บทที่ 10 ที่หนึ่งและผีในห้อง 4/3

เสียงกระดิ่งดังขึ้น ประกาศให้เหล่านักศึกษาได้รู้ว่าเวลาเรียนสิ้นสุดลงแล้ว ที่หนึ่งยังคงนอนหลับอยู่บนโต๊ะ ดอลล่า แพทซ์และเบ๊บ ต่างก็เงียบมองหน้ากัน ก่อนจะช่วยกันปลุกที่หนึ่งอย่างเบามือ

“หนึ่ง…ที่หนึ่งตื่นได้แล้ว” ดอลล่าเรียกเบา ๆ พลางเขย่าแขนเบา ๆ

ที่หนึ่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้ายังคงดูเหนื่อยล้า “อื้อ…อะไรวะ” เขาถามเสียงงัวเงีย

“เลิกเรียนแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ” แพทซ์พูดพยายามใช้เสียงที่ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่หนึ่งลุกขึ้น ใบหน้ายังคงดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก

“อืมได้” เขาตอบรับ โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อน ๆ กำลังเก็บความลับอะไรเอาไว้

“เดี๋ยวมึงรอนี้นะ พวกกูไปซื้อมาให้” แพทซ์ว่าพลางคล้องคอดอลล่า หลังจากที่พากันมานั่งในโรงอาหารคณะวิศวะเรียบร้อยแล้ว

“ทำไมวันนี้พวกมึงใจดีแปลก ๆ” ที่หนึ่งว่าด้วยความสงสัย เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขามีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป

“เปล๊า!”

“เสียงมึงสูงขนาดนี้ไม่มีพิรุธเลยมั้งไอ้แพทซ์” ที่หนึ่งว่าอย่างจับผิด

“กูใจดีกับมึงแล้วมันผิดด้วยเหรอ ก็ช่วงนี้กูเห็นมึงเหนื่อย ๆ เลยอยากให้มึงพักเยอะ ๆ ไง”

“เออ งั้นกูฝากซื้อเตี๋ยวขั้วไก่หน่อยแล้วกัน”

“ได้ครับเพื่อนรัก” คนตัวขาวตอบรับอย่างกระตือรือร้น

“แล้วมึงละเบ๊บเอาอะไร”

“คนสวย ๆ แบบกูขออะไรที่ลีน ๆ แล้วกัน” เธอตอบ

“สเต๊กไหม” แพทซ์เสนอ

“ไม่อะ เบื่อแล้วเมื่อเช้าพึ่งกินมา”

“งั้นข้าวมันไก่”

“มันไม่ลีน”

“ข้าวร้านป้าแดง”

“มันเยอะ กลัวอ้วน”

“ไอ้สัด! งั้นก็ไม่ต้องแดก กูไม่ใช่ผัวมึงนะเรื่องมากฉิบ!”

หญิงสาวกลั่วหัวเราะ เธอกะจะแกล้งเพื่อนให้บรรยากาศระหว่างแก๊งดีขึ้นมา แต่ไม่คิดว่าไอ้ตาตี๋ หน้าหมวยนี่มันจะอารมณ์ขึ้นง่ายขนาดนี้

“งั้นเอาส้มตำมาแล้วกันค่ะน้องหมวย พอดีพี่เป็นคนแซ่บ”

“หมวยพ่อง! แล้วส้มตำนี่ไม่อ้วนเลยมั้ง” ว่าจบก็แจกนิ้วกลางไปหนึ่งแมทซ์

“พูดแบบนี้แสดงว่าตอนเด็ก ๆ มึงไม่ตั้งใจเรียนอะแพทซ์ ส้มตำมันมีแต่ผักจะไปอ้วนได้ไงคะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สาวห้าวกลับชูนิ้วกลางส่งคืนไปให้เพื่อนไม่ต่างกัน ขณะที่ที่หนึ่งหัวเราะขำกับท่าทางของพวกเขา

หลังจากนั่งทานข้าวกันเสร็จ พวกเขาก็เก็บของเตรียมจะขึ้นตึกเรียนต่อ เพราะวันนี้มีเรียนวิชาภาคในช่วงบ่าย แถมอาจารย์คนนี้ยังดุมาก ถ้าเข้าเรียนสายแม้แต่วินาทีเดียวก็อาจจะโดนอาจารย์แกล็อคห้องไม่ให้เข้าเรียนเอาได้

เสียงฝีเท้าดังกระทบกับพื้นซีเมนต์ของทางเดินระหว่างตึกเรียนดังขึ้น ดวงอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงอ่อน ๆ ลงมา สร้างเงาของกลุ่มเพื่อนวิศวะทั้งสี่ ที่หนึ่งเดินนำหน้าไปเล็กน้อย แพทซ์และเบ๊บเดินตามหลังมาติด ๆ ส่วนดอลล่าเดินอยู่ข้าง ๆ ที่หนึ่ง สีหน้าดูเคร่งเครียดผิดปกติ

“หนึ่ง วันนี้มึงว่างป่ะ?” ดอลล่าเอ่ยขึ้น เสียงแผ่วเบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน ถ้าไม่ใช่เพราะที่หนึ่งเดินอยู่ใกล้ ๆ

ที่หนึ่งหันมามองเพื่อน ความเหนื่อยล้าบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่เขาก็พยายามยิ้มให้ “ว่างดิ มีไรวะคุยมาเลยก็ได้”

ดอลล่ากลืนน้ำลายลงคอ ความลังเลปรากฏชัดเจนบนใบหน้า แพทซ์และเบ๊บที่เดินตามหลังมา ต่างก็หยุดยืนมองเพื่อนทั้งสองด้วยความกังวล บรรยากาศรอบตัวดูตึงเครียดขึ้นมาทันที

“ก็…คือ…” ดอลล่าเริ่มต้นแต่กลับพูดไม่ออก เขาเหลือบมองแพทซ์และเบ๊บ เหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ แพทซ์จึงกระแอมเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้ดอลล่าพูดต่อ

“คือ…มึงจำได้ป่ะ ที่มึงบอกว่าขับรถไปชนรถหรู” ดอลล่าพูดเสียงเบา พยายามเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “แล้วมึงก็ไปรับจ๊อบส่งของทั้งคืน จนไม่ค่อยมีเวลา”

ที่หนึ่งพยักหน้า “อืม แล้วไงวะ?”

“ก็…คือ…พวกกูเห็นอะไรบางอย่าง” ดอลล่าพูดเสียงสั่นเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกมา “พวกกูเห็นแฟนของมึงเดินกับผู้ชายอีกคน”

ที่หนึ่งหยุดเดิน ใบหน้าแสดงความสงสัย “อะไรนะ?” เขาถามเสียงเรียบแต่แววตาเริ่มเปลี่ยนไป ความสงบเริ่มสั่นคลอน

ดอลล่าส่งโทรศัพท์ให้ที่หนึ่งดู ภาพบนหน้าจอคือภาพที่เพื่อนของแพทซ์ถ่ายไว้ มันเป็นภาพของแฟนสาวของเขาที่กำลังหัวเราะ จับมือกับชายหนุ่มรูปหล่อ เดินควงกันอย่างสนิทสนม ราวกับคู่รัก ท่าทางมีความสุขไม่น้อย

ที่หนึ่งมองภาพนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนสี มือที่เคยอยู่ในกระเป๋า ค่อย ๆ เหยียดออกมากำแน่น เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่เงียบไป ความเงียบที่หนักอึ้งปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ก็ดูเงียบสงบผิดปกติ

ดอลล่า แพทซ์ และเบ๊บต่างก็มองหน้ากัน ก่อนจะพากันเข้าไปกอดปลอบใจที่หนึ่ง

“ขอโทษนะหนึ่งที่พวกกูต้องบอกมึงตรง ๆ แบบนี้ แต่พวกกูก็ไม่อยากให้มึงโดนสวมเขาวะ” ดอลล่าพูด

เบ๊บกอดที่หนึ่งแน่น “มันไม่ใช่ความผิดของมึงนะหนึ่งอย่าโทษตัวเอง” เธอปลอบโยน

“อือกูไม่เป็นไร ไหวอยู่แล้ว” ที่หนึ่งว่าเสียงอู้อี้ หลังจากผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อน ๆ เขาก็เช็ดคราบน้ำตาออกลวก ๆ

“แน่ใจเหรอ ถ้าอยากจะร้องอีกก็ร้องมานะ พวกกูพร้อมอยู่กับมึงเสมอนะหนึ่ง” เบ๊บบอกด้วยความกังวล

“อือ กูไหวจริง ๆ แค่นี้สบายมากแค่ผู้หญิงคนเดียวเอง หล่อ ๆ อย่างกูหาได้ดีกว่านี้เยอะ” ที่หนึ่งว่าขำ ๆ ถึงภายในใจจะรู้สึกเสียใจอยู่ก็ตาม เพราะอันที่จริงเขารักแฟนคนนี้มาก ถึงจะคบกันเพียงหกเดือนก็เถอะ

“ถ้ามึงคิดแบบนั้นได้พวกกูก็สบายใจ แต่ว่าก็ว่าเถอะ ยัยนั้นมันมาบังอาจทำกับลูกรักกูแบบนี้ได้ไงวะ มันน่าตบล้างน้ำเสียให้เข็ด”

“ใจเย็นมึง กูรู้ว่ามึงมองมันเหมือนลูกแต่มึงจะโมโหแล้วไปตบเขาแบบนี้ไม่ได้” ดอลล่ารีบห้ามเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวจะทำตามอย่างที่ปากพูดจริง ๆ

“เออรู้แล้วน่ากูไม่ทำหรอก พูดไปงั้นแหละ”

“มึงโอเคแน่นะหนึ่ง” แพทซ์ถามย้ำ

ที่หนึ่งฝืนยิ้ม “อือโอเคดิ”

“ถ้ามีอะไรให้พวกกูช่วยก็บอกได้นะ” ดอลล่าว่าต่อ

“กูไม่เป็นไรจริง ๆ บอกแล้วไงหล่อ ๆ แบบกูหาใหม่ได้ดีกว่านี้แน่นอน”

“มึงคิดแบบนั้นได้ก็ดี ป่ะเดี๋ยวกูนี่แหละจะหาคนดี ๆ ให้มึงเองเพื่อนรัก” ว่าจบแพทซ์ก็เข้ามากอดคอที่หนึ่งพลางจับใบหน้าหล่อเหลาหันซ้ายทีขวาที

“อะไรของมึงเนี่ยเชี้ยแพทซ์”

“กูก็กำลังคิดว่า ถ้ามึงคบกับผู้หญิงแล้วมันรุ่งริ่งลองเปลี่ยนไปคบกับผู้ชายดีไหมวะ”

“ไอ้สัด! เลอะเทอะละมึง” ที่หนึ่งรีบสลัดตัวออกจากเพื่อนในทันที รู้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมทางเพศที่ค่อนข้างจะเบี่ยงเบนไปทางชอบผู้ชาย ซึ่งเขาก็ไม่ว่าหรอก แต่ขอร้องเลยอย่ามาแนะนำให้เขาเพราะมันไม่ใช่แนวจริง ๆ

“ฮ่า ๆ กูล้อเล่นแต่ถ้ามึงเปลี่ยนใจแล้วบอกได้นะ กูมีเพื่อนกับรุ่นพี่หล่อ ๆ รวย ๆ แนะนำมึงเพียบเลยวะ”

“พอเลยขึ้นเรียนได้แล้ว เดี๋ยวอาจารย์ก็แดกหัวพวกมึงหรอก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป