บทที่ 7 คำสาป 3/2
ขณะเดียวกันที่หนึ่งกลับโบกมือไปมาตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ใบหน้าหล่อเหลาบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์
“เฮ้! คุณ! ฟังอยู่หรือเปล่า ผมไม่ว่างมาเสียเวลาอยู่กับคุณทั้งวันนะ” แต่คำพูดของที่หนึ่งกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบ เซอร์เวย์ยังคงจมอยู่กับความทรงจำ ดวงตาสีดำสนิทนั้น ยังคงฉายภาพความหลังอันแสนยาวนาน
ที่หนึ่งถอนหายใจ ความหงุดหงิดทวีคูณขึ้น หมอนี่เป็นบ้าอะไรของมันวะ มองเขาอยู่ได้ หรือโดนรถชนจนสมองได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นเอ๋อไปแล้ว
“นี่คุณสรุปจะเอาไง รถคุณมีประกันหรือเปล่า” น้ำเสียงหงุดหงิดว่าเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่อยากจะนับมันแล้ว ที่หนึ่งอยากจะเคลียร์เรื่องให้จบเร็ว ๆ เพราะเวลาของเขาเป็นเงินเป็นทอง
ทว่าฝ่ามือแกร่งของชายตรงหน้ากลับกระชากข้อมือที่หนึ่งไว้แน่น แรงดึงนั้นรุนแรงกว่าที่คิดทำให้ที่หนึ่งเซถลาไปข้างหน้า จนใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงหนึ่งลมหายใจ
ความตกใจผสมกับความเจ็บปวดจากบาดแผลและแรงกระชากแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย เขาเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า ดวงตาคู่คมนั้นสะท้อนภาพของเขา
“เฮ้ย! คุณทำอะไรเนี่ย!” เมื่อตั้งสติได้ที่หนึ่งจึงโวยวายออกมา ทว่าเสียงสั่นเครือด้วยความตกใจเล็ก ๆ
หรือหมอนี่มันคิดจะเอาเรื่องเขางั้นเหรอ แต่เอ๊ะ...หรือว่ามันตั้งใจจะลวนลามเขาวะ!?
เชี้ย!เห็นหล่อ ๆ ก็ไว้ใจไม่ได้งั้นเหรอ ภัยสังคม ภัยสังคมชัด ๆ เลย คุณตำรวจช่วยผมด้วยครับ!?
“มาจับผมไว้ทำไม! ปล่อยผม แล้วเรามาเคลียร์กันดี ๆ ได้ไหม ผมยอมรับผิดก็ได้ คุณจะเอาเงินชดเชยค่าเสียหายเท่าไรว่ามาเลย” เขาพยายามตะล่อม ที่หนึ่งตัดสินใจแล้วว่าจะโทรไปขอยืมเงินจากพี่ชายสุดที่รักที่เขาพึ่งเมินไป แล้วค่อยใช้หนี้ให้กับอีกฝ่ายที่หลัง
เซอร์เวย์นิ่งงันจ้องมองคนในอ้อมแขนอย่างพินิจ ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย
เห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้ากัน เขาก็ทำสิ่งใดไม่ถูก ที่หนึ่งไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้มาก่อน มันทำให้เขารู้สึกขนลุก ราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่ง ขณะที่ริมฝีปากบางของเซอร์เวย์เริ่มขยับ เปล่งเสียงแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่น
“เจ้าสาวของข้า เจอกันเสียที”
คำพูดนั้นทำให้ที่หนึ่งชะงักงัน สมองของเขาว่างเปล่า ความตกใจทำให้เขาพูดไม่ออก
“อะไรของคุณ! บ้าไปแล้วเหรอวะ ปล่อย!”
ที่หนึ่งดิ้นสุดแรงเกิด พยายามจะแกะมือหนาที่รัดข้อมือเขาไว้แน่น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นขึ้น แรงบีบนั้นทำให้เขาเจ็บจนน้ำตาคลอ เซอร์เวย์ยังคงจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความเจ็บปวด
“ปล่อย…ปล่อยสิวะ!” ที่หนึ่งตะโกนเสียงดัง ทว่าความกลัวกลับเริ่มครอบงำ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนแปลกหน้าคนนี้ถึงเรียกเขาว่าเจ้าสาวเหมือนกับผีพวกนั้นไม่มีผิด ทว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นอย่างบอกไม่ถูก
เซอร์เวย์เงียบไปครู่หนึ่ง มือหนาค่อย ๆ คลายแรงบีบ แต่ยังคงจับข้อมือที่หนึ่งเอาไว้ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งสลับกับคนตรงหน้า แปดร้อยกว่าปีแล้วที่เขาต้องเฝ้าตามหาเจ้าสาว แปดร้อยกว่าปีที่เขาต้องทนทุกข์ทรมาน มันใกล้สิ้นสุดลงแล้ว
เซอร์เวย์ดีใจจนแทบคลั่ง เสี้ยววินาทีนั้นสีหน้าเคร่งขรึมก่อนหน้าปรับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ใบหน้าหล่อประดับไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะยอมปล่อยคนเด็กกว่าให้หลุดออกจากพันธนาการของตน
“โทษที เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมากไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเสียงละมุน
เมื่อเป็นอิสระที่หนึ่งกลับพบว่าแรงบีบเมื่อครู่ที่ควรจะทำให้ข้อมือของเขาเกิดรอยแดง มันกลับไม่มีแม้แต่รอยหรือความเจ็บปวดหลงเหลือ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว มองหน้าคนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจ
ไอ้หน้าหล่อขี้เก๊กนี่เป็นใครกัน ถึงได้มาเรียกเขาแบบนั้น ...หรือว่าคนตรงหน้าจะเป็นวิญญาณเหมือนกับผีพวกนั้นที่ตามรังควานเขา
“นี่ใจเย็น ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะ” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเดาความคิดของเขาออกเลยโผ่งพูดออกมา
นี่มันน่าสงสัยกว่าเดิมอีกไม่ใช่เหรอ!?
“แล้วคุณจะเอาไง”
เซอร์เวย์ยิ้มบาง ๆ แววตาคมกริบเป็นประกายแพรวพราวราวกับดวงดาว “ค่าเสียหายเหรอ อืมเอาไงดีละ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประเมินเลยนะ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา” เขาพูดพลางทำท่าครุ่นคิด
ส่วนที่หนึ่งเขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมามากแล้ว ความอดทนเริ่มลดลงไปชั่วขณะ “แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมบอกแล้วไงว่าผมยอมรับผิด จะเอาเงินเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย”
ถึงที่หนึ่งจะกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ก็จริง แต่ยังไงเขาก็ผิดที่ขับออกมาชนรถอีกฝ่าย เพราะว่าเมื่อครู่เขาดันเอาแต่ใจลอยเรื่องแม่ลูกคู่นั้น
เซอร์เวย์ยกมือขึ้น “ใจเย็น ๆ ก่อนสิ ฉันไม่ได้ต้องการจะเอาเปรียบเธอสักหน่อย”
“แล้วจะใช้เวลานานแค่ไหน” เขาถามเสียงแข็งขึ้นเริ่มไม่พอใจกับการยืดเยื้อนี้
“อืมนั้นสินะ มันขึ้นอยู่กับความเสียหาย และความพร้อมของอู่บางทีอาจจะ…หนึ่งวัน สองวัน หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้” เซอร์เวย์ตอบ พลางยกมือขึ้นมาลูบปลายคาง ทำท่าคิดหนัก
“งั้นฉันขอเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของเธอไว้ได้ไหม เผื่อจะได้ติดต่อแจ้งผลการประเมินความเสียหายและนัดหมายชำระค่าเสียหายได้สะดวก” ดวงตาคมกริบนั้นจ้องมองที่หนึ่ง แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำให้ที่หนึ่งรู้สึกขนลุก
ที่หนึ่งลังเลแต่ก็ยอมให้เบอร์โทรศัพท์ เพราะคิดว่ามันเป็นขั้นตอนปกติ แต่ไม่ยอมให้ที่อยู่ไป ขืนไอ้หัวแดงนี่คิดจะตามไปกระเทือบเขาทำไงล่ะ รถแม่งก็ดูจะแพงพอสมควรด้วย ว่าแล้วก็เหลือบมองรถคู่กรณี
เชี้ย! รถยุโรปด้วย แบบนี้กูจะมีปัญญาที่ไหนมาจ่ายค่าเสียหายวะ ไม่ต้องขับแกร๊บไปจนแก่เหรอ!?
ทว่าหลังจากให้ข้อมูลไปแล้ว เซอร์เวย์ก็ยิ้มกว้าง
“แล้วฉันจะโทรหานะ”
ที่หนึ่งเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอะไร เขารู้สึกเหมือนถูกเซอร์เวย์เล่นงาน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ขณะที่นิ้วเรียวบางของเซอร์เวย์แตะหน้าจอมือถือ แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาไม่รีบร้อนแต่ก็ไม่ช้าเกินไป การรอคอยมานานหลายปี ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะทำอย่างประมาท นิ้วหัวแม่มือของเขาแตะปุ่มโทรออกเบา ๆ เสียงสัญญาณเรียกเข้าดังขึ้น สองสามครั้งก่อนที่ปลายสายจะรับ
“ฮัลโหลครับ”
“เบอร์เธอจริง ๆ ด้วยสินะ” เขาว่าพลางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่สำหรับที่หนึ่งแล้ว ไอ้หมอนี่ตั้งใจกวนประสาทกันชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ
“อะไรของคุณเนี่ย โทรมาทำไม”
“ก็เผื่อเธอคิดจะเบี้ยวฉันไง อ้อลืมบอกไปฉันชื่อเซอร์เวย์นะ แล้วเธอล่ะ”
ที่หนึ่งลอบกรอกตา ยืนห่างกันแค่นี้แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมวางสายโทรศัพท์ สงสัยจะรวยน่าดู
“ที่หนึ่ง” เขาแนะนำตัวเองออกไป
“อืมเหมาะกับเธอดี”
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ” ที่หนึ่งว่าแล้วเดินไปยกรถมอเตอร์ไซต์ที่นอนขวางถนนขึ้นมา ทว่ากลับมีมือของใครบางคนแทรกขึ้นมาช่วยเขา พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นเซอร์เวย์ที่กำลังยิ้มหวานส่งให้กัน อืมถือว่ายังพอมีน้ำใจอยู่บ้าง
“ขับรถดี ๆ นะ”
ที่หนึ่งมองชายหนุ่มที่กำลังโบกมือลาเขาตาแป๋ว ใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มแย้มนั้นดูตัดกับความเสียหายของรถตัวเองอย่างน่าประหลาด เซอร์เวย์ดูไม่โกรธ ไม่เสียใจ แถมยังดู…มีความสุขเสียด้วยซ้ำ
เอาล่ะที่หนึ่งฟันธงแล้วว่าไอ้หน้าหล่อนี้มันประสาทกลับไปแล้ว!
ทว่าสุดท้ายที่หนึ่งก็ต้องรีบขี่รถออกไป เพราะหลังจากนี้เขายิ่งต้องขยันเป็นสองเท่า เพราะนอกจากจะต้องทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดไปในแต่ละวันแล้วนั้นเขาก็ยังต้องหาเงินค่าชดใช้มาซ่อมรถอีก
...แม่งวันนี้เขาซวยจริง ๆ!
ด้านเซอร์เวย์เองก็ได้แต่ยกยิ้มไม่หุบ ราวกับคนเสียสติก็ว่าได้ “บ๊าย ๆ นะเจ้าสาวของข้า แล้วเจอกัน”
