บทที่ 9 ผู้ถูกเลือก

1เดือนต่อมา 

04.00 น. 

และแล้ววันแต่งงานของธนกฤตและพรปวีร์ก็มาถึงแต่สิ่งที่ธนากรและพัทธิพงษ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อช่างแต่งหน้ามาบอกว่าไม่เจอพรปวีร์อยู่ในห้อง 

“เจ้าสาวหาย หายไปไหน”  ธนากรเอ่ยออกมาก่อนจะทำหน้าเครียด พัทธิพงษ์ก็ไม่ต่างกัน ผิดกับธนกฤตที่ยังนั่งนิ่งและแน่นอนว่าไม่มีใครสนใจท่าทีของเขาแน่นอนเพราะชายหนุ่มเป็นแบบนี้มานานแล้ว 

“เอาไงดีล่ะทีนี้” พัทธิพงษ์เอ่ยขึ้น ความเครียดลอยมาปะทะเข้าเต็มสมอง 

“ไม่มีเจ้าสาวก็ยกเลิกงานสิครับป๋า” ธนกฤตเอ่ยอย่างเย็นชาก่อนที่จะลอบยิ้มแต่แล้วต้องทำหน้าเครียดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น 

“ไม่ ยังไงงานนี้ก็ต้องเกิดขึ้น” ธนากรเอ่ยอย่างเริ่มสงสัยกับอาการเงียบของลูกชายตัวดีแล้วสิ “ถ้าไม่มีหนูพลอย ก็ต้องหาคนอื่นมาแต่งแทน ยังไงงานแต่งนี้ก็ต้องเกิดขึ้นและเจ้าสาวต้องเป็นลูกหลานของพัทธิ์เท่านั้น”  

ธนากรเอ่ยอีกครั้งคราวนี้แหละเขาจะดัดหลังไอ้ลูกชายตัวดีที่อุตส่าห์วางแผนกับเจ้าสาว 'คิดว่าป๋ารู้ไม่ทันเหรอไอ้ธามตัวแสบ ร้ายเงียบอย่างแกน่ะป๋าเคยเป็นคอยดูเถอะป๋าจะหาเมียให้ เอาแบบแสบๆชนิดที่แกต้องกุมขมับไปเลย’

ครู่ต่อมาลูกหลานที่เป็นผู้หญิงเกือบทั้งหมดของพัทธิพงค์ก็มายืนเรียงรายกันอยู่ต่อหน้าพัทธิพงค์ ธนากร และธนกฤตที่เริ่มกระวนกระวายใจที่แผนไม่เป็นตามที่คิด'ป๋านะป๋า คิดทำอะไรอีกเนี่ย'

“เอาตรงๆเลยนะ ฉันไม่ถูกใจสักคนเลย ลูกๆหลานๆแกดูเรียบร้อยเกิน ลูกสะใภ้ฉันต้องออกแนวแสบๆสักนิด ไม่ค่อยฟังคน ชอบช่วยเหลือ และเอาไอ้ร้ายเงียบนี้อยู่หมัด ยังพอมีอีกมั้ย” ธนากรเอ่ยบอกหลังจากใช้เวลาพิจารณามาเกือบครึ่งชัวโมงก็ยังไม่มีใครทำให้เขาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ไว้สั่งสอนพ่อคนร้ายเงียบสักคน 

“ไอ้มีมันก็มีอยู่ ฉันมีหลานอีก3คนแสบๆ ซนๆทั้งนั้น แต่...” “ไม่ต้องแต่เรียกมาเลย ฉันจะเลือก” ไม่ทันที่พัทธิพงค์จะอธิบายธนากรก็เอ่ยขึ้น ทำให้พัทธิพงค์ต้องให้เพชรดนัยไปเรียกหลานๆทั้งสามที่ดีกรีความแสบไม่ยิ่งหย่อนกันมา

“นี่พรรณาราย นั่นพิมลพรรณ ส่วนนังหนูนี่พิมพ์ลภัสนังหนูนี่เป็นลูกเจ้าเพชรที่ธามเป็นพ่อทูนหัว” พัทธิพงค์เอ่ยบอกเพื่อนรักและไม่ลืมบอกว่าพิมพ์ลภัสนั้นเหมือนกับลูกบุญธรรมของธนกฤตก่อนจะหันมองแม่หนูพิมพ์ลภัสที่ดูจะเด็กกว่าอีกสองคน 'หวังว่านังหนูพริกหวานของปู่จะไม่ได้สะดุดใจไอ้ธิวมันนะ ยิ่งแสบๆอยู่ คงไม่ล่ะพ่อธามกับนังหนูพริกหวานเป็นพ่อลูกกันนี่นา '

“มองทำไมลุง ไม่เคยเห็นคนเพิ่งตื่นไง๊” พิมพ์ลภัสที่อารมณ์เสียเพราะถูกปลุกในเช้าวันเสาร์ที่แสนสบายเอ่ยใส่ธนกฤตที่มองชุดนอนของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่พอใจ 'นี่เธอยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหงุดหงิดชะมัด '

“นี่แม่พริกขี้หนู ใครเห็นก็ต้องมองล่ะน๊าหัวฟูซะขนาดนี้ โดนผีหลอกมารึไง” ธนกฤตเอ่ยบอก แต่จริงๆเขามองว่ามันน่ารักดีนะ แต่ภาวนาอย่าให้เจ้าหล่อนถูกเลือกรวมถึงทั้งหมดนั้นด้วยเขาจะได้กลับซะที 

“นี่อีตาลุงธามมายย ปากมีไว้วิจารณ์คนอื่นรึไง เหอะ นี่อย่าบอกนะว่ากลายเป็นพ่อหม้ายขันหมาก ปากแบบนี้ไงแม้แต่อาพลอยยังไม่เอา” พิมพ์ลภัสเอ่ยอย่างไม่พอใจ เจออีตาลุงนี่แต่ล่ะครั้งปากกัดตลอด 

“ยัยพริกขี้หนูไร้มารยาท ลามปามปีนเกลียวกันหลายครั้งแล้วนะ มารยาทต่อผู้ใหญ่นะมีมั้ยพ่อแม่สั่งสอนไม่รู้จักจำมีสมองไว้กั้นหูเหรอ” ธนกฤตร่ายยาวอย่างฉุนๆ น่ารักน่ะใช่แต่ปากเนี่ยมันน่าจับมาตีก้นซะจริง ธนากรมองลูกชายอย่างแปลกใจ ลูกเขาไม่ใช่คนใจร้อนแถมจากยศและอายุค้ำคออยู่ทำให้วางตัวนิ่งไม่ลดตัวมาทะเลาะ ต่อล้อต่อเถียงกับคนที่อายุน้อยกว่า 'นังหนูนี่ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ แล้วไอ้แววตาแบบนี้มันโกรธจริงหรือวะ '

“พ่อแม่สอน แค่หนูมีมารยาทแค่กับคนที่ดีด้วย ใครหาว่าหนูไร้มารยาทชาตินี้ไม่ม่วันจะดีด้วย ชิ” เด็กสาวว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนี ธนกฤตอ้าปากจะเถียงกลับแต่ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นซะก่อน “พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว”

“พัทธิ์ ฉันเลือกแม่หนูนี่แหละถึงจะเด็กไปนิดแต่ก็ดูมีความคิดทันคน” ธนากรเอ่ยบอก ทำให้คนที่ถกเถียงกันอยู่ต้องหันไปมอง 

“ป๋า! เด็กนี่แค่ม.5 เองนะ” ธนกฤตเอ่ยในใจนึกเครียด 'นี่ป๋าเขาคิดอะไร หรือว่ามองความรู้สึกเขาออกนะ '

“อีกอย่างอาพัทธิ์ก็บอกแล้วไง พี่เพชรให้ผมเป็นพ่อทูนหัวเด็กนี่” ธนกฤตเอ่ยบอกพรางคิดในใจ 'อย่างน้อยเรื่องพ่อทูนหัวก็ดีตรงนี้แหละป๋าคงไม่ดึงดันแล้ว '

“เด็กม.5แล้วไง คนนี้แหละตรงตามที่ป๋าต้องการ ยังไงวันนี้แกต้องแต่ง อีกอย่างจำได้ว่าตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงตอนนี้แกก็ไม่รับเป็นพ่อทูนหัวนิ” คนเป็นพ่อเอ่ย ด้านลูกกลับหน้าซีดลง “เอ ถ้าจำไม่ผิดแกบอกว่า พี่เพชรแค่ตั้งชื่อให้ก็พอมั้ง ผมยังไม่โตพอจะเป็นพ่อทูนหัวใคร ใช่มั้ยเพชร พัทธิ์ไอ้ตัวดีมันพูดแบบนี้ใช่มั้ย” 

“แต่...ทางฝั่งพี่เพชรก็สอนพิมพ์ลภัสว่าผมเป็นพ่อทูนหัวนะ ทางนี้ก็พูดกันหมดว่าผมเป็นพ่อทูนหัวของพิมพ์ลภัส ใช่มั้ยพี่ คุณอา” ธนกฤตเอ่ยบอกพร้อมขอแรงสนับสนุนจากเพชรดนัยและพัทธิพงษ์ แต่เหมือนทั้งคู่จะถูกพ่อของเขาสั่งห้ามทางสายตาจนไม่กล้าตอบรับ 

“ถึงยังไงคนนอกก็ไม่รู้ ดังนั้นแต่งได้ถ้าไม่แต่งป๋าจะให้เจ้าธีไล่แกออกจากงาน” ธนากรพูด เจ้าธีหรือธีรวีน้องชายเขาเป็นหัวหน้าโดยตรงของธนกฤตนิยังไงลูกเขาก็ต้องยอมแพ้ 

“ไม่นะ นี่มันอะไรกัน เลือกเลิกอะไร “ พิมพ์ลภัสเอ่ยถามอย่างสงสัย ทำไมคนที่ธนกฤตเรียกป๋าต้องบอกว่าเลือกเธอ 

“ก็ป๋าเลือกให้หนูแต่งงานกับธามนะสิ ยังไงงานแต่งนี้ก็ต้องเกิดขึ้น” ธนากรเอ่ยบอกคนที่เขาเลือกมาเป็นสะใภ้แทนพรปวีร์ 

“ไม่เอานะ คุณปู่ หนูไม่แต่งกับอีตาลุงยักษ์นี่หรอกชนหนูล้มมาสองสามครั้งครั้งที่แล้วก้นยังระบมอยู่เลย หนูอายุแค่17เอง อีตาลุงนี่แก่กว่าตั้ง20ปีหนูไม่มีนโยบายมีสามีคราวพ่อค่ะ” พิมพ์ลภัสเอ่ยบอกพัทธิพงค์พร้อมทั้งแขวะคนคราวพ่อนิดๆ 

“ยัยเด็กแสบ ฉันอายุน้อยกว่าพ่อเธอตั้งหลายปี ไปแก่คราวพ่อเธอตรงไหน ป๋าผมไม่แต่งผมไม่ใช่โคแก่ ไม่กินหญ้าอ่อนผมจะกลับ “ ธนกฤตเอ่ย 'ก็อยากแต่งด้วยอยู่ถ้าเธอเกิดเร็วกว่านี้สัก7-8ปี นี่เธอเด็กเกินไป ยังมีอนาคตที่รอเธออยู่ '

“ถึงจะชนหนูล้มหลายทีแต่ถ้าไม่มีธามหนูกับแม่อาจจะตายในกองเพลิงก็ได้นะนังหนู แล้วก็ได้ข่าวว่าเดือนก่อนก็ช่วยเราไว้ตอนจมน้ำนิ” คนเป็นปู่ของเด็กสาวเอ่ยบอก 'เพื่อนเขาเด็ดขาดเลือกแล้วเลือกเลย ถ้าบอกว่าเป็นพิมพ์ลภัสให้ตายยังไงก็ต้องทำให้พิมพ์ลภัสมาเป็นลูกสะใภ้ให้ได้ถึงตอนนั้นมันจะอ้างสัญญากับบุญคุณที่มีมาของเขากับหลานเลยก็ได้ ช่วยมันไปดีกว่า '

“ต้องแต่ง งานนี้ผู้หลักผู้ใหญ่มาเยอะ แต่งๆไปก่อนนังหนูนี่จบม.6ค่อยหย่าก็ได้” 'ถ้าวันนั้นยังยืนยันจะหย่านะ' ธนากรบอกแต่ประโยคหลังเขาพูดมันแค่ในใจเท่านั้น 

“ไม่!!!” คำเดียวสั้นๆจากปากของทั้งคู่ไม่ได้ทำให้ธนากรยอมแพ้เลิกล้มความคิดไม่ 

“คอยดูล่ะกัน พวกแกต้องยอมแต่งแน่” ธนากรเอ่ยบอก ธนกฤตและพิมพ์ลภัสยังคงยืนยันเหมือนเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป