บทที่ 5 เจ้าสาวแห่งเฮดีส 2/2
เขาเดินมาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่แล้วหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวม กระนั้นตอนขับออกไปก็ยังไม่วายหันมองผ่านกระจกมองหลัง เขายังเห็นสายตาของพี่ชายที่จับจ้องมาที่เขาด้วยความเป็นห่วง
เสียงเครื่องยนต์เร่งขึ้น ที่หนึ่งตั้งสมาธิกับการขับขี่ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเริ่มส่งผล ดวงตาปรือลงเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามรักษาสมาธิเอาไว้ ถนนค่อนข้างโล่ง ทำให้เขาผ่อนคลายลงบ้าง มือที่จับแฮนด์บาร์ค่อย ๆ คลายแรงบีบ
ทว่าจังหวะที่เขาเลี้ยวออกจากซอยเล็ก ๆ สู่ถนนใหญ่ ความวุ่นวายบนท้องถนนปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน รถยนต์หลายคันแล่นสวนมาด้วยความเร็ว สายตาของที่หนึ่งเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง ระยะห่างดูเหมือนจะเพียงพอ แต่แล้วเหมือนมีบางอย่างทำให้การตัดสินใจของเขาช้าลง
ในเสี้ยววินาที รถของที่หนึ่งเสียหลักเล็กน้อย เหมือนมีแรงกระแทกบางอย่าง ก่อนที่รถของเขาจะพุ่งชนเข้ากับรถยนต์คันนั้นอย่างจัง
โครม!
เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว โลกทั้งใบของที่หนึ่งหมุนคว้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาหยุดนิ่งที่ภาพรถยนต์สีดำคันหรูที่อยู่ตรงหน้า
“แม่งเจ็บฉิบหาย!” ที่หนึ่งสบถออกมาเบา ๆ มองดูแขนที่ถลอกจนเลือดซิบ ดีที่มันไม่ได้หักหรือเป็นอะไรมากกว่านั้น
เจ้าของรถยนต์คือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่ เขาเดินลงมาจากรถด้วยสีหน้าหงุดหงิด ยกมือขึ้นมาถอดแว่นกันแดดสีดำสนิทออก ทำให้ใบหน้าคมเข้มปรากฏขึ้นแก่สายตาคู่สวย
“ขับรถไม่ดูทางหรือไงวะ!” คำด่าทอหลุดออกมาจากริมฝีปากหนาด้วยความหงุดหงิด รู้แบบนี้เขาน่าจะหายตัวไปเสียตั้งแต่ตอนแรกก็ดี ไม่น่าอยากมาใช้ชีวิตในเมืองที่รถติดอันดับต้น ๆ ของโลกนี่เลย!
ที่หนึ่งจุกจนพูดไม่ออก แต่ก็ยังหันกลับไปมองคนที่พึ่งเฉี่ยวชนรถเขา เขาถือคติที่ว่าถึงแม้ตนจะผิดแต่ก็ขอเถียงขาดใจไว้ก่อนเถอะ คนไทยด้วยกันอย่าได้คุยกันดี ๆ เลย อะไรยอมได้อย่ายอม ถ้ามัวแต่ให้อภัยกันแล้วเมื่อไหร่จะได้แก้แค้น!!
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอีกฝ่ายก็พูดออกมาเสียก่อน
“นี่นายน่ะจะเอาไง หรือซื้อใบขับขี่มา ฉันว่า...” เฮดีสเตรียมจะต่อว่า หน๊อย! บังอาจมาทำลูกรักคันใหม่เขาพังได้ไง นี่พึ่งจะถอยมาใหม่เลยนะ
ทว่าเสี้ยววินาทีที่สบตากันพลันชะงักงัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองคนที่บาดเจ็บอยู่อย่างไม่วางตา ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเสียงเบา แทบจะได้ยินเพียงแค่ลมหายใจ
“เจอแล้ว!”
ความเจ็บปวดทางกายเริ่มจางลง แต่ความสับสนวุ่นวายในใจกลับทวีความรุนแรงขึ้น ที่หนึ่งพยายามมองใบหน้าของชายตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ความมัวซัวของสติและความเจ็บปวดทำให้ภาพเบลอ ๆ แต่ในเสี้ยววินาทีที่สายตาของเขาโฟกัสได้
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเขาไม่ใช่ใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มรูปหล่ออย่างที่เห็น แต่เป็น...ร่างกายสูงใหญ่ ล่ำสัน ผิวหนังสีแดงก่ำราวกับลาวา เขาที่งอกออกมาจากศีรษะ แหลมคมและเปล่งประกายด้วยพลังงานสีดำมืดมิด ดวงตาสีแดงก่ำราวกับเปลวเพลิงจ้องมองมาที่เขา เต็มไปด้วยความเย็นชาและอำนาจ
ภาพนั้นปรากฏเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอีกครั้ง เหมือนเป็นเพียงภาพลวงตา
ทว่าคนบาดเจ็บกลับเหงื่อเย็นไหลซึม หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ที่หนึ่งถอยหลังเล็กน้อย มือไม้สั่นเทา เขาพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ตัวเองสงบลง แต่ก็ทำได้ยาก ความกลัว ความสับสนปะปนกันอยู่ในใจ
“ยมทูตเหอะ...นี่กูตายไปแล้วเหรอวะ” ที่หนึ่งพึมพำเสียงเบาน้ำเสียงสั่นเครือ เขาขยี้ตาอยู่หลายรอบ สุดท้ายชายตรงหน้าก็เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น ที่หนึ่งลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคงจะเห็นผีจนหลอนไปแล้วแน่ ๆ
ขนาดเดียวกันเสียงหัวใจของเซอร์เวย์ก็เต้นรัวดังกลองรบ ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมา มือที่เคยแข็งกร้าว ตอนนี้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาสีรัตติกาลที่มักจะเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ตอนนี้กลับฉายแววแห่งความสุข ความหวังและความรักที่ล้นเหลือ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันนี้จะมาถึง วันที่จะได้พบกับ เจ้าสาวของเขา คนที่เขาตามหามานานแสนนาน ผู้ที่จะมาปลดปล่อยเขาจากพันธนาการที่แสนทุกข์ทรมานนานนับแปดร้อยปี....เจ้าสาวแห่งเฮดีสอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว...
