บทที่ 25 ปีชงไม่ต้องสืบ 9/2
ที่หนึ่งปิดประตูด้วยใบหน้าที่ระเรื่อแดง เขาอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้หนัก ๆ ไม่รู้ทำไมถึงได้ไปเล่าให้ผีพี่ฝ้ายฟังแบบนั้น แต่ช่างเถอะ เธอไม่สามารถเอาไปเล่าต่อได้สักหน่อย
ที่หนึ่งใช้เวลาอาบน้ำทำความสะอาดทุกส่วนของร่างกายด้วยความทุลักทุเล ก็กินเวลาไปเกือบจะหนึ่งชั่วโมงเต็มเข้าไปแล้ว ระหว่างนั้นเองก็สบถด่าเซอร์เวย์อยู่หลายประโยค ไม่รู้ว่าแม่งไปตายอดตายอยากมาจากไหน ถ้าเขาเป็นผู้หญิงนะปานนี้คงท้องป่องไปแล้วละ แม่ง! เล่นปล่อยในทุกรอบหลังจากที่ถุงยางหมดขนาดนี้
“นี่พี่ฝ้ายช่วยไรหน่อยดิ” ที่หนึ่งเอ่ยเรียกขึ้นหลังเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่มีผ้าขุนหนูคุมปกปิดร่างกายส่วนล่างเอาไว้
“เธอเห็นประโยชน์ของฉันแล้วล่ะสิ” เสียงของเธอดังขึ้นก่อนที่ร่างที่เปียกโชกจะปรากฏขึ้นด้านหลังของที่หนึ่ง
เห็นแบบนั้นที่หนึ่งก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาจะต้องมาเสียเวลาเช็ดน้ำที่เธอทำเลอะไว้อีกเหรอวะ แต่ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าตายในอ่างน้ำ แต่จะมาแบบสภาพดี ๆ กว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ
“พี่ช่วยผมกลบรอยพวกนี้หน่อยดิ” ที่หนึ่งว่าพลางมองไปยังร่องรอยตามเนื้อตัวของตัวเองที่เซอร์เวย์ทำเอาไว้ เพราะถ้าหากว่าเขาไปมหาลัยในสภาพแบบนี้ มีหวังได้โดนพวกเพื่อน ๆ รู้แน่ว่าเขาไปทำอะไรมา ขนาดเมื่อเช้ากว่าจะตอบคำถามของไอ้เชี้ยแพทซ์ได้ก็เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน
“ไว้ใจฉันได้เลย นี่ใครคะ ที่เจ้ฝ้ายบิ้วตี้บล็อกเกอร์เชียวนะ”
“ให้มันได้อย่างที่ปากว่าเหรอพี่” ที่หนึ่งว่าอย่างไม่ค่อยเชื่อถือท่าทางเช่นนั้นของผีสาวนัก จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“อย่ามาดูถูกกันนะเดี๋ยวฉันก็ไม่ช่วยหรอก”
“ถ้าพี่ช่วยผม ผมจะช่วยให้พี่ได้ไปผุดไปเกิด ดีลไม่ดีล”
“ไม่จ๊ะ”
“อ้าวพี่ไม่อยากไปเกิดเหรอวะ”
“ก็อยากแหละ แต่แบบ...อยู่กับนายแล้วมันสนุกดีวะ” เธอพูดพลางนั่งลงยังโซฟาฝั่งตรงข้ามกันกับชายหนุ่ม
“เชี้ย! ไอ้พี่ฝ้ายโซฟากูเลอะหมด” ที่หนึ่งแทบจะร้องโหยหวนในทันทีที่เขาเห็นว่าร่างเปียกโชกของผีสาวนั่งลงบนโซฟาที่ตนพึ่งจะไปถอยมาใหม่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
“ไม่เลอะ ๆ เดี๋ยวพอฉันหายไปมันก็กลับมาสะอาดเหมือนเดิมแล้ว”
“งั้นก็แล้วไป แล้วสรุปพี่จะให้ผมจัดการกับรอยพวกนี้ยังไง” ที่หนึ่งว่าพลางชี้ที่คอของตัวเองที่มีรอยฟันอยู่ ไอ้เชี้ยแม่งไม่รู้ว่าเป็นหมาหรือไงกัน กัดกูอยู่นั้นแหละไอ้ฉิบหาย
“แหม่ฉันรู้นะว่านายคงจะแอบด่าหมอนั้นอยู่ในใจ ตอนเขาทำนายเองก็ฟินไม่ใช่เหรอ”
“รู้ดี”
ผีสาวยักไหล่อย่างไม่สถบสะท้าน ก่อนที่จะสาธยาทสิ่งที่ที่หนึ่งต้องทำเพิ่มกลบรอยดูด รอยขบกัดพวกนี้
“คุชชั่นไม่ได้จริง ๆ เหรอวะพี่” ที่หนึ่งพูดพลางชูตลับคุชชั่นของตนให้เธอดู แต่ผีสาวกลับส่ายหน้าไปมา แถมยังบอกอีกว่าคุชชั่นมันปกปิดไม่ดีเท่ารองพื้น ที่หนึ่งเลยต้องสั่งของที่เธอบอกมาจากแอปทั้งหมด แต่รอเพียงไม่นานพนักงานก็มาส่งให้ถึงหน้าห้อง
“แล้วผมต้องทำไงต่อ” ที่หนึ่งถาม สายตาก็มองไปยังอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจมันนัก ตลอดมาใช้แต่กันแดดกับคุชชั่นแค่เป็นบางครั้งเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าขั้นตอนการแต่งหน้ามันจะเยอะขนาดนี้
“ก่อนอื่นเลยนายต้องลงพวกน้ำแร่หรือเซรั่มก่อน มีหรือเปล่า”
“มี ๆ แล้วไงต่อ”
“เสร็จแล้วก็ลงไพรเมอร์ตามด้วยคอลเลคเตอร์ คอนซีลเลอร์ แล้วก็รองพื้น เสร็จแล้วก็เกลี่ยรองพื้นให้เนียน”
ที่หนึ่งทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย โชคดีที่เขาเคยใช้เครื่องสำอางมาบ้างจึงไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นัก
“ตบแรงขนาดนี้ ไม่กลัวคอหักตายหรือไง” ผีสาวว่าออกมาขำ ๆ เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมือหนักขนาดนั้น
“เอาดิ ในห้องนี้จะได้มีผีสองตนไง”
“ตลกละ แล้วเสร็จยัง”
“แปป ๆ ตรงนี้มันยังไม่ค่อยเนียนเท่าไร” ว่าแล้วก็ใช้รองพื้นที่ซื้อมาตบลงไปบนลำคอระหงส์ของตนเองอยู่อีกหลายครั้ง พอส่องกระจกดูจนแน่ใจว่าไม่เห็นรอยแล้วก็เอ่ยถามขึ้นมา
“แล้วไงต่อพี่”
“ใช้แปรงปัดแป้งฝุ่นเบา ๆ ทับลงไป แค่นั้นแหละ”
“อือ ๆ” ที่หนึ่งรับคำก่อนจะทำตามในทันที ไม่น่าเชื่อเลยว่าหลังจากทำเสร็จรอยพวกนั้นกลับจางหายไปประหนึ่งไม่เคยมีมาก่อน
“เป็นไงบอกแล้วมาฉันมันตัวแม่”
“ครับเจ๊ ขอบพระคุณอย่างสูงที่ช่วยสอนกระผม” ที่หนึ่งว่าขำ ๆ อันที่จริงเขาคิดว่าเป็นเพื่อนกับผีก็ไม่ได้แย่นักหรอก
“ฉันไปละ ออกมานานตัวแห้งแล้วเนี่ย” เธอว่าพลางลุกขึ้นยืน ที่หนึ่งจึงสังเกตที่โซฟาว่าจะมีคราบน้ำหลงเหลืออยู่หรือเปล่า แต่ผลปรากฏคือมันแห้งสนิทตามที่ผีสาวบอกไว้จริง ๆ
“อือ ผมเองก็จะนอนละ”
“ฝันดี” พูดจบเธอก็หายไปในทันที คงจะกลับไปนอนในอ่างนั้นแหละ
