บทที่ 2 เพลิงอาวรณ์
เพลิงอาวรณ์
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของไนต์คลับหรูใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟสลัวสีอำพันฉาบทับเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงให้ดูลึกลับและน่าเกรงขาม ผนังกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล
แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงเสียดฟ้าดูคล้ายกับอัญมณีที่โปรยปรายอยู่บนพื้นกำมะหยี่สีดำ แต่สำหรับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง แสงสีเหล่านั้นเป็นเพียงฉากหลังที่น่าเบื่อหน่ายและไร้ชีวิตชีวา
เพลิงนั่งเอนหลังอยู่ในความมืดสลัว นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวจดจ้องไปยังจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพบรรยากาศภายในคลับของเขา มือหนาที่ประดับด้วยแหวนเงินหัวกะโหลกอันเป็นเอกลักษณ์หมุนแก้วคริสตัลบรรจุวิสกี้ชั้นดีช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของยาสูบจางๆ อวลอยู่ในอากาศ เสริมให้บุคลิกที่ดูอันตรายของเขายิ่งเด่นชัด เขาคือชายหนุ่มลึกลับผู้ทรงอิทธิพลที่สร้างตัวขึ้นมาจากธุรกิจสีเทา จนกลายเป็นที่ครหาและหวาดเกรงในวงสังคม
สำหรับคนภายนอกเขาคือเจ้าของไนต์คลับสายดาร์กผู้มีอำนาจล้นมือที่ใครก็ไม่กล้าต่อกร แต่สำหรับเพลิง ชีวิตที่รายล้อมด้วยความสะดวกสบายและผู้หญิงที่พร้อมจะถวายตัวให้เขาเพียงแค่กระดิกนิ้วมันช่างจืดชืด เขาชินกับการถูกเข้าหาเพื่อผลประโยชน์จนเลิกศรัทธาในสิ่งที่เรียกว่าความรักไปนานแล้ว
“บอสครับ พวกกลุ่มโวยวายข้างล่างจัดการเรียบร้อยแล้วครับ” เสียงมือขวาคนสนิทรายงานขณะก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม
“อืมอย่าให้พวกขยะพวกนั้นมาทำให้แขก VIP ของฉันเสียบรรยากาศอีก”
เพลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ เขาไม่จำเป็นต้องตะคอกหรือแสดงกิริยาเกรี้ยวกราด แต่รังสีคุกคามบางอย่างที่แผ่ออกมาก็เพียงพอจะทำให้คนฟังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ
เขาคือไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางทาง หากใครกล้าล้ำเส้นที่เขาขีดไว้ บทเรียนที่ได้รับมักจะจบลงด้วยความพินาศเสมอ
ไม่นานนักประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของกลุ่มเพื่อนสนิทที่เป็นลูกหลานตระกูลดังและหุ้นส่วนในบางธุรกิจ
“ไอ้เพลิง! มัวแต่หมกตัวอยู่ในห้องทำงานอยู่ได้ ลงไปดูข้างล่างหน่อยไหม คืนนี้มีของดีมาเยือนคลับมึงนะเว้ย” หนึ่งในเพื่อนซี้เอ่ยชวนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เพลิงพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ อย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตาคมไม่ได้ละไปจากภาพกราฟิกบนหน้าจอ
“ของดีที่มึงว่าก็คงเหมือนๆ เดิม สุดท้ายก็แค่ต้องการเงินหรือไม่ก็อำนาจของฉัน”
“คนนี้มึงพลาดไม่ได้จริงๆ ว่ะมึงรู้จักพิชชี่นางแบบตัวท็อปไหม ที่เขาว่ากันว่าสวยดุและปราบยากที่สุดในวงการ” เพื่อนอีกคนเสริมพลางเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือให้ดู
เพลิงปรายตามองรูปหญิงสาวในชุดเดรสสีเงินเมทัลลิกบนรันเวย์เพียงครู่เดียว นัยน์ตาคมกริบฉายแวววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปี่ยมด้วยจริตยั่วยวนและแววตาท้าทายของเธอสะดุดใจเขาอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกเหมือนนักล่าที่เพิ่งค้นพบเหยื่อที่มีชีวิตชีวาพอที่จะให้เขาลงมือไล่ตาม
“พิชชี่งั้นเหรอก็แค่ผู้หญิงที่รู้จักใช้เสน่ห์ล่อลวงผู้ชายโง่ๆ เท่านั้นแหละ”
“ปากแข็งไปเถอะมึง งั้นเรามาพนันกันหน่อยไหม” เพื่อนตัวแสบเริ่มวางเบ็ดเดิมพันครั้งใหญ่
“ถ้ามึงทำให้พิชชี่บอกรักหรือยอมขอคบกับมึงจริงจังได้ภายในสามเดือน รถสปอร์ต ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มึงเล็งไว้น่ะ กูยกให้เลย”
เพลิงหยุดหมุนแก้วเหล้าในมือ นัยน์ตาจ้องเขม็งไปยังเพื่อนที่กล้าลองดี เดิมพันนี้ไม่ใช่เรื่องของมูลค่าทรัพย์สิน แต่มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีและความท้าทายที่เสือร้ายอย่างเขาไม่เคยยอมแพ้ใคร
“แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ”
“หุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ในคลับนี้มึงต้องแบ่งให้พวกกู”
ความเงียบปกคลุมห้องชั่วขณะ เพลิงกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก ความเบื่อหน่ายที่สะสมมานานถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะ เขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่เขาเอาไม่อยู่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ดูมีความมั่นใจล้นเหลืออย่างพิชชี่
“ตกลงเตรียมเซ็นเอกสารยกรถให้ฉันได้เลย เพราะคืนนี้ฉันจะเริ่มล่าเหยื่อที่มึงว่าเอง”
เพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีดำสนิทให้เข้าที่ก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานมุ่งหน้าสู่โซน VVIP ท่ามกลางเสียงดนตรีบีทหนักหน่วงที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เขาเดินผ่านฝูงชนด้วยท่วงท่าที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์จนทุกสายตาต้องเหลียวมอง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า อีกฟากหนึ่งของคลับ นางแมวป่ารันเวย์อย่างพิชชี่ก็กำลังรอที่จะขย้ำเขาอยู่เช่นกัน
