บทที่ 10 ความลับของคุณวาดิม 10
หลังจากอาหารค่ำรชาก็ขึ้นไปบนห้องนอนด้วยความสบายใจมาก เธอคุยกับพี่ชายที่จะแวะมาหาเพราะว่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและมีของฝากมาให้ด้วย ส่วนคนของแม่ถูกล่อออกไปอีกประเทศคงอีกสักอาทิตย์กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกแล้วล่ะ เธอไม่ได้โง่ขนาดยอมให้ใครมาจับได้ง่ายๆสักหน่อย แล้วการออกมาอยู่ข้างนอกก็ตรงตามกติกาที่พ่อแม่วางเอาไว้ทุกอย่างเลย ครั้งนี้เธอไม่ผิดและไม่มีทางผิดด้วย
เธอแช่ตัวในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสีขาวส่งกลิ่นหอมฟุ้งเชียว ผ่านไปไม่นานก็ลุกขึ้นไปล้างตัวแล้วใส่ชุดนอนน่ารักสีชมพูอ่อนเนื้อพริ้วไหวเข้ากับสรีระทุกอย่าง เธอชอบผ้านุ่มๆลื่นๆแบบนี้มากเพราะว่าสบายตัวเวลาใส่นอน พอเดินออกมาก็เจอเฒ่าหัวงูนั่งดื่มไวน์รออยู่บนเตียง อีกแก้วที่วางไว้ก็คงจะเป็นของเธอที่เทเอาไว้รอสินะ เธอไม่ได้สนใจแววตาลุกวาวของเขาหรอกเพราะทุกวันนี้คุณวาดิมก็แทบจะสิงร่างได้อยู่แล้วเวลาที่เขาว่างอยู่บ้านด้วยกัน เขาทำตัวรุ่มร่ามใส่ตลอดจนชินไปแล้วล่ะ
“ตัวหอมเชียว”
“มีอะไรรึเปล่า?”
“มีของเธอเธออยากได้ไง ฉันไปหามาให้ได้แล้ว”
“สร้อยไข่มุก!”
“ใช่ ลองใส่ไหม?”
“อื้ม ว่าแต่คุณวาดิมไปซื้อต่อมาเท่าไรเหรอคะ ฉันจำได้ว่ามันถูกประมูลไปประมาณหกล้านเลยนี่”
“แปดล้านนิดๆ ฉันใส่ให้นะ ฉันว่ามันน่าจะสวยมากเวลาอยู่บนตัวเธอ” เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทขึ้นมาแล้วเปิดออกให้เด็กแสบได้เห็นของข้างใน สร้อยไข่มุกที่ประดับไปด้วยมรกตวาววับเล่นแสงดีเหลือเกิน เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วค่อยๆใส่ให้กับรชาอย่างเบามือ จากนั้นก็ช่วยจัดให้สร้อยที่ร้อยเรียงได้อย่างสวยงาม เพิ่มความอลังการด้วยดีเทลระย้าที่ลาดไหล่เนียนไปจนถึงต้นแขนเล็กยาวไปเกือบถึงข้อศอกเห็นจะได้
เด็กแสบยิ้มกว้างด้วยความชอบใจมากและหันไปส่องกระจกทันที เธอหยิบยางขึ้นมามัดผมยาวแบบลวกๆเพื่อจะได้เห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น
“สวยมากเลย”
“ใช่…สวยมากจริงๆ”
“ขอบคุณนะคะคุณวาดิม”
“ลองหันมาหาฉันหน่อยสิรชา ฉันอยากมองชัดๆ”
“เป็นยังไงคะ?”
“สวยจริงๆ เธอสวยมาก ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีเหมือนกัน” เขายิ้มกว้างแล้วยกมือขึ้นกำลังจะจับต้นแขนเล็กแต่กลับชะงัก เขารู้สึกว่าเธอเลอค่าเกินกว่ามือสกปรกคู่นี้จะแตะต้องได้ แม่นกน้อยของเขาสวยยิ่งกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ สวยเหมือนเทพบนสวรรค์ชั้นฟ้าช่วยกันปั่นแต่งขึ้นมา แววตาใสแป๋วเป็นประกายระยิบระยับเหมือนรวมดวงดาวทั้งจักรวาลเอาไว้ กลิ่นกายหอมฟุ้งกำลังมอมให้มัวเมาอยู่ในวังวนที่ลุ่มหลงอย่างโงหัวไม่ขึ้น แล้วรอยยิ้มแสนหวานนี้ก็มีผลต่ออันตรายการเต้นของหัวใจเหลือเกิน สร้อยไข่มุกเส้นนี้ไม่ได้ทำให้เธอสวยขึ้นเลย แต่เธอต่างหากที่ทำให้สร้อยนั้นสวยขึ้น
ทำไมถึงเห็นภาพเธอใส่ชุดเจ้าสาวซ้อนทับขึ้นมา
ใจเย็นๆ เธอพึ่งสิบแปดเอง
“งั้นฉันฝากคุณไว้ก่อน เดี๋ยวมาเอาคืน”
“จะทิ้งฉันไปไหน!?”
“เผื่อฉันไปเที่ยวไงล่ะคะ”
“จะทิ้งฉันเหรอ!?”
“บอกว่าจะไปเที่ยว!”
“นั่นแหละที่แปลว่าจะทิ้งฉัน!”
“นี่ลุงวาดิมเป็นอะไรไปเนี่ย! บอกว่าจะไปเที่ยวน่ะรู้จักไหมคะ หรือลุงทำงานจนสมองเบลอไปหมดแล้ว!”
“โอเค! ไปเที่ยวก็ไปเที่ยว แต่ฉันจะไปด้วย”
“จะตามเป็นเจ้ากรรมนายเวรรึไง!?”
“ตามไปเป็นเนื้อคู่”
“ไม่อินกับเนื้อคู่อะ! เอาเนื้อย่างแทนได้ปะ?”
“หิวเหรอ?”
“อื้ม ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”
“ทำให้ได้ แต่คืนนี้ฉันมานอนด้วย ตกลงไหม?”
“ถ้าอร่อยนะ”
“ลืมรสมือฉันไปแล้วเหรอ?”
“มันตั้งสามปีแล้วไหมล่ะลุง!”
เขาล่ะอยากจะเอาอะไรมาปิดปากเธอไว้จริงๆเลย เด็กบ้าอะไรปากดีขนาดนี้ห่ะ รชาดูเหมือนจะชอบด้วยซ้ำที่ทำให้เขาหงุดหงิดได้ เมื่อสามปีก่อนตอนที่เราอยู่ด้วยกันเธอก็แกล้งเขาบ่อยมาก เธอน่าจะมีเขาเป็นเพื่อนเล่นคนเดียวด้วยซ้ำมั้งถึงว่างมาหาทุกวันนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ครอบครัวเธอลึกลับขนาดที่ไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนรู้จักก็เลยไม่แปลกใจเท่าไร เนื้อที่บ้านก็ค่อนข้างเยอะถึงขนาดสร้างบ้านต้นไม้เอาไว้ได้แบบไม่คิดมากและแทบไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำว่าจะมีใครอยู่อาศัยรึเปล่า
เราอยู่ด้วยกันประมาณสองเดือนกว่าแต่รู้สึกผูกพันเหมือนรู้จักกันมานานนับปี ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ก่อนเขาคงจะหาทางเอาตัวเธอกลับมาอยู่ด้วยกันให้ได้แน่นอน
ผ่านมาสามปีแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
เธอกับเขายังเหมือนเดิม
