บทที่ 10 ไม่เต็มใจ
ศจีมาศโมโหคนตัวโตตรงหน้ามากอย่างไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน เธอเพียรพยายามอธิบายเรื่องราวของตัวเองอยู่นานเพราะหวังจะให้เขาเข้าใจและเห็นใจเธอบ้าง เขาควรจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ ตั้งแต่ที่เธอบอกว่าเธอมีเงินมาคืนแล้วนี่นา ไอ้คนบ้าตรงหน้านี่มันฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือยังไงกัน
“นี่คุณธาราดล อย่ามาเล่นลิ้นนะ ฉันไม่ตลกกับคุณด้วย” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่และสะบัดหน้าหันไปอีกทางเพราะไม่อยากมองหน้าเขาให้อารมณ์โกรธที่มีอยู่แล้วมีมากขึ้นไปอีก
“แค่ปีเดียวเองนะ คุณกลัวอะไรนักหนา” พูดแล้วก็เดินอ้อมอีกอีกฝั่งเพื่อสบตาคนตรงหน้าอย่างท้าทาย
“วันเดียวฉันก็ไม่อยากค่ะ กรุณาหย่าให้ด้วย” คนพูดเอ่ยออกมาพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าตรงๆ อยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพูดมาทั้งหมดเสียที
“ไม่!!” ชายหนุ่มยืนกอดอกมองศจีมาศด้วยรอยยิ้ม ยิ้มที่ตั้งใจกวนประสาทคนตรงหน้า
“คุณกลัวว่าถ้าอยู่กับผมครบหนึ่งปี คุณจะหลงรักผมจริงๆ ใช่ไหมจี” เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบเบาๆ ข้างหูหญิงสาวและขโมยหอมแก้มหญิงสาวไปหนึ่งครั้งด้วยความรวดเร็ว
“คุณ!” เป็นศจีมาศที่ถอยหลังออกมาด้วยความตกใจและเอามือถูหน้าตัวเองจนเกิดรอยแดง
"ตัวคุณหอมจังเลย นี่ขนาดยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ" คนตัวโตยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับขยิบตาให้หญิงสาวอย่างกวนๆ
สำหรับธาราดลแล้ว...พออยู่ใกล้กับศจีมาศแล้วเขาแทบห้ามใจตัวเองไม่ได้ หรือจริงๆ แล้วไม่คิดจะห้ามตัวเองกันแน่ อันนี้เขาก็ไม่แน่ใจ ศจีมาศมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เขาสนใจทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยมองเธอแบบนี้เลยด้วยซ้ำ คนอะไรทั้งสวย ทั้งมีสมอง แบบนี้ค่อยน่าเอามาเป็นแม่ของลูกหน่อย คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ลงทุนขอร้องพ่อตัวเองให้ไปพูดกับคุณเอื้อทวีให้เอาศจีมาศมาแต่งงานกับเขาแทนหลังจากที่รู้ว่ารวีมาศหนีไป
"ไอ้บ้ากาม!" คนที่โดนลวนลามพูดออกมาพร้อมกับตีเข้าที่ต้นแขนคนตัวโตอย่างแรง
"เจ็บนะจี แค่หยอกนิดหยอกหน่อยเอง หวงตัวไปได้" ใช่! เดี๋ยวถ้ามีโอกาสลวนลามอีกจะเอาให้เคลิ้มตามเลย คอยดูเถอะ!
"พาฉันกลับกรุงเทพฯ เลยนะคุณ" หญิงสาวพูดพร้อมกับถอยห่างจากคนตรงหน้า เพราะเริ่มระแวงว่าหากตัวเองเผลอพูดอะไรผิดหูเขาอีก อาจจะโดนหอมโดนจูบอีก ไอ้คุณธาราดลนี่มันน่าเอาไม้หน้าสามมาฟาดให้ตายจริงๆ เชียว
“คุณห่วงอะไรนักหนาศจีมาศ กรุงเทพฯ มันมีอะไรน่าสนใจ ในเมื่อคุณก็บอกเองว่าบ้านคุณเหมือนนรก” คนตัวโตขยับตามไปจนหญิงสาวถอยหนีไปไหนไม่ได้เพราะหลังชนกับต้นเสากลางบ้าน
“ฉันเล่าให้คุณฟังไปว่า ฉันตัดสินใจย้ายออกแล้ว ฉันจะไปอยู่คอนโดของฉัน” เมื่อหนีไปไหนไม่ได้แล้ว หญิงสาวจึงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ถึงงั้นก็เถอะ แล้วอะไรที่ทำให้คุณอยากกลับไปมากกว่าล่ะ... หรือคุณมีแฟน?” คนพูดหรี่ตามองหญิงสาวอย่างจับผิด แม้จะมองเห็นแววตาว่างเปล่าของคนตรงหน้าอย่างชัดเจนก็ตาม
“ฉันไม่มีแฟน และยังไม่คิดจะมีตอนนี้ รวมถึงสามีปลอมๆ แบบคุณ”
ความโมโหที่มีเป็นทุนอยู่แล้ว ทำให้ศจีมาศตั้งใจตอกกลับคนตรงหน้าให้เข้าใจความจริงบ้าง แต่ดูท่าทางมันอาจจะไม่ค่อยสำเร็จมากนัก เพราะธาราดลเอาแต่ยืนยิ้มอยู่แบบนั้น ไม่สะทกสะท้านอะไรกับสิ่งที่เธอพูดไปเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังแกล้งยื่นมามาลูบต้นแขนเธออีก นี่มันผู้บริหารของบริษัทใหญ่โตจริงหรือเปล่าเนี่ย... ทำไมรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนบ้ามากกว่า แถมบ้ากามอีกด้วย
“คุณก็ตอบมาสิครับคุณศจีมาศ ว่าห่วงอะไรนักหนาถึงต้องรีบกลับไป” ธาราดลยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี และเอ่ยถามหลังจากโดนหญิงสาวผลักให้ออกห่างจากตัวเธอ เขาถูกใจที่เธอหวงตัวแบบนี้ โชคดีจริงๆ ที่ได้ศจีมาศมาเป็นเมียแทนที่จะเป็นคนน้อง
“ฉันต้องทำงาน” เสียงเครียดเอ่ยออกไปในที่สุด
“งาน?” ธาราดลถามเสียงสูงเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่... และฉันต้องเริ่มงานที่สาขาใหม่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ สาขานั้นคุณเป็นผู้บริหาร เอ้อ! เป็นประธานบริษัทสินะ... และคุณควรให้ฉันกลับไปทำงานของตัวเอง เพราะฉันต้องกินต้องใช้ ถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงดูตัวเอง”
“งก!” คำเดียวที่เขาคิดว่าเหมาะและตรงตัวที่สุดสำหรับคนตรงหน้า เธองก...ทั้งที่มีเงินตั้งมากมายนอนรอให้ใช้อยู่ในบัญชี
“ใช่ค่ะ ฉันงกจริงๆ แบบที่คุณว่ามา” หญิงสาวตอบหน้าเฉย พร้อมพยักหน้าตอบรับเบาๆ
“จี...เงินในบัญชีนั่น ผมหมายถึงเงินที่คุณมีตอนนี้มันมากมาย มากมายจริงๆ แล้วจะงกไปทำไมกัน”
“แล้วถ้าฉันไม่ทำงาน วันนึงเงินนั่นมันจะไม่หมดลงหรือไง นี่ถามจริงๆ นะคุณธาราดล... คุณเป็นผู้บริหารได้ยังไง ทำไมถามอะไรโง่ๆ แบบนี้”
เมื่อโดนศจีมาศต่อว่ามา ธาราดลจึงรู้สึกอยากเอาชนะคนตรงหน้าขึ้นมาดื้อๆ แม่ตัวแสบ! อยู่ๆ มาว่าเขาโง่... แบบนี้จะต้องแกล้ง ต้องวางแผนให้มาหลงเสน่ห์เขาเพื่อเป็นการแก้แค้นให้ได้ แค่เขาลืมคิดว่าสมบัติมันอาจจะหมดลงได้ถ้าเธอไม่ทำงาน นี่เธอว่าเขาเหมือนเขาเป็นเด็กที่คิดอะไรได้ไม่รอบคอบขนาดนี้เชียวหรือ! จะทำยังไงถึงจะรั้งศจีมาศไว้กับตัวได้ล่ะ วิธีไหนมันถึงจะทำให้เธอยอมอยู่กับเขา
