บทที่ 15 เขาบอกว่าอย่าท้าทายเจ้านรก! 6/2
“ช่างเถอะ เดี๋ยวผมคืนให้ รับรองไม่บิดไม่เบี้ยวแน่นอน แต่ตอนนี้เรามาดื่มกันดีกว่า มาเร็วดิ ตั้งแต่คุณมาผมยังไม่เห็นคุณดื่มสักแก้วเลย” ว่าจบก็เรียกพนักงานเสิร์ฟมาสั่งเหล้าไปหนึ่งทาวน์ใหญ่ รอเพียงไม่นานพนักงานก็เอามาเสิร์ฟ
“เอาคุณดื่มสิ คืนนี้ผมเลี้ยงเอง” ว่าจบก็ส่งแก้วให้กับคนตรงหน้า เซอร์เวย์รับมาพลางมองน้ำสีอำพันในมือ ความรู้สึกผิดบาปก็ก่อตัวในความคิด
เขาเป็นถึงเจ้านรก จะมาทำตัวเยี่ยงมนุษย์เดินดินพวกนี้ได้อย่างไรกัน
“ฉันไม่ดื่ม” ว่าจบก็วางมันลงบนโต๊ะในทันที
“ตามใจแล้วกัน แต่ผมจะดื่ม” ว่าจบก็ยกแก้วดื่มรวดเดียวจนหมด ความซาบซ่าและขมปราบเล่นจากลำคอไปถึงท้องจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด
แก้ววิสกี้ถูกยกขึ้นดื่มลงคออย่างรวดเร็ว ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งที่หนึ่งเริ่มเมาได้ที่ ใบหน้าแดงก่ำ คำพูดเริ่มไม่ชัดเจนแต่ดวงตากลับสว่างวาบราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ภายใน
“คุณรู้ไหม” ที่หนึ่งพูดเสียงตะกุกตะกัก มือชี้ไปมาอย่างไม่มีทิศทาง
“ชีวิตผมมัน…อึก! เหมือนอยู่ในนรกเลย”
เซอร์เวย์เงียบมองที่หนึ่งด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เขาปล่อยให้ที่หนึ่งได้ระบายความในใจออกมา
“ชมรมละคร ที่ผม อึก...ตั้งใจทำ มันจะโดนยุบ!”
“ผมทุ่มเทให้กับมันมากแค่ไหน แต่สุดท้าย…”
“ทุกอย่าง…อึก! มันกำลังพังทลายลง” ที่หนึ่งสะอึกสะอื้น ดื่มวิสกี้เข้าไปอีกอึกใหญ่ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเจ็บปวด
“แล้วก็เรื่องคุณอีก” ที่หนึ่งว่าท่าทางขึงขัง ดวงตาฉ่ำปรือ พยายามโฟกัสคนที่เอาแต่นั่งเงียบ แต่ทำไมถึงเซอร์เวย์ถึงมีหลายคนได้วะ
“ฉันอยู่ทางนี้” ว่าจบก็จับให้คนเมาหันมาคุยกันดี ๆ
“เออนั้นแหละ รถเชี้ยไรแพงขนาดนั้นวะ แล้วเสือกเอามาขับในเมืองไทยที่รถติดฉิบหายเนี่ยนะ! คุณบ้าป่ะ”
“อือคงงั้น” เซอร์เวย์เห็นด้วยกับคำพูดนั้น เพราะวันนั้นเขาพึ่งจะได้ขับรถคันนั้นออกถนนใหญ่เป็นครั้งแรก แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำให้เขาได้มาเจอกับเจ้าสาวที่ตามหามานานในวันนี้
ได้ยินแบบนั้นที่หนึ่งก็ยกแก้วดื่มจนหมดอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าวันนี้ตัวเองจะได้มานั่งปรับทุกข์กับคู่กรณีแบบนี้ คงมีแค่เขากับอีกฝ่ายนี่แหละที่บ้าได้ขนาดนี้
“แล้วคุณรู้ไหมชีวิตผมแม่งเหมือนมีแต่เรื่องซวย ๆ ไม่รู้ว่าปีชงหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าเหมือนโดนสาปแช่งเลยวะ”
แต่เมื่อที่หนึ่งเล่าจบเซอร์เวย์ถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของเขา ถ้าที่หนึ่งคืออีลีน่าจริง ๆ ที่อีกฝ่ายต้องพบเจอแต่เรื่องแย่ ๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเป็นเจ้าสาวของเขา
“แต่ช่างเถอะ ยังไงผมก็จะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แล้ว” ที่หนึ่งโบกมือไปมาตรงหน้าตัวเองทำราวกับกำลังไล่แมลงหวี่แมลงวัน
“ค่าเสียหายเรื่องรถ เธอไม่ต้องจ่ายแล้วก็ได้นะ”
ที่หนึ่งเงยหน้าขึ้นมองเซอร์เวย์ ดวงตาสีวอลนัทฉ่ำเปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ “พูดจริงดิ ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ปะ”
“อือ ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอ อีกอย่างเงินแค่นั้นฉันหาใหม่ได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ถือว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เราได้เจอกัน”
“คุณใจดีจัง” ที่หนึ่งพึมพำเสียงเบา เหมือนกำลังพูดกับตัวเอง “หล่อแล้วก็ใจดีแบบนี้ แฟนคุณต้องรักต้องหลงคุณมากแน่ ๆ”
เซอร์เวย์หัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่มีแฟนหรอก” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
ที่หนึ่งเลิกคิ้ว ความเมาทำให้ความคิดของเขาช้าลง
“หา? เป็นไปได้ยังไงคุณหล่อขนาดนี้” เขาถามด้วยความสงสัย
เซอร์เวย์ยื่นมือไปเชยคางที่หนึ่งขึ้น นิ้วสัมผัสเบา ๆ ใบหน้าใกล้ชิด ดวงตาสีเข้มของเซอร์เวย์จ้องมองที่หนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
“เพราะฉันรอเจ้าสาวของฉันอยู่ยังไงละ”
ที่หนึ่งสะอึกเล็กน้อย คำว่าเจ้าสาวยังคงก้องอยู่ในหู เขาเงยหน้ามองเซอร์เวย์ ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอยู่ใกล้มาก จนเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนถึงดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและแววตาที่ดูลึกซึ้ง ราวกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
ความเมาค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกสับสน และความสงสัย เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าเซอร์เวย์จะพยายามสื่อสารบางอย่างกับเขา ผ่านแววตา ผ่านรอยยิ้มและผ่านคำพูดที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา
“แล้วตอนนี้คุณเจอเจ้าสาวของคุณหรือยัง” ที่หนึ่งถามเสียงเบาน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
เซอร์เวย์ยิ้มบาง ๆ มือหนายังคงจับมือที่หนึ่งเอาไว้ สัมผัสอุ่น ๆ นั้นทำให้ที่หนึ่งรู้สึกปลอดภัย จนเขาไม่คิดจะชักมือกลับ
“เจอแล้ว” เซอร์เวย์ตอบเสียงนุ่ม ดวงตาสีเข้มจ้องมองที่หนึ่งอย่างลึกซึ้ง
“ตอนนี้เจ้าสาวของฉันก็อยู่ตรงหน้าฉันนี่ไง”
