บทที่ 24 ปีชงไม่ต้องสืบ 9/1
“กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงทักทายของผีสาวดังขึ้นหลังจากที่หนึ่งเปิดประตูเข้ามา ทว่าเขาไม่คิดจะตอบ ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปากเสียด้วยซ้ำ พอเปิดประตูเข้ามาเขาก็ทิ้งตัวลงนอนในทันที ตั้งใจจะนอนพักสักงีบเพราะช่วงบ่ายมีเรียนต่อ
หากแต่พอนอนไปได้สักพักหนึ่งความเหนียวเหนอะหนะจากช่องทางด้านหลักก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา ตอนนี้ที่หนึ่งเลยลากสังขารตัวเองมายืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำแทน
ชายหนุ่มมองดูตัวเองในกระจกก็ได้แต่สังเวชใจ เพราะตามเนื้อตัวของเขาตั้งแต่ช่วงหน้าอกลามไปถึงต้นขาเต็มไปด้วยรอยขบเม้มจากฝีมือของคู่กรณี ที่เปลี่ยนสถานะเป็นคู่นอน
“ว้าวเมื่อคืนที่นายไม่กลับห้องเพราะไปแอบแซ่บมานี่เองเหรอ” เสียงสดใสของผีสาวทักขึ้น ทำให้ที่หนึ่งสะดุ้งตัวเล็กน้อย ทำไมชอบโผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียงแบบนี้นักวะ!
“โรคจิต”
“ฉันไม่ใช่โรคจิตเสียหน่อย ก็ฉันตายในนี้จะให้ไปอยู่ไหนล่ะ ว่าแต่คนนั้นเป็นใครเหรอ ต้องแซ่บมากแน่เลยใช่ปะ นายถึงได้หมดแรงแบบนี้”
ที่หนึ่งไม่คิดตอบเขาเดินผ่านทะลุร่างเธอไป พลางคิดในใจว่าครั้งนั้นตนไม่น่าพลาดไปคุยด้วยเลย ไม่อย่างนั้นความสงบสุขคงไม่ถูกทำลายแบบนี้หรอก
“นี่ ๆ บอกหน่อยสิ ว่าเขาเป็นใคร”
“...”
“บอกหน่อยน่า สัญญาว่าฉันจะไม่บอกใครเลย” เธอเร้าหรือ แววตาที่เคยเศร้าหมองในตอนแรกเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ขณะที่ที่หนึ่งถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เขาไม่เคยเจอผีที่พูดมากและขี้เสือกขนาดนี้มาก่อน “นี่พี่ฝ้าย”
ผีสาวอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อของเธอตรง ๆ แบบนี้ เธอเองก็แทบจะหลงลืมไปแล้วเหมือนกัน ว่าแท้จริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของตนเองเป็นใครกันแน่
“นายรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ”
“รู้สิ ก็ตอนพี่ตายเป็นข่าวใหญ่เลยละ คนอะไรโง่ได้ขนาดนั้นวะ”
“นี่!” นัยน์ตาสีหม่นเปลี่ยนเป็นแดงก่ำในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม
“หยุดเลยบอกแล้วไงว่าผมไม่กลัวผี ฉะนั้นหยุดโมโห”
“ก็ได้ ว่าแต่นายเล่ามาดิว่าเมื่อคืนไปไหนมา” เธอว่าแล้วเดินไปนั่งยังขอบอ่างอาบน้ำที่ที่เธอตาย
“ขี้เสือกจริง ๆ ผีอะไรวะ” ที่หนึ่งบ่นอุบอิบแต่ผีสาวกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน
“โนสนค่ะ ด่ามาเถอะฉันไม่แคร์หรอก รีบเล่ามาเร็ว”
“เออ ๆ แต่ถ้าเล่าแล้วสัญญานะว่าพี่จะออกไปแล้วให้ผมอาบน้ำดี ๆ” ที่หนึ่งว่า เพราะถ้าขืนให้เขาทำความสะอาดช่องทางด้านหลังในขณะที่มีผีพี่ฝ้ายอยู่ด้วยเขาคงจะอับอายจนอยากมุดดินหนีแน่
“เออ ๆ เล่ามารอฟังอยู่”
ที่หนึ่งไม่ได้เล่าในทันทีเขาเดินไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำเอาไว้ จากนั้นก็นั่งลงข้าง ๆ ผีสาวอย่างไม่คิดเกรงกลัว ราวกับว่าพวกเขาสนิทสนมกันมานาน
“ก็อกหัก แล้วแบบคนมันเฮิร์ทอะ พี่เข้าใจใช่ปะ”
ผีสาวพยักหน้ารับคำ จากนั้นที่หนึ่งเลยเริ่มต่อ “ผมเลยชวนคนคนหนึ่งไปร้านเหล้าด้วยกัน ทีนี้แบบบรรยากาศมันพาไปมั้งเลยชวนกันไปต่อ”
“ว่าล่ะ ทำไมสภาพถึงได้แอนนาซุยขนาดนี้”
“อะไรของพี่วะ แอนนาไรนะ”
“ช่างฉันเถอะ ว่าแต่คนที่นายหิ้วกลับนี่ผู้ชายใช่ปะ”
“อือ” ที่หนึ่งเผลอรับคำด้วยความเผลอไผล
“งือออ สาววายอย่างฉันฟินอะ” เธอว่าพร้อมกับทำท่าทีปลื้มปริ่มสุด ๆ เพราะตอนเป็นมนุษย์เธอเรียกได้ว่าเป็นสาววายตัวแม่ ตัวมารดาเลยละ รู้จักทุกคู่ชิบ เสพทุกโมเม้นท์ที่แฟนคลับลงกัน
“แล้วเป็นไงแซ่บปะ”
“อือก็แซ่บอยู่ เอ๊ะ! ไม่ใช่ละ พี่ฝ้ายออกไปเลย ผมเล่าจบแล้ว” ว่าแล้วที่หนึ่งก็ดันให้ผีสาวรีบออกจากห้องไป
“จ้ะ ๆ ไปแล้ว อย่าดันสิ”
“อ้อแล้วห้ามทำอะไรพิเรนท์นะ เช่น ทำน้ำในอ่างให้เป็นสีแดงไรงี้ เพราะไม่อย่างนั้นผมจะทุบมันทิ้งซะ แล้วเรามาดูกันว่าพี่จะไปอยู่ที่ไหน”
“เออรู้แล้วน่า!” เธอว่าก่อนจะกระฟัดกระเฟียดเดินออกไปแต่โดยดี คนอะไรวะ ดุฉิบหายเลย!
“นี่ผีนะให้เกียรตินิดหนึ่งได้ปะ”
