บทที่ 28 ลิฟต์อาฆาต 10/1

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูกลับก่อนละ” ที่หนึ่งเอ่ยบอกแล้วเก็บของ ๆ ตัวเองใส่กระเป๋าเตรียมจะเดินออกไปแต่กลับโดนเบ๊บคว้าข้อมือเอาไว้

“แน่ใจนะว่าขับรถไหว” เธอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“อือไหวอยู่ กินยาแล้วนอนไปแล้วไง” ที่หนึ่งตอบกลับเพราะอาการของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก ดอลล่าเลยอาสาไปซื้อยามาให้ หลังจากกินยาไป ที่หนึ่งเลยได้นอนพักราว ๆ สามสิบนาทีเห็นจะได้

“กูไม่ไว้ใจเลยวะ เอางี้ให้ไอ้แพทซ์ไปนอนเป็นเพื่อนไหมคืนนี้”

ได้ยินชื่อตัวเองคนตาตี๋ถึงกับทำตาโตราวไข่ห่าน ใคร ๆ ก็รู้ว่าห้องที่หนึ่งผีดุขนาดไหน เขาไม่ใช่มันจะที่จะทำใจกล้านอนกับผีได้โดยไม่รู้สึกอะไรนะ

“ไม่เป็นไรหรอกกูกลับเองได้จริง ๆ คอนโดอยู่แค่นี้เอง” ที่หนึ่งหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทางหวาดระแวงของแพทซ์

“มึงแน่ใจนะ” เบ๊บถามย้ำ

“อือร้อยเปอร์เซ็นเลย”

“เคงั้นกลับดี ๆ ล่ะ”

หลังจากโบกมือลากับเพื่อน ๆ ที่หนึ่งก็ก้าวเดินอย่างเร่งรีบ เพื่อไปเอารถที่จอดไว้ที่ลานจอดรถ โชคดีที่ตอนนี้เย็นมากแล้วนักศึกษาเลยไม่เยอะ เขาจึงไม่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่น ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ก้าวเดินของเขาหนักอึ้ง 

ความคิดต่าง ๆ วนเวียนอยู่ในหัว เรื่องระหว่างเขาและเซอร์เวย์ทำให้ชายหนุ่มตกอยู่ในความสับสน ตกลงว่าตนชอบผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่

“โอ๊ยไม่รู้แล้วเว้ย!” ที่หนึ่งสะบัดหัวไปมาพยายามสลัดใบหน้าของเซอร์เวย์ออกจากความทรงจำ

พลันนั้นเอง ร่างกายของเขาชนเข้ากับบางอย่างอย่างจัง  ที่หนึ่งเซไปด้านหลัง เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น แต่แล้วก็มีมือแกร่งคู่หนึ่งมาโอบเอวเขาเอาไว้ได้ทัน 

เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังคนที่ยื่นมือมาช่วย อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกริบ ดูอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยความลึกลับ 

“ขอโทษครับ” ที่หนึ่งพูดเสียงสั่นเล็กน้อย 

“ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดูอบอุ่น  และเป็นมิตร 

ทั้งสองต่างกล่าวขอโทษกันและกัน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเอวของที่หนึ่ง เขายังคงโอบกอดที่หนึ่งเอาไว้  ราวกับกลัวว่าเขาจะล้มลงไปอีก 

“เจอแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบา จนที่หนึ่งแทบจะไม่ได้ยิน ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้ที่หนึ่งรู้สึกราวกับว่านี่เป็นเหตุการณ์เดจาวู เพราะเขาเคยได้ยินคำพูดนี้มาก่อนตอนที่เจอกับเซอร์เวย์ครั้งแรก

เสียงโกลาหลดังขึ้น เบ๊บ ดอลล่าและแพทซ์วิ่งเข้ามาในลานจอดรถเพราะเป็นห่วงเพื่อนกลัวว่าที่หนึ่งจะเป็นลมเป็นแล้งไป แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้พวกเขาต้องชะงักค้าง

“นี่มันจังหวะตกหลุมรักชัด ๆ มึงว่าป่ะเบ๊บ”

ทว่าเบ๊บกลับไม่ตอบ ใบหน้าของเธอหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากอ้าเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง มองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่โอบกอดที่หนึ่งอยู่ด้วยแววตาที่ผสมผสานกันอย่างอธิบายไม่ถูก

ทว่าพอตั้งสติได้เธอก็โดนเพื่อน ๆ ลากไปให้เข้าไปหาที่หนึ่งกับผู้ชายคนนั้น

เฮอร์มีสยังคงโอบเอวที่หนึ่งเอาไว้ ไม่ยอมปล่อย สายตาของเขายังคงจับจ้องที่หนึ่ง ราวกับว่ากำลังมองหาอะไรบางอย่าง

“ขอโทษนะครับที่ทำให้ตกใจ” เฮอร์มีสพูดเสียงทุ้มต่ำ  น้ำเสียงอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยความลึกลับ

“แค่บังเอิญเห็นคุณกำลังจะล้ม เลยรีบเข้าไปช่วย”

ที่หนึ่งพยายามดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดของเฮอร์มีส  แต่อีกฝ่ายกลับกอดแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป ทว่าพอได้สติเขาก็ยอมปล่อยที่หนึ่งเป็นอิสระ

“ใช่พี่เฮอร์มีส ปีสี่คณะนิเทศฯ หรือเปล่าคะ” เบ๊บถามเสียงแผ่วเบาน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

เฮอร์มีสพยักหน้ารับเบา ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ทว่าดวงตาคมกลับยังคงจับจ้องที่หนึ่งไม่วางตา 

ที่หนึ่งทำหน้างงงวย เขาไม่เคยเจอชายหนุ่มคนนี้เลย  แม้แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมอีกฝ่ายทำเหมือนกับว่าพวกเขาเคยเจอกันมาก่อน พอมองดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเรียนอยู่คนละคณะเดียวกันกลับพวกเขา

ดอลล่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นว่าเพื่อนกำลังทำหน้าเอ๋ออยู่ก็รีบอธิบาย “นี่คือพี่เฮอร์มีส รุ่นพี่ปีสี่คณะนิเทศฯ หล่อ รวย ดังเรื่องเรียนเก่งและนิสัยดี แต่เขาดูเงียบ ๆ นะ” ดอลล่ากระซิบข้างหูที่หนึ่ง

ทว่าตอนที่ดอลล่ากำลังสาธยายความหล่อเท่ของคนตรงหน้าอยู่นั้น สายตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ไม่เคยละจากใบหน้าของที่หนึ่งเลยแม้แต่วินาทีเดียว ที่หนึ่งเคยเห็นสายตาแบบนี้ มันเหมือนกับที่เซอร์เวย์จ้องเขาไม่มีผิด ทว่ากับคนตรงหน้าเขากลับรู้สึกขนลุกซู่อย่างไรชอบกล

จนกระทั่งเสียงมือถือของที่หนึ่งดังขึ้น เขาจึงหยิบมันขึ้นมาดู ซึ่งพอเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาก็ทำเอาเขาแทบอยากจะตัดสายทิ้ง นั่นเพราะคนที่โทรเข้ามาก็คือเซอร์เวย์

“แม่งทำไมตายยากจังวะ” ที่หนึ่งบ่นเสียงอู้อี้

ที่หนึ่งหันไปหาเฮอร์มีสอีกครั้ง รอยยิ้มอ่อน ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า “ขอบคุณนะครับที่ช่วยไว้ ไม่งั้นผมคงได้นอนกองกับพื้นแน่ ๆ” 

สามสหายวิศวะฯ ต่างก็มองมาที่ทั้งคู่ด้วยความสนใจ โดยเฉพาะเบ๊บ ใบหน้าหวานยังคงแดงระเรื่อ ดวงตาจับจ้องไปที่เฮอร์มีสอย่างไม่วางตา

ฮือ...คนอะไรหล่อกว่าในไอจีอีก

“ไม่เป็นไรครับ” เฮอร์มีสตอบน้ำเสียงทุ้มต่ำ ขณะที่รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า ทำให้เขาดูเข้าถึงง่ายขึ้น ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องมาที่ที่หนึ่ง แม้จะไม่จดจ่อเหมือนก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

ที่หนึ่งหันไปหาเพื่อน ๆ “งั้นกูขอตัวก่อนนะ” เขาโบกมือลาเพื่อน ๆ ก่อนจะเดินออกไป โดยมีสายตาของเฮอร์มีสตามไปด้วยอยู่ตลอดเวลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป