บทที่ 7 จูบเปลี่ยนชีวิต
ตอนที่ 7
จูบเปลี่ยนชีวิต
หมออาทิตย์ยืนกอดอกมองไทม์ที่ผละออกแล้วมายืนยิ้มแป้นเช็ดริมฝีปากตัวเองด้วยตาสายเรียบนิ่ง ดวงตาคมสวยของไทม์จ้องมาไม่วางตาเช่นกันแต่ในแววตาที่มองเขามันระยิบระยับบ่งบอกความรู้สึกของเจ้าตัว
“รู้ไหมว่ากำลังทำอะไร”
“ก็จูบอาทิตย์ไง”
“ผู้ชายใครเขาจูบกัน ทีหลังอย่าทำนี้อีกเพราะฉันไม่ชอบ!!”
อาทิตย์เน้นเสียงว่าไม่ชอบจนคนที่ยืนนิ่งได้แต่ทำหน้าเจื่อนไปทันที ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วพูดออกไปอย่างคนที่ไม่ค่อยจะยอมใคร
“ทำไมไม่ได้ ก็ผมรักอาทิตย์นี่น่า”
“นายไม่เข้าใจ บางทีความจำเสื่อมอาจทำให้นายเลอะเลือน”
“อาทิตย์ใจร้าย"
"..........."
หมอหนุ่มยืนมองอีกคนด้วยสายตาเรียบนิ่ง หรี่ตามองอย่างไม่ชอบใจที่อีกคนชอบเอาแต่ใจตัวเอง ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่คลุกอยู่ด้วยแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงจนเขารู้นิสัยของเด็กหนุ่มตรงหน้าบ้างแล้ว
"ทีแอบหอมแก้มผมยังไม่ว่าสักคำ”
ไทม์ทำหน้ามุ่ยอย่างคนถูกขัดใจ ชายหนุ่มฟึดฟัดเดินหนีไปเข้าห้องน้ำ ดูก็รู้ว่ากำลังงอนเขามากแค่ไหนที่โดนเขาดุ
“เชี้ย!! จริงเหรอวะ ที่มึงไปหอมแก้มน้องมัน ฮ่าๆๆ แม่ง!ไอ้ไทม์สุดยอดวะ”
หมอกวินทร์อ้าปากมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อด้วยสีหน้าแปลกใจระคนตกใจ แต่สุดท้ายก็หลุดขำก๊ากออกมาให้เขาหมั่นไส้ จนอยากหาอะไรยัดปากกว้างๆของเพื่อนหนุ่มให้หยุดเห่าหอน
ส่วนไทม์เองก็เหมือนกัน เด็กหนุ่มคนนี้มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกว่าอายเลยสักนิดเดียวในสิ่งที่กระทำ เป็นเขาเสียอีกที่รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบยิ่งกว่าจูบกับผู้หญิง ไทม์ทำเขาเสียอาการไปเลยทีเดียว
ที่ผ่านมาถึงเขาจะมีผู้หญิงเข้ามาร่วมหลับนอนหลายต่อหลายคนแต่ไม่เคยมีจูบครั้งไหนทำให้ใจสั่นหวามไหวขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง หรืออาจจะเพราะว่าไทม์เป็นผู้ชายเหมือนกัน เลยทำให้รู้สึกแปลกๆ ไม่ชิน นี่เขาคงต้องปรับตัวให้เข้ากับเด็กคนนี้สินะ
“เออ ว่าไปแล้วรสชาติเป็นไงวะนัวดีไหม”
“แดกตีนกูไหมจะได้นัว” หมอหนุ่มเตรียมยกขาแต่ว่ากวินทร์รู้ทันรีบวิ่งไปตรงประตูเสียก่อน
“หึหึ นัวไม่นัวกูไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้มึงนะกำลังหน้าแดง เสืออะไรวะถูกแมวจูบปาก”
อาทิตย์ได้แต่ยืนมองเพื่อนหนุ่มอย่างหงุดหงิดก่อนจะมองไปทางห้องน้ำ ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นไปอีก วันแรกของการทำงานของเขาก็ป่วนไปหมด แต่คนที่กลับออกจากห้องน้ำกลับทำหน้าปั้นปึ่งใส่เขาซะงั้น ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องโกรธ
“ง่วงฉิบ”
เสียงบ่นพึมพำเบาๆมาจากคนที่พึ่งจะเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ หมอหนุ่มรอให้ประตูปิดสนิทจึงได้เอี้ยวตัวไปหา เมื่อคนโดยสารขึ้นมานั่งแล้วหลับตาลงทันทีโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
“ทำไรอ่ะ”
เด็กหนุ่มตกใจเมื่อหมออาทิตย์โน้มเข้าไปใกล้ ดึงหัวเข็มขัดนิรภัยแล้วคาดให้เงียบๆไม่ได้พูดอะไร จมูกโด่งเฉียดไปโดนแก้มอีกคนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ทำให้คนที่นั่งอยู่เกร็งทันทีจนหมอหนุ่มรู้สึกได้
“ที่อย่างนี้ทำกลัวแล้วเมื่อกี้จูบฉัน ทำไมไม่กลัว" หมอหนุ่มพูดประชดอีกคน
"ทีหลังอาทิตย์ไม่ต้องทำ ผมคาดเองได้” อีกคนยังทำแก้มป่องยังงอนไม่หายที่โดนดุต่อหน้าหมอกวินทร์เรื่องจูบ
"เหนื่อยไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนข้างกาย
“ไม่”
จะเหนื่อยได้ยังไง ในเมื่อคนที่บอกว่าจะมาช่วยทำงานกลับนอนปางตายอยู่ที่โซฟาหรู จนเขาต้องปลุกกลับบ้าน
“ชอบที่ทำงานฉันไหม” เขาถามไปเรื่อยก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์
“ชอบ”
“เป็นอะไร ตอบสั้นจัง”
“เปล่า”
“ไหนหันหน้ามาสิ”
หมอหนุ่มจับใบหน้าหล่อให้หันมา แต่อีกคนยังขืนตัวไว้อย่างแสนงอน ทำตัวเหมือนเด็กแต่มันน่ารักจนเขาแอบลอบยิ้มด้วยความขบขัน
“ไม่ต้องมายุ่ง”
ไทม์ยังขืนตัวไว้ ขยับชิดริมประตู จนอีกฝ่ายกลั้วหัวเราะเสียงดัง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้มันไม่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าเขามานานแล้ว
“ไอ้เด็กคนนี้” เมื่ออีกคนยังคงดื้อดึงเขาจึงเอามือหนาไปขยี้ผมสลวยของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“อย่าเล่นดิวะ กว่าจะเชตผมออกมาได้ทรงนี้ผมต้องใช้เวลานานมากแค่ไหน” คนตัวเล็กยังคงไว้เชิง ปัดมือหนาทิ้งอย่างงอนๆ แล้วลูบหัวตัวเองจัดทรงใหม่อีกครั้ง
“ไม่ได้เชตเพื่อให้ฉันดูหรอกเหรอ”
“ใครอยากให้อาทิตย์ดู”
“อ้าว ก็นึกว่าอยากหล่อให้ฉันดูซะอีก คงเข้าใจผิดคิดไปเองสินะ แล้วไหนกันที่นายบอกว่ารักฉัน”
หมอหนุ่มแกล้งหยอกพูดยิ้มๆ พลางโน้มตัวลงมาใกล้จนจมูกชนแก้มใสที่เปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ ส่วนคนแกล้งเองก็อยากจะเข้าไปหอมสักฟอดให้ชื่นใจจริงๆ เขาจำกลิ่นตัวของไทม์ได้ดี
เด็กหนุ่มมีกลิ่นประจำเฉพาะที่หอมกรุ่นและเขาเองก็เผลอสูดเข้าปอดอยู่เสมอ เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปฝังจมูกลงบนแก้มนวลที่นอนแนบชิดใบหน้าหล่อใสที่อยู่แค่ปลายจมูกก่อนลุกขึ้นจากที่นอนในทุกๆเช้า
“เฮ้ย!!” อีกคนอุทานหน้าเหวอผลักหน้าอกอีกคนออกไปจากตัวอย่างแรงด้วยความตกใจ
“ใครจะไปรักอาทิตย์วะ ดุจะตาย”
“ไม่รักก็ไม่รัก ทำไมต้องโวยวาย”
หมอหนุ่มรู้สึกขบขับแอบลอบยิ้มกับท่าทางของคนตรงหน้า เด็กคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาไม่น้อยทีเดียวบางครั้งทำให้เป็นห่วงจนใจร้อนรุ่ม และทำให้มีความสุขยิ้มได้จนเขารู้สึกแปลกใจ
“ว่าแต่ไม่รัก แล้วมาจูบฉันทำไม”
“ก็.....”
ครืดดดดดดด
เสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน เขาจึงอดฟังคำตอบจากปากเด็กหนุ่ม
“ว่าไง”
(กูให้เด็กเอาโทรศัพท์ไปให้ไอ้ไทม์แล้วนะ ตามที่ไทม์เลือกไว้นั้นแหละ”
“เออ ขอบใจ”
(แล้วนี่คืนนี้อย่าลืมออกมาละ ปาร์ตี้สละโสดไอ้หมอโอ๊ต)
โอ๊ต หรือนายแพทย์พิพัฒน์ ที่เป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคนที่จะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วัน
“อืม”
(บอกเด็กไว้ด้วยละเดี๋ยวโทรตามเข้าบ้าน ตามเก่งยิ่งกว่าเมีย)
“อย่ากวนตีนกู ไอ้สัส” เขารีบวางสายเพราะคนที่อยู่ข้างๆมองเขาตาแป๋ว จนเขานึกหวั่นใจกับความคิดที่อยู่ในหัวของเด็กหนุ่มที่นั่งมองเขาและยิ้มให้อย่างประจบ
“ผมอยากไปด้วยนะครับ ผมอยากไปเที่ยวด้วย เผื่อจะจำอะไรๆได้บ้าง”
ไทม์บอกอีกคน รู้สึกว่าตัวเองก็เป็นนักดื่มไม่น้อยทีเดียว พอพูดขึ้นมาก็ยิ่งอยากไปมาก จากที่ขยับตัวแนบชิดประตู เปลี่ยนเป็นขยับมาโอบแขนแข็งแรงเข้าไว้แน่น พร้อมเอาหน้าเข้ามาถูไถตรงแขนหมอหนุ่มอย่างออดอ้อนเอาใจ จนคนตัวโตต้องใช้มือหนาผลักศีรษะทุยของอีกคนออกไป
“ให้ฉันดูพฤติกรรมนายก่อน”
“ผมจะไม่ดื้อ ไม่ซน และอยู่ในโอวาทของอาทิตย์”
“เรื่องนั้นฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง”
หลังจากนั้นร่างหนาก็ขับรถหรูแล่นออกจากบริเวณลานจอดรถส่วนตัวเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงคฤหาสน์หรู เด็กหนุ่มก็เดินตามติดเจ้าของบ้านแจ ไม่ว่าจะเดินไปไหนทำอะไร เขาจะบริการอำนวยความสะดวกให้ตลอด บางครั้งชายหนุ่มก็ชักรำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถึงจะดุแต่อีกคนก็ไม่เคยโกรธ กลับมาวอแวเขามากยิ่งกว่าเดิม จนอาทิตย์เริ่มชินแล้ว
อาทิตย์ออกมานั่งในห้องนั่งเล่นเช็คโทรศัพท์แบรนด์หรูที่หมอกวินทร์ส่งมาให้ไทม์ เขาบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของตัวเอง ของกวินทร์ และเบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านไว้เผื่อฉุกเฉิน ก่อนจะพิงศีรษะไว้บนพนักโซฟาตัวยาว
วันนี้เขาเซ็นต์เอกสารไปหลายแฟ้ม นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่นานจนรู้สึกเมื่อยไหล่ แล้วจู่ๆ มือนุ่มๆของอีกฝ่ายก็เข้ามานวดๆคลึงๆวนไปมาอยู่ตรงบริเวณไหล่กว้างให้อย่างเบามือ
หมอหนุ่มลืมตาขึ้นสบประสานสายตากับคนที่จ้องลงมามองเขาเช่นกัน
“อะไร” ปากหนาขยับถาม
“ผมช่วยนวดไหม” เสียงใสกังวานดังขึ้นอย่างเอาใจ มือก็ขยับนวดคลึงไปมาบนไหล่กว้าง
“นายนวดเป็นด้วยเหรอ” หมอหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะลุกนั่งดีๆให้อีกคนได้นวดได้อย่างถนัดถนี่
“ผมเคยเป็นหมอนวด” เด็กหนุ่มตอบอย่างยียวน
“เอาดีๆ”
“เปล่า ก็ผมแค่อยากนวดให้อาทิตย์นี่น่า”
เสียงอ้อนเอาใจจนป้าอุ่นที่อยู่ไม่ไกลได้แต่ยิ้มแก้มปริอย่างเอ็นดูความน่ารักของคนทั้งคู่ ยิ่งเห็นรอยยิ้มอ่อนๆที่ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเรียบนิ่งของเจ้านายหนุ่มอยู่บ่อยครั้งในระยะหลัง ยิ่งทำให้เธอเองพลอยมีความสุขไปด้วย
มือบางพยายามนวดคลึงไปมา แต่มันก็ช่วยให้เขารู้สึกดีไม่น้อย ยิ่งมือบางสัมผัสเขาบีบเคล้นนวดคลึงยิ่งทำให้เขารู้สึกดี
แต่พอผ่านไปได้สักพักจากมือที่นวดกลายเป็นโน้มลงมาโอบรอบคอของเขา พร้อมเจ้าของร่างขยับแนบชิดเขาจากทางด้านหลังโซฟาหรู กลิ่นตัวหอมๆและลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายรดลงตรงต้นคอของเขา จนขนอ่อนลุกชัน แก้มเนียนนุ่มใสจะขยับมาชิดแก้มเขาอย่างจงใจก่อนจะถูไถไปมาอย่างออดอ้อน
“อะไร หือ” ท่าทางออดอ้อนแบบนี้ เขารู้ดีว่าคืออะไร
“ขอผมไปด้วยนะ”
“หึหึ ที่แกล้งทำดีกับฉันเพราะอยากไปด้วยละสิ นึกว่ามีน้ำใจ”
“แหะๆ”
หมอหนุ่มเอี้ยวหน้าหล่อมองคนที่เอาคางมาเกยไว้บนไหล่เขาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าของไทม์หันมาสบตากับเขาในระยะใกล้
เขาอดไม่ได้ที่มองลงไปตรงริมฝีปากที่จูบเขาในห้องทำงานยังจำรสชาติของมันได้ดี ก่อนจะตัดใจจากปากเรียวสวย ใช้นิ้วดีดหน้าผากอีกคนอย่างแรง เพื่อให้ผละออกก่อนที่เขาจะอดใจไม่ไหวกับท่าทางออดอ้อนแบบนี้ จนบางอย่างในร่างกายรู้สึกตื่นตัวจนนึกตกใจตัวเอง
“แต่ห้ามดื้อห้ามซน”
“ครับ ผมรักอาทิตย์ที่สุด”
พอพูดจบเด็กหนุ่มก็ขโมยหอมแก้มเขาดังฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งขึ้นด้านบนทันที
“เด็กบ้าอะไร น่าตีจริงๆ” อาทิตย์ส่ายหน้าให้กับอีกคน ใบหน้าหล่อปรากฏรอยยิ้มจางๆ
“แต่ป้าว่าน่ารักดีนะคะ ทำให้บ้านของเราสดใสมีสีสันขึ้นเยอะ”
หมอหนุ่มชะงักหันมามองไม่คิดว่าว่าแม่บ้านสูงวัยจะอยู่แถวๆนี้ เขาไม่ทันสังเกตมัวแต่จดจ่อสนใจคนที่ยืนอยู่หลังโซฟานวดต้นคอและบ่าให้ รู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย เมื่อมีบุคคลที่สามเห็นการกระทำของเขากับเด็กหนุ่ม
“คุณหนูของป้าก็มีรอยยิ้มระบายบนใบหน้าบ่อยขึ้นด้วย รู้ตัวหรือเปล่าคะ”
ชายหนุ่มรีบเอามือหนาลูบใบหน้าทันทีด้วยความเขินอายแล้วรีบลุกตามเด็กหนุ่มขึ้นไปชั้นบน เพื่อหนีสายตาจับผิดของคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
“เออ ป้าครับ คืนนี้ป้าไม่ต้องรอนะครับผมคงกลับดึก บอกทุกคนด้วย” เขาตะโกนลงมาจากชั้นบนก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเองอย่างรวดเร็ว
“ค่ะ”
ป้าอุ่นขานรับพลางมองเจ้านายหนุ่มอย่างมีความสุข ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป กำลังเจริญงอกงามขึ้นมาในใจของชายหนุ่มทั้งคู่
