บทที่ 6 สิทธิ์ของเจ้าหนี้
“นายคิดว่าตอนที่พี่จ่ายเงินค่าเทอมให้นายพี่จะได้ขอดูข้อมูลของนายก่อนเหรอ”
“พี่พูดจริงเหรอ” ไทธัชตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะรู้ข้อมูลของตนเอง
“จะโกหกนายทำไม บอกมาว่าอยู่ที่ไหนจะไปรับ”
“ไม่ต้องมารับหรอกพี่จะให้ไปหาที่ไหนผมไปเองได้”
“ได้แน่นะ ถ้าภายใน 45 นาทีนายไม่มาพี่จะไปหาแม่กับยายของนายที่บ้าน”
“ผมบอกว่าจะไปก็ต้องไปสิ พี่แชร์โลเคชั่นมาสิ”
พอวางสายจากอคิราห์แล้วไทธัชก็หน้าเปลี่ยนสี เขาไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเพื่อนยังว่าวันนี้เขาคงไปทำงานไม่ได้แล้ว
“มีไรวะไท หน้ามึงเครียดมาก”
“กูมีธุระด่วน”
“แล้วเรื่องงานล่ะจะให้กูบอกพี่ว่าไง”
“บอกว่ากูขอโทษ กูไม่ทำแล้ว”
“มึงหมายความว่ายังไง”
“เจ้าหนี้กูโทรมา เขาบอกจะช่วยหางานให้”
“มึงหมายถึงพี่ชายไอคิวเหรอ”
“อือ กูไปก่อนนะ พอดีเขารีบ แล้วกูจะโทรหา อย่าลืมบอกพี่มึงนะว่ากูขอโทษ”
ไทธัชรีบวิ่งไปยังป้ายรถเมล์ เขาไม่อยากช้าสักวินาทีเพราะกลัวว่าชายคนนั้นจะทำอย่างที่พูดจริงๆ
ลงจากรถเมล์แล้วเดินต่ออีกนิดก็ถึงคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ไทธัชไม่กล้าเดินเข้าไปเพราะกลัวจะถูกยามที่อยู่ด้านหน้าไล่ออกมา
เด็กหนุ่มโทรไปบอกอคิราห์ว่าตอนนี้เขามาถึงแล้วและรออยู่ด้านหน้าคอนโดแล้ว
“เข้ามานั่งรอด้านใน เดี๋ยวจะลงไปรับ” เพราะไทธัชไม่มีคีย์การ์ดเขาจึงขึ้นมาชั้นบนไม่ได้
ระหว่างรออีกคนลงมารับเด็กหนุ่มก็ใช้สายตาสำรวจไปทั่ว คอนโดแห่งนี้ราคาคงแพงเอาเรื่อง สังเกตจากคนที่เดินเข้าออกล้วนแต่งตัวดูดี ใช้แต่ของแบรนด์เนมกันทั้งนั้น มองคนอื่นแล้วก็ก้มมองตัวเอง กางเกงยีนสีซีดกับเสื้อยืดสีเทารองเท้าผ้าใบเก่า ๆ เทียบไม่ได้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยสักนิด แต่มันก็ไม่แปลกเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเขา ถ้าคนพวกนี้ลองไปเดินในตลาดสิรับรองได้เลยว่าพวกเขาจะเป็นตัวประหลาดเพราะแต่งตัวดูดีเกินไป
คิดแบบนั้นแล้วก็ต้องยิ้ม เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่คนรวยๆ เหล่านี้จะไปเดินตลาดสดให้ชุดและรองเท้าแพงๆ ของพวกเขาต้องเปรอะเปื้อน
อคิราห์วางสายจากเด็กหนุ่มแล้วก็รีบลงมาหาที่ชั้นล่างของคอนโด
“สวัสดีครับ”
“มาเร็วดีนี่ยังไม่ถึง 45 นาทีเลยนะ” เขาหัวเราะ ส่วนอีกคนก็หน้าบึ้งเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกบังคับ
“พี่เรียกผมมาทำไม ผมกำลังจะไปเริ่มงานวันแรกเลยนะ”
“นายจะไปเป็นเด็กเสิร์ฟอย่างเดียวจริงเหรอ” เขาถามด้วยความสงสัยเพราะรู้ดีว่าบาร์ที่เด็กหนุ่มจะไปทำงานนั้นเป็นบาร์ลักษณะไหน
“จริงสิ พี่ถามอะไรแปลกๆ”
“ก่อนไปทำงานนายไม่เคยไปที่นั่นใช่ไหม”
“ใช่ ผมไม่เคยไปแต่พี่ชายเพื่อนผมเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่นั่น เขาไว้ใจได้”
“ขึ้นไปคุยกันบนห้องก่อน มีอะไรจะให้ดู”
“ผมไว้ใจพี่ได้เหรอครับ ถ้าพี่พาผมขึ้นไปบนห้องแล้วฆ่าหั่นศพผมขึ้นมาล่ะ”
“พี่ฆ่านายแล้วพี่จะได้อะไร”
“ไม่รู้สิ บางทีพี่อาจเป็นพวกฆาตกรโรคจิตก็ได้”
“จะมีฆาตกรที่ไหนหน้าตาดีแบบนี้ อย่าเรื่องมากตามขึ้นมาถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งไปมากกว่านี้” ไทธัชเดินตามหลังเขาเข้าไปในลิฟต์อย่างงงๆ
.....
ห้องพักของอคิราห์ดูหรูหราในแบบที่ไทธัชไม่เคยเห็นมาก่อน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูมีราคา ขนาดห้องกว้างกว่าบ้านเขาทั้งหลังเสียด้วยซ้ำ แต่เจ้าของห้องคงไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่เพราะห้องที่ดูหรูหรานั้นมันรกกว่าห้องนอนของเขาหลายเท่าเลยทีเดียว
“นั่งสิจะได้คุยกัน” เจ้าของห้องนั่งลงบนโซฟาสีดำตัวโตกลางห้องด้วยท่าทางสบาย ๆ
ไทธัชนั่งตามเขาลงไป แต่เว้นระยะห่างพอสมควร
“พี่บอกจะมีอะไรให้ผมดู”
อคิราห์หยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาจากนั้นเสิร์ซเพจของทางร้านก่อนจะส่งให้ไทธัชดู
สีหน้าของไทธัชดูประหลาดใจกับสิ่งที่ได้รับรู้อยู่ไม่น้อย พี่ชายของแทนคุณไม่ได้บอกว่าร้านที่เข้าจะไปทำงานนั้นเป็นบาร์เกย์และตอนนี้ก็กำลังเปิดรับสมัครเด็กหนุ่มเพื่อมาบริการลูกค้า
“แต่ผมไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟนะครับ”
“พอเข้าไปในร้านแล้วนายคิดว่าเลือกได้เหรอว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร หน้าตาดีอย่างนายคงเรียกแขกได้มาก” เขาพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“พี่เขาคงไม่โกหกหรอกมั้ง ผมเป็นเพื่อนน้องชายเขาเลยนะ”
“นายมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วนะ เขามีน้องชายแล้วเขาให้น้องชายไปทำงานกับนายด้วยไหมล่ะ”
เด็กหนุ่มนิ่ง มันน่าสงสัยอยู่เหมือนกันเพราะพี่ชายของแทนคุณไม่ยอมให้น้องชายไปทำงานกับเขาด้วย
“อยากหางานทำมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ครับ ผมมีความจำเป็นต้องใช้เงินไหนจะใช้หนี้พี่ไหนจะต้องหาไปจ่ายเจ๊จิต”
“ไม่ต้องใช้หนี้พี่หรอก”
“ผมไม่อยากได้เงินใครฟรี ผมไม่ใช่ขอทานนะ”
“ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เงินที่ช่วยมันไม่ได้มากมายอะไร ถ้าอยากตอบแทนจริง ๆ ก็แค่ตั้งใจเรียนแล้วอย่าคิดสั้นอีกก็พอ”
“ผมรู้ว่าพี่รวย แต่ผมก็อยากใช้หนี้ หรือพี่มีงานให้ผมทำไหมล่ะ”
“เดี๋ยวจะลองถามร้านกาแฟหน้าโรงพยาบาลให้ไม่รู้ว่าเขารับพนักงานพาร์ทไทม์ไหม”
“พี่บอกชื่อร้านมาเดี๋ยวผมไปสมัครเองก็ได้” ไทธัชไม่อยากรบกวนเขามากจนเกินไป
“เดี๋ยวพรุ่งนี้จะโทรบอก ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า”
“ถ้าได้งาน ได้เงินแล้วผมจะเอาคืนพี่”
“พี่ว่าเอาไปจ่ายเจ๊ในตลาดก่อนไหม ค้างเขาไว้เท่าไหร่ล่ะ”
“ค้างไว้ 9000 ครับ ผมยังไม่ได้คุยกับเจ๊เลยไม่รู้แกจะยอมให้ผ่อนจ่ายไหม” เด็กหนุ่มกังวลเรื่องนี้อยู่มากเพราะถ้าเจ๊แกไม่ยอมขึ้นมาแล้วไปทวงเงินกับแม่ความต้องแตกแน่ ๆ
“พี่จะใช้หนี้ให้นายทั้งหมด แต่นายต้องตั้งใจเรียนและห้ามไปทำงานที่บาร์นั้นอย่างเด็ดขาด”
