บทที่ 6 ตัวแสบ
“พิมพ์ลภัส นี่พิมพ์ลภัส เฮ้” ธนกฤตเอ่ยเรียกคนที่นั่งอึ้งหลังจากเงยหน้ามามองตน ก่อนที่จะก้มลงมองชุดว่ายน้ำทูพีชของเด็กสาวอย่างตกตะลึง 'เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย ให้มันได้อย่างนี้สิ เดี๋ยวนะ เด็กมัธยมสมัยนี้เขาใส่ชุดว่ายน้ำกันขนาดนี้แล้วเหรอ โอ๊ยจะบ้าตาย เด็กนี่ขาวชะมัด แถมยัง ชิบหายไปมองนมเด็กทำไมวะ'
“กรี๊ด! อีตาลุงโรคจิต” พิมพ์ลภัสที่ได้สติเห็นคนก้มหน้ามองหน้าอกของตนเอ่ยก่อนที่จะลุกขึ้นผลักอกอีกฝ่ายจนล้ม
“โอ๊ยยัยพริกขี้หนู คนหรือช้างวะแรงมากเสียจริง” ธนกฤตบ่นเสียงดังจนคนถูกหาว่าแรงมากถึงกับฉุนกึกกระโดดลงไปใส่ร่างของชายหนุ่มก่อนที่จะบีบคออีกฝ่ายแต่ไม่ได้บีบแรงมาก กรรณิการ์และเพื่อนๆของพิมพ์ลภัสมองอย่างไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะจำได้ดีว่าชายคนนี้คือทหารเรือที่ไปแนะแนวที่โรงเรียนเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
“เล่นขนาดนี้เลยเหรอแม่หนู เดี๋ยวพ่อฟาดก้นซะนี่” คนถูกบีบคอหาได้เจ็บแต่กลับรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูกเอ่ย
“ฟาดก้นเหรอ ฝันไปเถอะ นี่แน่ะๆ ไอ้คนโรคจิต” พิมพ์ลภัสเอ่ยก่อนที่จะดึงหูอีกฝ่ายไปมา
“เฮ้ยๆ ใครกันแน่โรคจิตแม่หนู จริงๆเราก็ถือว่าหายกันนะ เธอเห็น จุด จุด จุดของอา ส่วนอาก็แค่เหลือบเห็นเนินอกแบนๆของเธอ” ธนกฤตเอ่ยบอกอย่างต้องการกวนประสาท
“หายกันเหรอ แบนๆงั้นเหรอ ฮึ้ย ตายซะเถอะอีตาลุงธามมาย” เด็กสาวผู้ถูกหาว่าเนินอกแบนๆเอ่ยก่อนที่จะดึงหูอีกฝ่ายแรงขึ้นก่อนที่จะบีบคออีกฝ่าย ธนกฤตหาได้รู้สึกอะไรกับแรงอันน้อยนิดของอีกฝ่ายชายหนุ่มพลิกตัวขึ้นนั่งทำให้เด็กสาวล้มลงคลุกดินก่อนที่จะลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้ากันก่อนที่จะยิ้มออกมา
“ได้ยินจากยัยพลอยมาว่า ลูกสาวฉันบ้าจี้ถ้าจี้ที่สะเอว ลองหน่อยมั้ยลูกสาว” ธนกฤตเอ่ยก่อนที่จะจั๊กจี้ที่สะเอวของฝ่าย
“ฮ่ะฮ่ะฮา อีตาลุงนิสัยไม่ดี หนูไม่ใช่ลูกสาวลุงนะ ฮ่ะๆๆ ปล่อยหนู ปล่อย” คนถูกจี้จุดอ่อนหัวเราะไปค้านอีกฝ่ายไป
“อ้าวเหรอ ก็เห็นพ่อเธอกับอาเธออยากให้เป็นนักนิ มามะลูกสาวมาเล่นกับพ่อทูนหัวหน่อย” ธนกฤตเอ่ยก่อนที่จะแกล้งคนตัวเล็กอย่างเมามันแต่ก็ไม่ได้แกล้งเอาเป็นเอาตายแกล้งเอาเป็นเอาตาย เพราะไม่อยากมีปัญหากับแม่เพื่อนสาวที่พักอยู่บนห้องเพราะท้องเสียตั้งแต่เช้าโดยมีพีรวัศดูแล 'ยัยพลอยจะรู้มั้ยว่าหลานสาวสุดที่รักมาเที่ยวกับเพื่อนที่นี่ หรือที่ยัยนั้นชวนพวกเขามานี่เพราะอยากตามมาหาหลานสาว'
“ฮือๆ อีตาลุงขี้แกล้ง ฮือๆ หนูจะฟ้องพี่พาม จะโทรไปฟ้องอาพลอยด้วย ฮือๆๆ” คนที่เพิ่งหัวเราะอยู่หยกๆอยู่ๆก็ร้องไห้ออกมาจนคนแพ้น้ำตาผู้หญิงถึงกับอึ้งไป
“เฮ้ยแม่หนูไม่ร้องสิ พอแล้วอาไม่แกล้งแล้วอย่าร้อง ไม่เอา” คนแพ้น้ำตาผู้หญิงเอ่ยก่อนที่จะยกมือออกจากเอวของเด็กสาวทันใดนั้นคนที่ร้องไห้อยู่ก็ยิ้มร่าออกมา “หึหึหึ พ่อทูนหัวขา ไม่ได้มีแต่พ่อทูนหัวขาหรอกนะที่รู้จุดอ่อนหนู หนูก็รู้ว่าพ่อทูนหัวขาน่ะแพ้น้ำตา ข้าวฟ่าง น้ำมนต์ ส้มจี๊ด เดียร์และทุกคนมาช่วยเราหน่อยเราจะเอาทรายมาก่อกองทรายบนตัวนายทหารเรือ”
“ยัยตัวแสบ เฮ้น้องๆปล่อยนะ” คนถูกหลอกเอ่ยก่อนที่จะพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับล็อคแข้งล็อคขาราบกับพื้นทรายแต่ก็ไม่กล้ารุนแรงเพราะคนที่จับล็อคมีแต่เด็กสาวทั้งนั้น
เวลาต่อมา
“เฮ้ย ยัยน้องทำไมทำกับอาธามแบบนั้น” พาทิศเอ่ยอย่างตกใจเมื่อเดินมาหาน้องสาวเเล้วเห็นพ่อทูนหัวของน้องสาวนอนอยู่ในกองทรายโดยยัยน้องสาวตัวดีนั่งอยู่แถวหน้าท้องมือถือลิปสติกละเลงบนหน้าของอีกฝ่ายโดยมีเพื่อนสาวอีกหลายคนคอยช่วยออกความคิดเห็น
“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ลุกพี่จะโทรหาอาพลอย อาพลอยก็มานี่ เอาสิทำกับเพื่อนอาพลอยแบบนี้โดนดีแน่” คนเป็นพี่เอ่ยเสียงเข้มจนคนเป็นน้องหน้าจืดลงแล้วลุกขึ้นทันที
“อาธาม ผมขอโทษแทนน้องด้วยนะครับ น้องยังเด็ก ใครเป็นคนคิดเอาทรายมากองทับตัวอาธามบอกมา” พาทิศเอ่ยขอโทษคนที่นอนปลงอยู่ใต้กองทรายก่อนที่จะหันมาถามเด็กสาวที่ไปยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างๆพิมพ์ลภัส
“ไม่เอานาพาม เด็กๆก็เล่นกันไปตามประสาเด็กแหละอาไม่โกรธหรอก เราไปดูอาเราเถอะยังอาการหนักไม่น้อยเมื่อคืนไม่รู้ไปดวลอะไรกับนายเพลิงนายพี” ธนกฤตเอ่ยบอกอย่างไม่ถือสา แม้จะโกรธบ้างในตอนแรกแต่พอเห็นหน้าซีดๆของเด็กสาวทำเอาเขาใจอ่อนยวบไม่อยากให้เธอโดนบ่นขึ้นมาเลย
“ไม่ได้ครับ คนทำผิดต้องชดใช้ความผิด ข้าวฟ่างกับเพื่อนๆไปพักที่ห้องไป ส่วนยัยน้องมาเอาทรายออกจากตัวอาธาม แล้วก็ล้างหน้าให้อาธามด้วย พี่พามจะไปดูอาพลอยถ้าพี่พามกลับลงมาอาธามยังอยู่ในกองทราย หรือหน้ายังมีรอยเครื่องสำอางพี่จะลงโทษเรา” พาทิศเอ่ยบอกก่อนที่หันมามองน้องสาว “รับทราบมั้ยคะ”
“รับทราบแล้วค่ะ” พิมพ์ลภัสเอ่ยก่อนที่จะนั่งลงข้างๆกองทราย พาทิศมองก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมๆกับกรรณิการ์และเพื่อนๆคนอื่นของพิมพ์ลภัส
