บทที่ 6 ลงแดง
หลังจากที่อาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดเเล้วเธอก็ลงไปทานอาหารเช้าข้างล่างพร้อมกับกินยาเเละนอนพักผ่อนตามคำเเนะนำจากป้าน้อยหัวหน้าเเม่บ้านเพราะพอนางเห็นอาการของกุลธิดานางก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวไม่สบายเธอไม่รูว่าสิปปนนท์ไปไหนรู้เเต่หญิงสาวได้ยินพวกเเม่บ้านคุยกันว่าเขากำลังเรียนรู้การบริหารงานที่บริษัทอยู่ในห้องทำงาน
ทางด้านกุลธิดาพอได้ยินดังนั้นเธอก็กลับขึ้นมานอนหลับพักผ่อน
เวลาต่อมา…
จ๊วบ!จ๊าบ!
กุลธิดารู้สึกตัวตื่นเมื่อรู้สึกว่ามีคนกำลังล่วงล้ำร่างบางสวยของตนเองอยู่เเต่พอลืมตามาหญิงสาวก็ตกใจเเทบอยากจะร้องไห้เมื่อเห็นว่าสิปปนนท์ผู้ชายที่ทำร้ายเธอไม่จบไม่สิ้นกำลังมีความสุขอยู่กับการดูดดื่มเต้างามของตนเองพร้อมกับสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า
"อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะคุณมาร์ค...ฉันยังเจ็บอยู่เลยขอให้ฉันได้พักบ้างเถอะนะคะ " เธออ้อนวอนพร้อมกับพยายามดิ้นขัดขืนตอนนี้เธอยังเจ็บปวดตรงใจกลางร่างสาวไม่หายเเละถ้าเกิดเขาลุกล้ำมันอีกรอบร่างกายเธอคงต้องรับมันไม่ไหวเเน่
"ใครสนล่ะ...เมื่อฉันอยากเธอก็ต้องสนองให้ฉัน" คนใจร้ายพูดเสียงดังพร้อมกับจับขาเรียวสวยถ่างออกเขาตื่นตะลึงมองความสวยงามของมันอยู่พักหนึ่งมันบวมเเดงมากคงเป็นผลของการที่โดนเขาใช้งานหนักชายหนุ่มทำท่าจะถอดกางเกงเเต่ทว่า...
พรึบ!
ร่างบางสลบลงบนเตียงทำเอาคนที่กำลังจะได้ระบายถึงกับตกใจเมื่อเห็นว่าเธอสลบไปต่อหน้าต่อตา
"กุลธิดาๆๆตื่นขึ้นมานะเธอเป็นอะไรไป" เขาถึงกับใจหายทันทีเมื่อสังเกตุเห็นว่าหน้าเธอซีดจนเเทบจะไม่มีเลือดหล่อเลี้ยงเลยเเถมเธอยังนอนนิ่งราวกับคนตาย
"ใครก็ได้โทรตามหมอมาที!!" เขาเดินออกไปจากห้องพร้อมกับตะโกนบอกคนใช้ด้วยใจที่หวาดหวั่นเขาพยายามทำตัวให้ปกติเเต่มันก็ทำไม่ได้เขารู้สึกเป็นห่วงศัตรูยังไงก็ไม่รู้...
ที่หน้าห้องนอนของกุลธิดาก่อนหน้านี้มีคนใช้จำนวนมากมาดูอาการของเธอเเต่สิปปนนท์กลับไล่คนพวกนั้นไปทำงานเพราะกลัวว่าพวกเขาจะรู้ความสัมพันธุ์ระหว่างตนเองเเละกุลธิดา
"เอ่อ...เธอเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ" เขาถามขึ้นหลังจากที่เเพทย์หญิงชนิกานต์วิริยะกานต์หนึ่งในหมอประจำตระกูลออกมาจากห้องของหญิงสาว
"เธอปลอดภัยเเล้วค่ะเดี๋ยวหมอจะจัดยาไว้ให้นะคะเเล้วก็ฝากอีกเรื่องนะคะตอนนี้ขอให้คุณผู้ชายหยุดมีเพศสัมพันธุ์กับเธอประมาณ2-3 วันนะคะเพราะหลังจากที่หมอตรวจหมอพบว่าตรงบริเวณอวัยวะเพศของเธอมีการใช้งานหนักจนเกินไปเนื่องจากเธอน่าจะยังไม่คุ้นชินกับเรื่องเเบบนี้ร่างกายของเธอคงจะยังปรับตัวไม่ได้เพราะฉะนั้นหมอขอความกรุณาในเรื่องนี้นะคะเพราะอย่างไม่นั้นภรรยาของคุณอาจจะไม่ปลอดภัย"
เนื่องจากหมอชนิกานต์ไม่ค่อยจะได้มารักษาคนในครอบครัวนี้จึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน
สิปปนนท์เเทบอยากจะลงเเดงตายนี่ขนาดเขาขาดเธอเเค่ไม่กี่ชั่วโมงเขายังต้องกลับเข้ามาหาเธอถึงห้องเลยเเล้วนี่ตั้ง2-3 วันหวังว่าเขาคงไม่ขาดใจตายนะเเต่ยังไงเขาก็คงจะต้องทนเพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว
ตอนนี้ชายหนุ่มยอมรับว่าก่อนหน้านี้รู้สึกเป็นห่วงเธอจริงๆเเต่เขาก็พยายามจะตัดความเป็นห่วงนี้ออกไปจากหัวพร้อมกับท่องในใจไว้ว่า
'เเกเป็นห่วงยัยนี่ได้...เเต่เเกห้ามรักเธอ' เขาท่องอย่างนี้ในใจเเต่กลับคิดว่ายังไงซะตัวเองก็ไม่มีทางลดตัวลงไปรักพวกชั้นต่ำหรอกทั้งๆที่ความคิดเเละความรู้สึกมัดขัดกันโดยสิ้นเชิง
"ขอบคุณครับคุณหมอผมจะพยายามห้ามใจตัวเอง"
"อะ...โอ๊ย" ร่างบางอุทานขึ้นเมื่อรู้สึกปวดเนื้อเมื่อยตัวไปหมดหลังจากที่ตื่นขึ้นมาสิปปนนท์หันไปมองก็เห็นว่าเธอตื่นเเล้วเขาจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆเธอ
"ไง...ตื่นเเล้วหรอทานข้าวทานยาหน่อยสิจะได้หายไวๆฉันไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านของคุณพ่อฉันอีกคน" คำพูดที่ฟังดูเหมือนจะเป็นห่วงเเต่มีคำจิดกัดกุลธิดาเองก็ชักจะชินกับการถูกทำร้ายด้วยคำพูดของเขาเเล้วจึงทำเป็นไม่คิดอะไรทั้งๆที่ในใจเธอนั้นมันเจ็บจี๊ดเธอชันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะรับถาดอาการมาจากเขา
"ขอบคุณค่ะ"
เธอใช้เเรงอันน้อยนิดตักอาหารทานชายหนุ่มจ้องมองทุกการกระทำของเธอภายนอกเธออาจจะดูบอบบางเเต่ภายในนั้นเธอเป็นคนที่มีจิตใจเข้มเเข็งมากเขาดูได้จากความอดทนของเธอเวลาที่ถูกเขาดูถูกดูเเคลน
ชายหนุ่มรู้ว่าการทำอย่างนี้มันไม่เหมาะกับการเป็นสุภาพบุรุษเเต่จะทำยังไงได้เพราะเเค้นก็ต้องชำระด้วยเเค้นมันถึงจะสาสมพลันสายตาของเขามันก็มองทะลุปรุโปร่งไปในเสื้อบางๆของเธอเขาเเอบเห็นบาร์เซียร์สีชมพูอ่อนพร้อมกับเนินอกอวบใหญ่ของเธอทำเอาอารมณ์ปรารถนาของเขาถูกจุดขึ้นอีกครั้งเเต่สมองก็นึกได้ว่าตอนนี้เขาคงต้องปล่อยให้เธอพักไปก่อนตามคำสั่งของคุณหมอมิฉะนั้นเธออาจจะไม่ปลอดภัยได้เขารีบเบือนหน้าหนีกับภาพที่มันปลุกเร้าอารมณ์ชั้นดีทันที
เวลา23.14นาที
กุลธิดาได้หลับไปตั้งนานเเล้วมีเพียงสิปปนนท์เท่านั้นที่เเอบย่องเข้ามาในห้องของเธอพร้อมกับนอนกอดร่างบางของหญิงสาวตอนนี้เขาเเทบจะลงเเดงตายอยู่เเล้วเขาขาดเธอไม่ได้สักนาทีเดียว
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรทำไมร่างกายของเขามันร้องเรียกเเละโหยหาผู้หญิงคนนี้คนเดียวทั้งๆที่ตนเองเกลียดเธอเเต่เพียงเขาได้ลิ้มลองร่างกายอันหอมหวานของเธอความต้องการของตนเองมันก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
ตลอดทั้งคืนนั้นเขานั่งจ้องมองร่างกายอันโอชะของเธอไปด้วยพร้อมกับช่วยตัวเองด้วยมือชายหนุ่มคิดว่าตนเองคงเป็นโรคจิตไปเเล้วเเต่จะทำยังไงได้เขาจะลงเเดงตายอยู่เเล้วเมื่อไหร่มันจะครบสามวันสักที
2 วันต่อมา
กุลธิดาเริ่มมีอาการดีขึ้นเธอสามารถลุกขึ้นมาช่วยคนใช้ทำงานบ้านเเละทำกับข้าวได้เเล้ว
ทางด้านสิปปนนท์เขาอดหวั่นใจไม่ได้เมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มทำตัวเหมือนคนเเข็งเเรงเธอเดินไปเดินมาไม่ยอมหยุดพักสิปปนนท์กลัวว่าไข้จะกลับมาทำให้เธอไม่สบายอีกเลยต้องสั่งให้เธอหยุดพักนอนอยู่เฉยๆเหมือนเดิม
"ไม่ได้หรอกค่ะฉันต้องช่วยทุกคนทำงานบ้านปกติฉันก็ทำอย่างนี้ทุกวันอยู่เเล้ว" เธอพูดพร้อมกับร้อยพวงมาลัยต่อวันนี้อากาศดีเธอจึงมานั่งร้อยพวงมาลัยคนเดียวเพื่อที่จะนำไปบูชาพระพุทธรูปที่สวนหลังบ้านโดยมีสิปปนนท์ตามมาบ่น
"นี่ถ้าเธอไม่เลิกทำฉันจะจับเธอปล้ำต่อหน้าไอ้การ์ดพวกนี้เลยพวกมันจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน" เขาพูดพร้อมกับหันไปมองการ์ดที่ยืนอยู่จุดต่างๆของบ้านชายหนุ่มทำท่าจะไปหอมเเก้มเธอกุลธิดาถึงกับวางพวงมาลัยที่กำลังจะร้อยลงทันที
"อย่าค่ะฉันไม่ทำเเล้วก็ได้" เขายอมถอยห่างก่อนจะยิ้มนิดๆให้กับท่าทางของเธอ
หญิงสาวรู้สึกใจสั่นกับรอยยิ้มที่มันดูไม่เหมือนครั้งก่อนๆของเขา รอยยิ้มครั้งนี้ของเขามันดูเเฝงไปด้วยความจริงใจเเต่ครั้งก่อนๆมันดูชั่วร้ายผิดกับตอนนี้มาก
"ดีมากหัดเชื่อฟังฉันหน่อยนี่ฉันอุส่าก์ทำตัวเป็นฤาษีบำเพ็ญตบะตั้ง2วันนะเนี่ยเพราะถ้าเธอปกติดีป่านนี้เธอคงจะนอนสลบอยู่บนเตียงฉันทั้งวัน" เขาทำหน้าทะเล้นตามนิสัยเดิมเเละส่งยิ้มหวานๆไปให้เธอพร้อมกับพูดจาส่อความนัยทำเอาเเก้มที่เป็นสีชมพูอยู่เเล้วเเดงปลั่งเพราะความขวยเขิน
เขาอดใจไม่ไหวกับความน่ารักของเธอที่มันดูธรรมชาติโดยไร้การเสเเสร้งเเกล้งทำเขาจูบเเก้มนุ่มนั้นๆเบาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรโชว์ด้านดีๆให้เธอเห็นจึงเก๊กทำเป็นขรึมเหมือนเดิม
"ขึ้นไปนอนได้เเล้วเดี๋ยวได้ตายกันพอดีฉันขี้เกียจจัดงานศพไปๆกลับห้องไปซะ"กุลธิดางงกับท่าทางแปรปรวนของเขาเมื่อกี้เขายังดูขี้เล่นอยู่เลยเเต่ตอนนี้กับตีหน้าขรึมเสียเเล้ว
