บทที่ 7 เจ้าบ่าวใบสั่ง EP7
เมธาวินกำลังยืนอยู่หน้าเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ร่างสูงโปร่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอที่มันเล็กเกินไปสำหรับเขาจนรั้งตึงอยู่ที่หัวไหล่ กระดุมถูกปลดออกจนหมดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่สมบูรณ์แบบ ท่อนล่างสวมกางเกงสแล็กสีดำที่ยับยู่ยี่ ท่วงท่าการจับตะหลิวและพลิกเบคอนของเขาดูคล่องแคล่วและสง่างามราวกับเชฟมืออาชีพ
แสงแดดยามสายที่อาบไล้แผ่นหลังกว้างและรอยสักรูปปีกซาตาน ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูมีเสน่ห์อันตรายจนยากจะละสายตา
“ตื่นแล้วหรือครับ คุณนายจ้าง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายโดยไม่ได้หันกลับมามอง ราวกับเขามีตาสับปะรดอยู่ด้านหลัง “ผมทำอเมริกันเบรกฟาสต์ไว้ให้ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลตามที่คุณชอบ รินไว้ให้แล้วอยู่ที่โต๊ะ”
จีรณัชกระแอมในลำคอเพื่อเรียกความมั่นใจ เธอเดินไปนั่งที่เก้าอี้สตูลหน้าเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อน ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นของกาแฟอาราบิก้าช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาก
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันดื่มกาแฟดำ”
“บาร์โฮสต์ระดับท็อป ต้องมีทักษะการสังเกตลูกค้าครับ” เมธาวินตอบพร้อมกับตักไข่คนและเบคอนใส่จาน เลื่อนมาวางตรงหน้าเธอ “คุณมีเมล็ดกาแฟคั่วเข้มติดครัวไว้สามสายพันธุ์ แต่ไม่มีน้ำตาลหรือครีมเทียมเลยสักซอง แถมเมื่อคืน รสชาติจูบของคุณก็บอกชัดเจนว่าคุณชอบความขมปะแล่มของซิงเกิลมอลต์มากกว่าค็อกเทลหวานๆ”
คำพูดสองแง่สามง่ามที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากและสายตาแพรวพราว ทำเอาจีรณัชแทบจะสำลักกาแฟ หญิงสาววางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังตึง ปั้นหน้าตึงเครียดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พวงแก้ม
“เรื่องเมื่อคืนถือเป็นโบนัสล่วงหน้าสำหรับงานนี้ก็แล้วกัน” เธอเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมเกมให้อยู่ในมือ “แต่จำไว้ว่านั่นไม่ได้หมายความว่านายจะทำตัวรุ่มร่ามกับฉันได้ตามใจชอบ ในงานกาล่าเปิดตัวนักลงทุนอีกสามวันข้างหน้า นายต้องทำตามแผนของฉันเป๊ะๆ”
เมธาวินเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนจีรณัชต้องเอนหลังหนีเล็กน้อย
“รับทราบครับคุณนายจ้าง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน “แต่ก่อนที่คุณจะสั่งให้ผมไปเชือดอดีตคู่หมั้นของคุณกลางงาน คุณไม่ได้สังเกตเลยหรือครับ ว่าเสื้อผ้าของผมมันคงไม่เหมาะกับงานกาล่าระดับร้อยล้านของคุณแน่ๆ”
จีรณัชกวาดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า จริงอย่างที่เขาว่า เสื้อเชิ้ตตัวเมื่อคืนก็ถูกเขาฉีกทิ้งไปแล้ว ส่วนชุดที่เหลือของเขาก็ดูเป็นแฟชั่นกลางคืนที่เน้นความเซ็กซี่มากกว่าความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ หากจะให้เขาไปสวมบทบาทซีอีโอทายาทอสังหาริมทรัพย์ ภาพลักษณ์ภายนอกคือสิ่งแรกที่ต้องไร้ที่ติ
“กินข้าวซะ เสร็จแล้วเราจะออกไปข้างนอกกัน” โปรดิวเซอร์สาวลุกขึ้นยืน “ฉันจะพานายไปแปลงโฉมให้กลายเป็นผู้ชายที่พีรวัตรเห็นแล้วต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ขยะฝังกลบ”
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รถสปอร์ตเปิดประทุนของจีรณัชแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าทางเข้าศูนย์การค้าระดับอัลตราลักชัวรีใจกลางกรุงเทพฯ หญิงสาวก้าวลงจากรถพร้อมกับร่างสูงของเมธาวินที่อยู่ในชุดลำลองเรียบๆ ทว่าออร่าความหล่อเหลาของเขากลับดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว
เป้าหมายของจีรณัชคือ ‘Artigiano Bespoke’ ร้านสูทสั่งตัดแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่นำเข้าผ้าจากอิตาลีและอังกฤษ ซึ่งเป็นร้านประจำของเหล่านักการเมืองและมหาเศรษฐีระดับประเทศ
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ผู้จัดการร้านที่คุ้นเคยกับโปรดิวเซอร์สาวก็รีบออกมารอต้อนรับด้วยความนอบน้อม
“สวัสดีครับคุณจี ไม่ทราบว่าวันนี้มีอะไรให้ทางเรารับใช้ครับ”
“ฉันต้องการชุดสูททักซิโดและสูทสากลที่เนี้ยบที่สุดสำหรับผู้ชายคนนี้ ขอคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยมีใครใส่ในไทย เอาแบบที่สวมแล้วดูมีอำนาจและราคาแพงที่สุดในร้านของคุณ” จีรณัชสั่งการอย่างรวดเร็ว
ผู้จัดการร้านปรายตามองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ด้านหลัง ด้วยสายตาของคนในวงการแฟชั่น เขามองออกทันทีว่าผู้ชายคนนี้มีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบราวกับนายแบบรันเวย์ ไม้แขวนเสื้อชั้นดีเช่นนี้ สวมใส่อะไรก็ย่อมดูสง่างาม
“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้ชาย เรามีห้องลองวีไอพีด้านใน”
เมธาวินหายเข้าไปในห้องลองเสื้อพร้อมกับพนักงานนับสิบชีวิตที่วิ่งวุ่นจัดเตรียมเสื้อผ้า จีรณัชนั่งรออยู่ที่โซฟาหนังกำมะหยี่ด้านนอก ยกนิตยสารแฟชั่นขึ้นมาเปิดดูฆ่าเวลา ทว่าสมาธิของเธอกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือเลย
โลกใบนี้ช่างกลมและเล่นตลกกับเธอเสมอ เพราะเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูกระจกบานใหญ่ของร้านก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของคนสองคนที่จีรณัชไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
พีรวัตรในชุดสูทสีเทา ก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับแขนที่ถูกควงโดยกวินตรา อดีตเลขาฯ ของเธอที่ตอนนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของทั้งคู่หุบลงฉับพลันเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของอดีตคู่หมั้นที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาวีไอพี
“แหม บังเอิญจังเลยนะคะบอส ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่” กวินตราเป็นฝ่ายเปิดฉากทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงจีบปากจีบคอ แววตาของหล่อนเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและสะใจที่แย่งผู้ชายของเจ้านายมาได้
จีรณัชปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชา “ฉันไม่ได้เป็นบอสของเธอแล้ว กวินตรา และร้านนี้ก็ดูจะ ‘แพง’ เกินไปสำหรับคนที่เพิ่งตกงานนะ”
