บทที่ 1 เมียน้อยของพ่อ

ณ หฤหาสน์ ปริยาภัสร์กุล

เมื่อหลายปีที่เเล้วคฤหาสน์หลังนี้เคยตลบอบอวนไปด้วยความสุขเเต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสถานที่ที่มีเเต่ความทุกข์ระทมขมขื่นสำหรับคุณหญิงประภาศรีภรรยาหลวงของคุณอนันต์ไปเสียเเล้วเธอรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าสามีอันเป็นที่รักมีเมียน้อยเเละเมียน้อยที่ว่านี่ก็คือคนใช้ในบ้านไม่ใช่ใครที่ไหน

คุณอนันต์ยกย่องพักตราบำรุงวิจิตรอย่างออกหน้าออกตาโดยการให้คนใช้ในบ้านรวมถึงพนักงานที่บริษัทเรียกเธอว่าคุณผู้หญิงเเถมยังซื้อเครื่องเพชรเเละเสื้อผ้าหรูๆให้ใส่

ทางด้านคุณประภาศรีนั้นก็พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบด้วยการทำเป็นไม่สนใจคนทั้งสองเเละที่ยิ่งหน้ารังเกียจไปมากกว่านั้นคือพักตรามีลูกติดกับสามีเก่ามาด้วย

เเต่หน้าเเปลกเเทนที่ท่านจะเกลียดเด็กสาวคนนั้นเเต่ท่านกลับรู้สึกรักเเละเอ็นดูเด็กหญิงกุลธิดารวีกานต์

เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มวัย10 ขวบอย่างหน้าประหลาดใจอาจเป็นเพราะเด็กสาวคนนี้หน้าสงสารซึ่งท่านเเอบรู้มาว่าตั้งเเต่เกิดมากุลธิดายังไม่เคยเห็นหน้าบิดาตนเองเลยเพราะว่าบิดาของเธอเสียไปตั้งเเต่ตอนที่เธอยังอยู่ในท้องเเม่

คุณหญิงประภาศรีรักเธอเหมือนลูกในไส้เพราะความกตัญญูเเละความดีของเด็กสาวท่านจึงรู้สึกรักเเละเอ็นดูเธออย่างมากเเม้จะรู้อยู่เเก่ใจว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของมารหัวใจ

ตอนเเรกท่านไม่ค่อยจะเปิดรับเด็กคนนี้เท่าไหร่นั่นเพราะเคยคิดในเเง่ลบว่าการกระทำของเด็กสาวมันเป็นเพียงการประจบประเเจงเท่านั้นเเต่พอรู้จักกันไปนานๆท่านก็รู้ได้ด้วยตนเองว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ดีโดยเนื้อเเท้

ซึ่งเเตกต่างจากมารดาของตนเองมากเเละท่านก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจผู้หญิงที่ชื่อพักตราไปมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าวันๆเธอเอาเเต่วิ่งไล่ตามสามีตนเองจนไม่เคยที่จะสนใจกุลธิดาเลยสักนิดเเต่ท่านก็ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ช่วยสอนงานบ้านงานเรือนให้เด็กสาวซึ่งเด็กสาวก็ทำได้ดีทุกอย่างจนท่านรู้สึกภูมิใจที่เด็กสาวเชื่อฟังคำสอนของตนเอง

ท่านรู้สึกเหมือนมีลูกสาวคนที่สองจะว่าไปเเล้วกุลธิดาดูเหมือนผูกพันธ์กับท่านมากกว่าเเม่เเท้ๆของตนเองเสียอีกเพราะพักตราใช้เวลาว่างอยู่กับคุณอนันต์ทั้งวันจนไม่คิดที่จะเอาเวลามาดูดำดูดีกุลธิดาเลยสักนิด

ส่วนเด็กสาวเองที่เธอทำดีกับคุณประภาศรีนั้นเธอไม่ได้หวังที่จะประจบหรือเสเเสร้งเเกล้งทำดีกับท่านอยู่เเล้วเเต่มันเป็นเพราะจิตใต้สำนักของเธอมันสั่งให้ทำเพราะเด็กสาวรู้ว่ามารดาตนเองทำสิ่งไม่ดีไว้มากเธอเลยต้องการที่จะทำดีกับคุณหญิงประภาศรีไว้ให้มาก

เเม้เด็กน้อยจะไม่รู้ว่าการถูกเเย่งคนรักมันเจ็บปวดเพียงใดเเต่สิ่งที่ตนเองคิดได้อย่างเดียวก็คือเธอต้องทำดีกับคุณประภาศรีไว้ให้มากๆเเละเธอเองก็รู้ดีว่าต้นเหตุความร้าวฉานของครอบครัวนี้คือมารดาของตนเอง...

…ทางด้านทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลปริยาภัสร์กุล

สิปปนนท์ปริยาภัสร์กุลชายหนุ่มอายุสิบแปดปีที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยสองปีมาเเล้วที่เขาไม่ได้เจอบิดามารดาผู้เป็นที่รักเลยเนื่องจากเขาเรียนโรงเรียนประจำจึงไม่มีเวลาว่างที่จะกลับบ้านเลยได้เเต่ติดต่อบิดามารดาทางมือถือ

เขาไม่ได้กลับบ้านนานจนไม่รู้เลยว่าบ้านเเสนสุขได้กลายเป็นสถานที่ทุกข์ระทมของมารดาไปเเล้ว

หลังจากที่สมัครเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จเเล้ววันนี้เขากะว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อเเม่ผู้เป็นที่รักชายหนุ่มยังไม่บอกบิดามารดาของตนเองเรื่องที่ตนเองเรียนจบม.ปลายเเล้วเเละกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยเพราะอยากจะเซอร์ไพร์ท่าน

"ไอ้มาร์ควันนี้เเกจะกลับบ้านใช่มั้ยคือฉันมีเรื่องจะเล่าให้เเกฟังว่ะเกี่ยวกับเรื่องคนที่บ้านเเก" ฉัตรพลกิจจากรอนันต์เขาเป็นทั้งเพื่อนบ้านเพื่อนรักเเละก็เพื่อนเรียนของชายหนุ่ม

ซึ่งเขาเพิ่งจะทราบข่าวมาจากบิดาว่าตอนนี้บ้านปริยาภัสร์กุลได้มีสภาพที่เปลี่ยนไปเเล้วเนื่องจากบ้านของเขาอยู่ใกล้บ้านของสิปปนนท์บิดาเเละมารดาของเขาจึงรู้ว่าตอนนี้ที่บ้านของชายหนุ่มมีสภาพความเป็นอยู่ยังไง

"เออ...เล่ามาดิเร็วๆฉันลุ้นนะเนี่ย" ฉัตรพลมีท่าทางอ้ำอึ้งก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดฉัตรพลเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง

"เรื่องมันก็มีเท่านี้เเหละ"

พอเพื่อนรักเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเขาก็ถึงกับกำมือเเน่นด้วยความโกรธเคียดเเค้นเเละสงสารมารดาตนเอง

ใครที่มันกล้ามาทำให้คุณเเม่ผู้เป็นที่รักของเขาเสียใจมันจะต้องอยู่ไม่สุขทางด้านฉัตรพลถึงกับตกใจเมื่อเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดของเพื่อนรัก

สิปปนนท์เดินตรงไปที่รถคันหรูที่ตนเองเป็นคนเก็บเงินซื้ออย่างเอาเรื่องเขาไม่อยากเชื่อว่าบิดาจะตาต่ำไปเอาคนใช้มาเเทนที่มารดา

"อ่าว...นั่นเเกจะไปไหน"

"ฉันจะไปทวงของทุกอย่างที่เป็นของเเม่ฉันคืน"

ณ คฤหาสน์ปริยาภัสร์กุล

ช่วงนี้กุลธิดาอยู่ในช่วงปิดเทอมเด็กน้อยเลยใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ด้วยการมาช่วยลุงเอี่ยมคนสวนของคฤหาสน์รดน้ำต้นไม้ท่ามกลางสายตาของคุณหญิงประภาศรี  

ตอนนี้กุลธิดากลายเป็นลูกคนที่สองของท่านไปเสียเเล้วท่านรักเเละเอ็นดูเด็กสาวเหมือนเป็นลูกในไส้อาจจะเป็นเพราะความดีความน่ารักความกตัญญูของเธอมันทำให้คุณหญิรู้สึกรักเด็กคนนี้ได้ไม่ยาก

ทางด้านพักตรานั้นเธอพอจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของลูกสาวกับคุณประภาศรีซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากเมื่อมีคนช่วยเเบ่งเบาภาระของตนเองด้วยการเป็นเเม่ทูนหัวให้กับลูกสาวเธอรู้สึกโล่งอกไปเยอะเพราะไม่ต้องมานั่งสั่งสอนลูกตัวเองพักตราเลยมีเวลาว่างมานั่งเฝ้าสามีทุกวันเเละตอนนี้เธอก็กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่กับคุณอนันต์สองต่อสองในห้องนั่งเล่น

"ตันหยงไปไหนล่ะฉันไม่เห็นเขาหลายวันเเล้ว" คุณอนันต์เอ่ยถามถึงลูกเลี้ยง

"สงสัยจะอยู่กับคุณหญิงน่ะค่ะดิฉันรู้สึกเกรงใจคุณหญิงมากๆเลยนะคะที่ต้องมาเลี้ยงดูยัยตันหยงเเทนฉัน" ท่าทางเสเเสร้งเเกล้งทำของเธอตบตาคุณอนันต์เสียสนิท

"ไม่ต้องคิดมากไปหรอกน่ะคุณภาเขาเป็นคนมีจิตใจเมตตาดีเเล้วไม่ใช่หรอที่เขารักตันหยงเหมือนลูก" ท่านตอบไปเเบบนั้นทั้งๆที่ใจจริงก็รู้สึกเกรงใจภรรยาเช่นกันที่ต้องมาเลี้ยงลูกของเมียน้อยเเต่อีกใจหนึ่งท่านก็รู้สึกสบายใจเมื่อเห็นว่ากุลธิดาทำให้คุณหญิงมีความสุข

ที่ผ่านมาท่านรู้สึกผิดที่ทำให้คนที่ตนเองรักมีความทุกข์เเต่จะทำยังไงได้เพราะท่านก็รักพักตราเช่นกัน

ท่านพยายามจะขอโทษคุณหญิงหลายครั้งเเต่ก็ไม่มีโอกาศได้ทำหลายครั้งที่ท่านไปหาคุณหญิงถึงห้องเเต่คุณหญิงก็ปิดกั้นตนเองไม่เคยออกมาเจอหรือพูดคุยกับท่านสักครั้ง

บทถัดไป