบิดลูกใหม่จะลงอีกรอบ

แล้วเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งไปยังลิฟท์โดยมีคนตัวโตยืนหน้าบึ้งรออยู่ด้านใน ท่าทางน่ากลัว ใบหน้าบึ้งตึงนั่นอีกถามเขาว่ากลัวไม่ ตอบได้คำเดียวเลยว่า ไม่ ไทม์อยากเอามือไปนวดตรงหว่างคิ้วทั้งสองที่ขมวดกันจนเป็นปมให้ผ่อนคลาย

แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่ที่รู้คือในความรู้สึกหรือจิตใต้สำนึกของเขาไม่เคยกลัวใคร เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนอ่อนแอ และไม่ยอมใครง่ายๆ ยกเว้นถ้าจะยอมก็คงเป็นคนที่เก๊กหน้าอยู่ตอนนี้คนเดียวเท่านั้น 

ร่างที่เล็กกว่าเดินเข้าไปหาคนตัวโตที่ยืนคิ้วชนกันมือสองข้างล้วงกระเป๋าจ้องหน้าเขาเขม็ง เด็กหนุ่มกำลังจะยื่นมือเข้าไปหมายจะนวดตรงคิ้วมุ่น แต่ทว่า…

"หยุดนะ!! จะทำอะไร" เสียงดุห้วนพร้อมปัดมือเล็กออกทันทีอย่างไม่ชอบใจ

"คิ้วอาทิตย์จะผูกโบว์อยู่แล้ว ผมแค่จะช่วยนวด" ไทม์รีบอธิบายหน้าหล่อเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่จำเป็น" 

สิ้นประโยคลิฟท์ก็เปิดออกพร้อมร่างหนาก้าวยาวไปที่ห้องทำงานทันที คนเดินตามได้แต่ทำปากขมุบขมิบก่อนจะเร่งฝีเท้าตามคนหน้ายักษ์

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงพยาบาลชื่อดัง เจ้าห้องทำงานหรูก็ไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน แล้วหันมายืนกอดอกมองคนที่เดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ

“ทำไมนายออกมาโดยไม่บอกใคร รู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงและออกตามหากันจ้าละหวั่น” หมอหนุ่มต่อว่าอีกคนทันที เมื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า มองดูคนตัวเล็กอาจจะสำนึกผิด แต่ดูก็รู้ว่าไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด

“ผมขอโทษ แต่ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ”

“แต่นายทำวุ่นวายไปหมด”

“ผมอยากมาหาอาทิตย์นี่น่า คนที่น่าจะโกรธน่าจะเป็นผมมากกว่า ก็บอกแล้วไงว่าขอมาด้วย แต่อาทิตย์กลับไม่ยอมปลุกแล้วจะมาโมโหไม่ได้” 

อีกคนยังเถียงฉอดๆลืมคำเตือนที่หมอกวินทร์บอกซะสนิท อาทิตย์ชะงักไปทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าการที่เด็กหนุ่มแอบย่องมานอนกับเขาทุกคืนเพราะอะไร อาจเพราะคิดว่ามีเขาเพียงคนเดียวที่เด็กคนนี้จะไว้ใจ เชื่อใจได้มากที่สุด หมอหนุ่มจึงลดระดับน้ำเสียงลง

“ตอนเย็นฉันก็กลับแล้ว นายจะออกมาทำไม เห็นไหมว่าคนอื่นเขาเดือดร้อนเพราะนายแค่ไหน แล้วถ้านายหลงทางล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น"

“ผมไม่ได้โง่แค่ความจำเสื่อม และที่ผมมาหาก็เพราะว่าผมคิดถึงอาทิตย์" 

ปลายเสียงใส่ลูกหยอดคนตัวโตทันทีพร้อมยิ้มกริ่มสายตาเจ้าเล่ห์ คนฟังได้ยินถึงกับอึ้งไปทันที ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นดุคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มหน้าทะเล้นอย่างประจบให้ทั้งที่เขาทำเสียงดุแต่อีกคนกลับไม่กลัวเลย

“ไร้สาระ” มือหนาเขกหน้าผากเนียนเบาๆ

“โอ้ย!! เจ็บนะ นี่กำลังเขินผมใช่ไหม” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างมองคนตัวโตที่กำลังทำสีหน้าไม่ถูกอย่างขบขัน

"อย่ามาปีนเกลียว! ไปนั่งรอที่โซฟาเดี๋ยวเลิกงานจะพาไปซื้อโทรศัพท์เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันง่ายขึ้น”

“ครับ”

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วเขาก็เดินไปนั่งทำงานต่อ โดยมีสายตาสอดรู้สอดเห็นของเจ้าตัวยุ่งนั่งมอง พอเวลาผ่านไปสักพักคนที่นั่งเล่นอยู่บนโซฟาก็เริ่มลุกขึ้นเดินสำรวจไปทั่วๆอย่างถือวิสาสะ 

ร่างเด็กหนุ่มเดินวุ่นอยู่ในห้อง หยิบโน้น จับนี่เล่นจนคนตัวโตต้องกำชับอยู่บ่อยครั้ง เพราะของแต่ละชิ้นในห้องของเขาทั้งแพงและมีคุณค่าทางจิตใจมาก สายตาคู่คมแอบลอบมองเด็กหนุ่มที่ยืนอ่านนิตยสารต่างประเทศอย่างตั้งใจ เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ควงปากกาเล่น สายตาคู่คมมองไทม์นิ่งอย่างใช้ความคิด ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปซ้อนหลังอีกคนเงียบๆ

“อ่านหนังสือต่างประเทศได้ด้วยเหรอ” เสียงทุ้มดังอยู่ชิดใบหู

“ก็ไม่เห็นจะยากนี่” 

เด็กหนุ่มรีบหันกลับมามองคนตัวโต เขาขยับตัวเร็วไปหน่อยด้วยความตกใจไม่คิดว่าอีกคนจะมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังและยืนชิดจนลมหายใจรดต้นคอ ไทม์จึงเสียหลักจะล้มลงดีที่ร่างหนายื่นมือคว้าโอบเอวสอบไว้ได้ทัน จึงกลายเป็นว่าหมอหนุ่มกำลังกอดอีกคนไว้แน่น ทั้งคู่สบตากันนิ่งนาน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะประทุออกมานอกอก ยิ่งใบหน้าหล่อของทั้งสองอยู่ใกล้ จนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน 

คนตัวโตกว่าขยับเคลื่อนใบหน้าลงมาใกล้ ดวงตาคมมองใบหน้าหล่อใสที่เขาชอบแอบมองเวลาเผลอ และเรียวปากบางน่าจูบคู่นี้

"เฮ้ย!! ใจเย็นเพื่อนจะหื่นอะไรนักหนา นี่มันห้องทำงานนะโว้ย ค่อยไปต่อบทกันที่บ้านนะ" กวินทร์เข้ามาได้ถูกจังหวะพอดี แกล้งเอามือปิดตา

"หื่นพ่อง!! กูแค่ประคองน้องมันไว้ไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้น"

อาทิตย์รีบแก้ตัวพัลวันแต่ยังไม่ทันจะปล่อยมือออกจากเอวสอบ ไทม์ก็ดึงเสื้อหมอหนุ่มเข้ามาชิด ก่อนจะยื่นใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้แล้วเรียวปากบางก็ประกบเรียวปากหนาอย่างแผ่วเบาอ้อยอิ่ง สัมผัสเรียกร้องให้คนตัวโตกว่าเผยอปากรับลิ้นอุ่นอย่างช่ำชอง ก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคำรามอยู่ในลำคอ

"ขอบคุณครับ"

ทำเอาหมอทั้งสองคนยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ กับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่คิดว่าไทม์จะกล้าบ้าบิ่นจูบนายแพทย์หนุ่มที่กำลังฮอท สาวๆทั้งประเทศต่างอยากครอบครองและอยากเป็นเจ้าของมากที่สุด

"ขอบคุณที่อาทิตย์ปกป้องผมมาตลอด"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป