บทที่ 2 เปลี่ยนตัวเจ้าสาว ll
“ยังไงลุงก็ยืนยันนะดล ว่างานแต่งจะต้องเกิดขึ้น ลุงไม่ผิดคำพูดกับนายธีร์แน่นอน” คนข้างตัวของรศิตาเอ่ยขึ้นมาเสียงเครียด
เอื้อทวีหมายถึง นายธีร์ ศรัณย์ธร พ่อของชายหนุ่มตรงหน้า นักธุรกิจค้าผลไม้ส่งออกรายใหญ่เพื่อนรักของเขาที่เติบโตมาจากบ้านสวนเล็กๆ ที่จังหวัดสมุทรสงครามด้วยกัน
เขาและธีร์เป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนเรียน เพื่อนรักและช่วยกันทำธุรกิจเล็กๆ ด้วยกัน เมื่อธุรกิจอยู่ตัวบวกกับการรบเร้าให้มาลงทุนทำเองของรศิตา ทำให้เขาตัดสินใจเดินออกมาเพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่ของตัวเองกับภรรยาใหม่
แม้ช่วงแรกๆ จะไปได้ดีมากกว่าที่คิดเอาไว้จนมีฐานะร่ำรวยขึ้นมา แต่เมื่อเจอปัญหาหลายด้านเข้ามาในระยะหลังนี้ บริษัทเขาก็เกือบล้มไม่เป็นท่าเช่นกัน เพราะความคิดของรศิตามีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินกว่าที่จะรับฟังใคร ไม่เปลี่ยนแปลงกลยุทธตามใคร ผลจึงออกมาเป็นแบบนี้
“ผมจะมั่นใจได้ยังไงครับ ว่ารวีจะกลับมา” เสียงเอ่ยถามราบเรียบ แต่หนักแน่นจนคนฟังสัมผัสได้
“แล้ว... ถ้ารวีไม่กลับมา เป็นยายจีแต่งแทนได้ไหมดล” เอื้อทวีเอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยสายตาจริงจัง
“จี?”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะไม่มั่นใจว่าทำไมคนเป็นพ่อถึงเอ่ยออกมาแบบนี้ นี่ไม่ใช่การเล่นขายของนะ!
“ใช่! ลุงหมายถึงยายจี ลูกสาวคนโต”
“ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมนะคุณ เรื่องอะไรจะมาให้นังเด็กนั่นมายุ่งกับตาดล ฉันไม่ยอมแน่ๆ”
รศิตาเอ่ยออกมาเสียงดังจนคนฟังสะดุดกับเสียงนั้น พร้อมกับครุ่นคิดไปถึงอะไรบางอย่าง
ศจีมาศ ลูกสาวคนโตของคุณเอื้อทวีเพื่อนรักของพ่อเขา อายุเธอราวๆ ยี่สิบเก้าปีแล้ว เขาเองเคยเจอเธอและเคยพูดคุยกับเธอในฐานะเจ้านายอยู่หลายครั้งในเวลางาน เพราะเธอทำงานอยู่ในเครือบริษัทที่พ่อเขาบริหารอยู่ ศจีมาศมีตำแหน่งเป็นเลขาให้พ่อเขา
น่าแปลกใจ...ที่เธอไม่ยอมทำงานในบริษัทพ่อตัวเอง แต่กลับใช้วิธีการสมัครงานทั่วไปโดยไม่ได้สนใจว่าที่นั่นจะเป็นบริษัทคนรู้จักหรือไม่ เธอใช้ความสามารถด้วยตัวเองล้วนๆ
ในความคิดของธาราดลนั้น ศจีมาศเป็นคนสวยคนนึงเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ผุดผ่องเหมือนน้องสาวที่แต่งตัวเก่งราวกับนางแบบ แต่ศจีมาศก็สวยแบบไทยๆ แบบที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรลงไปก็ยังสวยอยู่ดี
ตอนที่เขาเลือกจะสานความสัมพันธ์กับสองพี่น้องบ้านนี้ ห้วงความคิดหนึ่งเขาเคยคิดว่าจะลองจีบศจีมาศดู เพราะเธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าคนน้องอยู่มาก และด้วยอายุที่ไม่ห่างกันมาก มันอาจจะมีช่องว่างน้อยลง
ที่สำคัญคือเขารู้สึกเหมือนตกหลุมรักเธอขึ้นมา แต่พอเอาเข้าจริง...กลับกลายเป็นรวีมาศ ที่เดินหน้ารุกจีบเขาตั้งแต่เธอเรียนปีสี่ เขาจึงตกลงคบกับรวีมาศแทน
ในความคิดของชายหนุ่ม รวีเหมือนเด็กงี่เง่าที่อยากได้อะไรต้องได้ มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น เพราะรวีมาศรบเร้าจะให้มันมีให้ได้ แม้เขาจะพูดบอกเธอไปตรงๆ ว่าเขาไม่ได้รักหรือชอบพอเธอจนถึงขั้นแต่งงาน แต่รวีมาศก็ไม่ได้สนใจ
เบื้องหลังนั่นเขาค่อนข้างมั่นใจ... ว่าอะไรที่ทำให้รวีมาศอยากแต่งงานกับเขามากขนาดนี้
“คนที่รบเร้าจะให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นไม่ใช่ศจีมาศ เขาไม่มีความจำเป็นต้องมาแบกรับปัญหาที่น้องเขาสร้างครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยบอกเสียงเครียด นี่เป็นพ่อภาษาอะไร ไม่เข้าใจคนบ้านนี้จริงๆ
“ลุงพูดเผื่อเอาไว้เท่านั้น งานแต่งถูกเตรียมเอาไว้แล้ว มันอาจจะไม่ดีถ้าต้องยกเลิกกะทันหันแบบนี้” คนสูงวัยพยายามพูดปลอบให้ธาราดลอารมณ์เย็นลง
“เลยจะให้ศจีมาศมาแต่งแทน ทั้งๆ ที่ผมไปมาอยู่กับรวี? จริงๆ คนที่ผมถูกใจแต่แรกคือศจีมาศ... ผมแต่งกับเธอได้ แต่ผมมองไม่เห็นความจำเป็น...ว่าทำไมศจีมาศต้องมาแก้ปัญหาแทน” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เอาเถอะๆ ยังไงป้าก็มั่นใจว่ารวีต้องกลับมาแน่นอน ดลวางใจเถอะ”
เป็นคุณรศิตาที่ทนฟังไม่ไหว เพราะไม่เข้าใจว่าสามีตนเองทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
คุณรศิตาตั้งแง่รังเกียจศจีมาศอย่างชัดเจน และไม่คิดจะเกรงใจสามีอย่างคุณเอื้อทวีแม้แต่น้อย แถมตั้งแต่ที่รวีมาศลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอจำความได้ เธอก็ปลูกฝังความเกลียดชังใส่สมองของลูกไว้เสมอมา
ทำให้สองพี่น้องต่างสายเลือดไม่ลงรอยกันมากนัก รวีมาศเอาแต่ใจและชอบความเป็นที่หนึ่งแบบที่มารดาสอน แต่ศจีมาศค่อนข้างเงียบและไม่ค่อยสนใจใคร
แต่ที่น่าเจ็บใจมากที่สุดของรศิตาก็คือศจีมาศไม่ยอมโดนเธอและลูกรังแกฝ่ายเดียว หลายต่อหลายครั้งที่เธอโดนเด็กสาวด่ากลับและเอาคืนหลายครั้งหลายหน
“อีกสองวันจะถึงวันงาน ผมหวังว่าผมคงได้เจ้าสาวคนเดิมตามที่ตกลงไว้แต่แรกนะครับ”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ลุงออกมาจากห้องรับแขกทันที ไม่มีแม้แต่การเอ่ยลาแบบครั้งไหนๆ ไม่แม้แต่จะยกมือไหว้คนทั้งสองที่เป็นว่าที่พ่อตาแม่ยายด้วยซ้ำ
