บทที่ 8 ที่หนึ่งและผีในห้อง 4/1
ที่หนึ่งลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย แสงแดดจาง ๆ ส่องลอดม่านหน้าต่าง ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกรถบรรทุกทับมา ผลจากการวิ่งรถส่งอาหารทั้งคืน เขาแทบไม่ได้หลับได้นอน ด้วยความง่วงงุน เขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เดินโซเซเข้าห้องน้ำ มือยังคงลูบตาปริบ ๆ
เสียงน้ำไหลจากก๊อกน้ำช่วยให้เขาตื่นขึ้นมาบ้าง เขาหยิบแปรงสีฟันขึ้นมา บีบยาสีฟันลงไปแล้วเริ่มแปรงฟัน
ทว่าภาพสะท้อนในกระจก…ไม่ใช่ใบหน้าโทรม ๆ เหนื่อยล้าของเขา แต่เป็นใบหน้าของหญิงสาว ผมยาวสีดำสนิท ดวงตาขาวโพลนจ้องมองมาที่เขา ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบาง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว
ที่หนึ่งไม่สะทกสะท้าน เขายังคงแปรงฟันต่อไป ทำเป็นมองไม่เห็น ทว่าหญิงสาวในกระจกพยายามดึงดูดความสนใจ ดวงตาของหล่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไม่นานก็มีโลหิตไหลย้อยออกมา กระทั่งปากยังค่อย ๆ ฉีกยิ้มออกกว้างจนเห็นฟันเกือบจะครบทั้งสามสิบสองซี่
แต่เป้าหมายของเธอกับเอาแต่เมินเฉย หญิงสาวในกระจกเริ่มโมโห ใบหน้าบิดเบี้ยว มือขาวซีดค่อย ๆ โผล่ออกมาจากกระจกหมายจะบีบคอชายตรงหน้า ทว่าที่หนึ่งกลับก้มหน้าลงบ้วนปาก ทำให้เธอหวืดไปชั่วขณะ เสร็จแล้วเขาก็เดินไปยังชักโครกเตรียมจะทำธุระส่วนตัว
ทันใดนั้น หญิงสาวในกระจกก็ปรากฏตัวขึ้น นั่งขวางอยู่บนชักโครก ใบหน้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม ดวงตาสีเลือดจ้องเขม็ง
‘เวรเอ้ย! สบตาจนได้สินะ’ ที่หนึ่งสบถอยู่ภายในใจเขาเหลือบมองหญิงสาว แล้วถอนหายใจ เขามีความสามารถเห็นผีมาตั้งแต่จำความได้
และอย่างที่บอกเขาได้เช่าห้องนี้ในราคาถูกแสนถูก พี่เจ้าของลดราคาให้เขาตั้งแปดสิบเปอร์เซ็นแน่ะ แต่ก็นั้นแหละห้องที่คอนโดถูกแบบนี้ก็ย่อมจะมีของแถมเสมอ
“นายเห็นฉันจริง ๆ สินะ” เธอว่าพลางเอียงหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้า
“อืม” ที่หนึ่งพึมพำแล้วเริ่มถอดกางเกง เตรียมจะทำธุระส่วนตัว โดยที่ไม่คิดจะสนใจผีสาวตรงหน้าเลยสักนิด ดูสิว่าระหว่างเธอกับเขาใครมันจะหน้าหนาได้มากกว่ากัน
“ว้าย! นี่นายเอาจริงเหรอ” ผีสาวโวยวายยกมือขึ้นปิดตาของตัวเองเอาไว้แทบไม่ทัน หล่อนไม่คิดเลยว่าผู้เช่าใหม่รายนี้จะหน้าด้านไร้ยางอายได้ขนาดนี้
“แล้วคิดว่ากูล้อเล่นหรือไง หลบดิ๊หรืออยากดูค*ยกูอีผีลามก!”
“หยาบคาย! ฉันเป็นผู้หญิงนะ นายทำแบบนี้ได้ไง!”
ที่หนึ่งไม่คิดจะตอบ เขายังคงทำเป็นไม่สนใจหล่อน จนผีสาวจำต้องหลบทางให้ รอจนชายหนุ่มทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อนหล่อนจึงได้เปิดเปลือกตาขึ้นมอง
ผีสาวเห็นท่าทีเฉยเมยของที่หนึ่งแล้วก็ยิ่งแค้นเคือง หล่อนลอยตามเขาไปทั่วห้องน้ำ ตั้งใจว่าจะต้องทำให้เขากลัวให้ได้ หล่อนรวบรวมพลังงานด้านลบทั้งหมดที่มี ทำให้ห้องน้ำมืดมิดลง อุณหภูมิลดลงจนหนาวจับขั้วหัวใจ กระจกกลายเป็นภาพใบหน้าเน่าเฟะของหล่อน ดวงตาสองข้างกลายเป็นสายโลหิต
ที่หนึ่งรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจ เขาเดินไปเปิดประตูห้องน้ำทว่ามันกลับล็อคเอาไว้แน่นหนา พยายามแกะเท่าไรก็แกะไม่ออก จนเขาต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ หันหลังกลับไปเตรียมจะเจรจาให้หล่อนเปิดประตูให้
ทว่า...
“กรี๊ดดดดดดด!!!” ผีสาวแผดเสียงกรีดร้อง พร้อมกับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา ห่างกันไม่ถึงคืบ ใบหน้าของหล่อนน่าเกลียดน่ากลัว เนื้อหนังหลุดลุ่ย ดวงตาเบิกโพลง เลือดไหลออกจากปาก
แต่ที่หนึ่งกลับสะดุ้งเพียงเล็กน้อย เขามองผีสาวด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“อะไรของมึงอีกวะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แก...แกไม่กลัวฉันเหรอ!” ผีสาวถามอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“กลัวทำไมก็แค่ผี น่ารำคาญมากกว่า” ที่หนึ่งพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนู
ผีสาวถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าคำพูดของเขาจะทำร้ายจิตใจได้รุนแรงขนาดนี้ หล่อนโกรธจนตัวสั่น พุ่งเข้าหาที่หนึ่งหมายจะทำร้าย
แต่ที่หนึ่งกลับเร็วกว่า เขาเอี้ยวตัวหลบ แล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของผีสาวอย่างจัง
ผัวะ!
เสียงหมัดกระทบเนื้อดังสนั่น จนผีสาวกระเด็นไปกองอยู่กับพื้น
“โอ๊ย! หน้าฉัน” หล่อนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเขาจะมีพลังมากมายขนาดนี้
“รำคาญโว้ย!” ที่หนึ่งตะโกนลั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโมโห
“จะอะไรนักหนา กูเช่าห้องนี้ มันก็เป็นห้องของกูแล้ว ไม่ใช่ห้องมึง เลิกยุ่งกับกูสักที! ถ้าอยากอยู่ด้วยก็ช่วยกันหารค่าเช่ามาโว้ย ไม่ใช่มาหลอกกันแบบนี้ มันน่ารำคาญเข้าใจไหม!”
“กูทำงานหนักมาทั้งคืน มึงจะมาหลอกหลอนกูทำไมหนักหนาวะ ไปให้พ้น ๆ อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก! เดี๋ยวก็แช่งไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเสียหรอก!”
“ฮือ ๆ ๆ ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้” ผีสาวร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม หลังจากโดนด่าชุดใหญ่
“ก็บอกว่ารำคาญไง เลิกงี่เง่าได้แล้ว ไปไกล ๆ เลยนะ ไป๊!” ที่หนึ่งพูดจบก็คว้าผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า แล้วเดินออกจากห้องน้ำไป ทิ้งให้ผีสาวนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ด้วยความเจ็บปวด ทั้งร่างกายและจิตใจ
