บทที่ 11 คุณภรรยา

คนถูกหอมเบิกตากว้างอย่างตกใจตั้งแต่เกิดมาอีตาลุงนี่เป็นคนแรกที่ไม่ใช่พี่ชาย พ่อ ปู่และตาที่หอมแก้มเธอ ธนกฤตถอนจมูกออกจากแก้มบางก่อนจะหันไปมองเพื่อนหนุ่มคนดังกล่าวก่อนที่ทั้งคู่จะถ่ายรูป หลังจากเสร็จพิธีสวมแหวนก็ได้ฤกษ์รดน้ำสังข์หรือหลั่งน้ำสังข์เมื่อธนกฤตพาพิมพ์ลภัสมาสวมแฝดมงคลแขกผู้ใหญ่ทยอยกันเข้ามาอวยพรคู่บ่าวสาวโดยเริ่มจากธนากรที่สวมมาลัยและเจิมหน้าผากให้ทั้งคู่ก่อนจะรดน้ำสังข์ 

“ป๋าฝากธามด้วยนะหนู อย่าคิดว่าเป็นตัวสำรอง คิดเสียว่าฟ้าขีดเส้นชะตาให้หนูได้แต่งงานกับลูกชายป๋า” ธนากรเอ่ยขณะรดน้ำสังข์ให้กับลูกสะใภ้ 

“ดูแลน้องดีๆล่ะเจ้าธาม คนนี้สะใภ้ป๋าอย่าแกล้งน้อง อย่ารุ่มร่ามมากนัก” ธนากรบอกบุตรชายที่สีหน้าเบื่อโลกแต่ไอ้แววตานี่มันกำลังยิ้มอย่างมีความสุข กานต์ธิตามองลูกชายก่อนจะอวยพรให้

“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อย่าให้มีอะไรมาทำลายชีวิตคู่ได้นะลูก แม่ฝากหนูดูแลพี่เขาด้วยนะลูก” หลังจากกานต์ธิตารดน้ำสังข์และอวยพรจบพัทธิพงค์ก็เป็นคนต่อไป “ลุงฝากพริกหวานด้วยนะธาม นังหนูนี่อาจจะซนจะดื้อไปนิดแต่ก็ยังดัดนิสัยได้”  

“อย่าดื้อล่ะนังหนูของปู่ ธามเขาไม่เหมือนพ่อแม่หรืออาพลอยนะ เขาคุมทหารเป็นสิบเป็นร้อยได้แสดงว่าโหดกว่าพ่อเราแน่” คนเป็นปู่เอ่ยบอกหลานสาวอย่างข่มขู่ พิมพ์ลภัสมองบนกับคำว่าโหด “จะแค่ไหนกันเชียว” 

“อยากรู้เหรอ อยู่ไปนานๆจะรู้เอง” คนโหดที่ถูกสบประมาทเอ่ยบอก 'เดี๋ยวได้รู้หนูเอ้ย '

“พี่ฝากด้วยนะธาม ดูแลดีๆนะเว้ย ไม่งั้นมีเรื่อง” เพชรดนัยเอ่ยขณะที่รดน้ำสังข์ ธนกฤตยิ้มให้แต่ไม่พูดเมื่อสิ่งที่เขาอยากพูดได้พูดกับลัลลดาไปแล้ว 

หลังจากนั้นลัลลดาและคนอื่นๆก็ทยอยมาอวยพรกันตามลำดับ หลังจบพิธีรดน้ำสังข์ ก็ได้ฤกษ์ดีสมควรแก่เวลาจดทะเบียนสมรสทุกคนเข้าร่วมงานอย่างมีความสุข 

“เซ็นต์ซินังหนู” พัทธิพงค์เอ่ยบอกหลานสาวที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกขณะจับปากกาเด็กสาวมองหน้าปู่ พ่อและแม่ก่อนจะหันมามองคนข้างๆที่จรดปากกาเซ็นต์ชื่อในทะเบียนสมรสไปแล้วอย่างลวกๆก่อนจะถอนหายใจ

'เธอต้องเซ็นต์จริงๆใช่มั้ย' พิมพ์ลภัสสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะจรดปากกาเซ็นต์ชื่อตัวเองลงไปเป็นอันยืนยันว่าเธอกับเขาเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่มีพ่อทูนหัว ไม่มีลูกบุญธรรม ไม่มีอีตาลุงกับยัยพริกขี้หนู มีแต่สามีและภรรยา ก่อนจะมีการร่วมรับประทานอาหารในช่วงเที่ยงถือเป็นการจบพิธีในภาคบ่าย 

พิธีฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยธนกฤตพาเจ้าสาวคนสวยที่เปลี่ยนจากชุดไทยมาเป็นชุดแต่งงานสีขาวเดินลอดซุ่มกระบี่ที่ดูเหมือนจะเป็นความฝันของพิมพ์ลภัสอยู่แล้วเพราะใบหน้าบูดบึ้งแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มตื่นตาตื่นใจ 

“ลูกสาวพี่น่ะชอบทหารเรือ ชอบซีล มากที่สุดเลยยังเคยบอกว่าอนาคตอยากแต่งงานกับทหารเรือจะได้ลอดซุ้มกระบี่ เพราะพี่บอกเสมอว่าพ่อทูนหัวเป็นทหารเรือแล้วก็ซีล ไม่คิดว่ายัยหนูจะได้สมใจ”

คำบอกเล่าของเพชรดนัยเมื่อช่วงเที่ยงยังคงก้องอยู่ในหู 'เห็นทีจะจริงแหะ'

ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของเด็กสาวแล้วเผลอยิ้มตามออกมาจนได้ รอยยิ้มของเธอช่างสดใสโลกทั้งใบหยุดหมุนแค่ได้มองเสียจริงๆ 

“นี่พี่ๆที่ถือกระบี่เนี่ยลูกน้องใต้บังคับบัญชาลุงเหรอ” เด็กสาวเอ่ยถามออกมาสายตายังจับจ้องความสวยงามของขบวนซุ้มกระบี่อย่างไม่วางตา 

“ใช่ ท้ายแถวน่ะ ต้นกล กับต้นหนเชียวนะ รุ่นน้องทั้งนั้นแหละ” ผู้การหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มออกมา 'ช่างน่าเอ็นดูจริงแม่คุณเอ้ย '

ห้องหอ 

หลังจากที่สนุกสนานกับงานฉลองมงคลสมรสร่วมกับแขกผู้มีเกียรติในงานจนถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอ ธนากร กานต์ธิตา พัทธิพงค์ เพชรดนัยและลัลลดาก็เดินนำคู่บ่าวสาวมาที่ห้องหอก่อนจะทำพิธีและอวยพรให้ทั้งคู่ก่อนจะออกไปปล่อยให้ธนกฤตและพิมพ์ลภัสได้พักผ่อน 

“ไปอาบน้ำซะแม่หนู อย่ามามองหน้าหาเรื่องกันแบบนี้” ธนกฤตเอ่ยขึ้นขณะปลดกระดุมเครื่องแบบเต็มยศออกแล้วหันมองเด็กสาวที่นั่งจ้องเขาไม่วางตา 

“ลุงรู้เรื่องอาพลอยจะหนีแต่แรกแล้วใช่มั๊ย” พิมพ์ลภัสเอ่ยถามเสียงเข้ม ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำในช่วงงานเลี้ยงเธอได้ยินธิชาพรและธัญญาดาพี่สาวของธนกฤตคุยกันว่าจริงๆแล้วอีตาลุงของเธออาจวางแผนกับอาสาวไว้แล้วแต่ธนากรกลับรู้ทัน

“นี่แล้วฉันจะเอาเวลาไหนไปวางแผนกับพลอยล่ะ อาเธอก็อยู่โรงเรียนตลอดส่วนฉันก็อยู่สัตหีบตลอด” ธนกฤตเอ่ยบอก เขาไม่มีทางยอมรับง่ายๆหรอกดูจากสายตาแล้วเด็กสาวโมโหมากเขาไม่อยากคาดเดาอารมณ์ 

“หึ คนอย่างพริกหวานไม่โง่ ก็วันที่เจอกันในร้านข้างๆโรงเรียนไง” เด็กสาวพูดพร้อมทั้งหยิบหมอนขึ้นมาก่อนจะเดินไปไล่ตีคนปากแข็งโทษฐานที่ทำให้เธอพลอยซวยไปด้วย 

“นี่แน่ะ อีตาลุงเจ้าเล่ห์ หนูอยู่ของหนูดีๆเอาเข้าไปเกี่ยวด้วยทำไม นี่แนะ” เด็กสาวเอ่ยในสิ่งที่อัดอั้นพร้อมทั้งใช้หมอนฟาดไปที่ตัวของธนกฤตชายหนุ่มปัดป้องก่อนจะจับหมอนไว้ เขากระชากหมอนเข้าหาตัวทำให้เด็กสาวเซเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่มดึงหมอนออกก่อนจะกอดเด็กสาวไว้ไม่ให้หาอะไรมาฟาดเขาอีก 

“ขอโทษ มันผิดแผนไปหมด ไม่คิดจริงๆว่าป๋าจะเอาเธอเข้ามาเกี่ยว” นายทหารเรือหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมทั้งลูบหลังเด็กสาวเพื่อปลอบใจ พิมพ์ลภัสนิ่งไปก่อนที่จะเผลอหลับด้วยความง่วง 

“พิมพ์ลภัส ยัยพริกขี้หนู” ธนกฤตเอ่ยเรียกคนที่นิ่งไปก่อนจะผละออกจากร่างบางเบาๆ 

“หลับไปซะแล้วเด็กน้อยเอ้ย” ผู้การหนุ่มพูดกับตัวเองก่อนจะอุ้มร่างหลับสนิทไปวางลงบนเตียงพร้อมทั้งห่มผ้าให้ 

“ฝันดีคุณภรรยา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป