บทที่ 11 ซื่อบื้อสมฉายา
พรึ่บ!
"นะ... นายจะทำอะไร!"
ทอฝันรีบขยับถอยหนีทันทีด้วยความตกใจหลังจากสติกลับมาตามเดิม ดวงตากลมจ้องมองคนตัวโตด้วยความไม่ไว้ใจในขณะที่เสียงหัวใจกำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
ร่างสูงหยัดกายขึ้นเต็มความสูงหันมองหน้าเจ้าของห้องเพียงนิดแล้วคว้าเสื้อหนังของตัวเองที่ถูกถอดวางไว้บนโซฟาข้างกายขึ้นมาถือไว้ก่อนจะเดินตรงออกจากห้องมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทำคนมองได้แต่ส่งสายตางุนงงสงสัยตามหลังแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
เธอเผลอผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวจังหวะการเต้นของหัวใจก็ยังคงรัวเร็วเช่นเดียวกับมือเล็กที่เย็นเฉียบเปียกชื้นไปด้วย
อีกด้านหนึ่ง...
"เป็นบ้าอะไรวะกูเป็นโรคจิตหรือไงเนี่ย"
เสียงบ่นกับตัวเองดังมาตลอดทางหลังจากออกจากห้องของรุ่นพี่สาวตัวเล็กมาแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองทำไปเพราะอะไรในตอนที่โน้มลงไปเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ น่าอายชิบหาย!
พระนายยกมือขึ้นยีผมตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติ ต้องเป็นเพราะเหล้าที่เขาดื่มไปก่อนหน้านี้แน่ๆ ถึงทำให้เขาไม่มีสติทำอะไรแบบนั้นลงไป ความรู้สึกไม่เป็นตัวเองแบบนี้มันต้องเป็นเพราะน้ำเมาแน่ๆ เลย
ร่างสูงเดินออกจากตึกคอนโดที่พักออกมาแล้วยืนสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ หวังให้อากาศยามตีหนึ่งกว่าๆ ช่วยให้ความร้อนในอกมันทุเลาลง ก่อนที่จะเดินกลับไปตามทางเดิมเพื่อกลับไปพักผ่อนเช่นกัน
.
.
ทอฝันวิ่งเข้ามาใต้ตึกคณะด้วยความเร่งรีบ เพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะหลับได้ก็เล่นเอาเกือบเช้าไปแล้ววันนี้เลยตื่นสายไปหน่อย ร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวปล่อยชายเสื้อนักศึกษาออกนอกแต่งตัวไม่เรียบร้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เหลือเค้าเดิมปกติทุกวัน ใบหน้ามีเพียงการทาครีมบำรุงและแป้งฝุ่นพร้อมด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนเพียงเท่านั้น
"พลอยแฮ่ก!"
เสียงหวานเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่โต๊ะหินอ่อนหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งมา ใบหน้าหวานมีเม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามกรอบหน้าจนมันวาว
"แกวิ่งหนีไรมาเนี่ยหอบจนฉันคิดว่ามีงูเห่ามาอยู่ข้างๆ ซะอีก"
"กะ.. แก แฮ่ก! แกไม่ขึ้นห้องหรือไงจะได้เวลาแล้วนะ"
"ไม่ได้ดูไลน์กลุ่มหรือไงสภาพถึงเป็นแบบนี้ได้"
"ห๊ะ? ไลน์กลุ่มอะไรฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
"ยัยบื้อเอ้ยแกนี่จริงๆ เลย วันๆ ทำอะไรอยู่เนี่ยอย่าบอกนะว่าแกยังไม่กดเข้ากลุ่มที่ฉันดึงเข้าอีกอ่ะ"
"ยังเลยแล้วแกดึงฉันเมื่อไหร่อ่ะ"
"ยัยบื้อ! แกนี่บื้อสมฉายาเลยจริงๆ"
"...."
คนตัวเล็กปั้นหน้าบึ้งแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ปลดกระเป๋าผ้าในมือวางลงบนโต๊ะควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมากดเข้าแอพไลน์ทันทีเพื่อดูว่าเป็นตามที่เพื่อนพูดมาหรือเปล่า
เธอมักจะยุ่งอยู่กับอะไรหลายๆ อย่างจนไม่ได้จับมือถือเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ และเพราะไม่อยากจะกดเข้าไปดูรูปหรือความทรงจำเก่าๆ ที่มันจบไปแล้วด้วยแหละเลยไม่อยากจับมันเท่าไหร่หากว่าไม่ใช่การโทรหาใคร
"ฉันเข้าแล้วไม่เห็นมีไรเลย"
"แกเพิ่งเข้าใหม่ก็ต้องรอให้มีใครส่งข้อความเข้ามาก่อนถึงจะเห็นได้ ส่วนข้อความเก่าแกจะไม่เห็นอีก"
"ไม่เห็นที่อาจารย์แจ้งมาเลย"
"ยัยฝัน! ยัยบื้อ!"
"แกจะตะคอกทำไมเนี่ยพูดดีดีก็ได้ไหม"
"พูดดีแล้วแกได้ยินไหมล่ะ ฉันเพิ่งบอกไปว่าข้อความเก่ามันจะมองไม่เห็นแล้วดูที่แกถามสิฮื้อ... ทำไมซื่อบื้อแบบนี้เนี่ยเพื่อนฉัน"
"...."
ก็คนมันไม่ได้ยินจริงเพราะมัวแต่รีเฟรชหาข้อความที่อาจารย์ส่งมา ยังคิดว่าเน็ตตัวเองช้าหรือไม่ดีเสียอีกมันถึงไม่รีเฟรชสักทีที่ไหนได้ เฮ้อ....
ทอฝันเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอีกครั้งฉีกยิ้มกว้างให้คนหน้าปลงไม่จริงจังแล้วยกตัวขึ้นไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันสวมกอดออดอ้อนวางปลายคางลงบนแขนเพื่อนแล้วกระพริบตาปริบอย่างน่ารัก
"หยุดทำหน้าแบบนั้นกับฉันเลยเห็นแล้วขนลุก"
"งั้นแกก็บอกสิว่าอาจารย์แจ้งอะไรฉันไม่รู้จริงๆ อ่ะ"
"เฮ้อ.. อาจารย์เลื่อนเวลาเรียนเป็นสิบโมงเพราะมีธุระตอนเช้า"
"สรุปคือมีแต่ฉันที่รีบใช่ไหมเนี่ย คนอื่นชิลๆ ทำตัวปกติแต่ดูฉันสิ" ดวงตากลมก้มสำรวจตัวเองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง วันนี้เธอไม่เรียบร้อยจริงๆ
"แกไปจัดการแต่งตัวใหม่ก่อนไป เห็นแล้วอายแทนเลยอ่ะ"
"อือ งั้นไปห้องน้ำก่อนนะ"
"อ่าๆ"
ทอฝันดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้คว้าสายกระเป๋าขึ้นคล้องบ่าแล้วเดินตรงมาทางห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองก่อน เอาจริงเธอก็รู้สึกอายสภาพตัวเองเหมือนกันนั่นแหละแต่ทำไงได้ก็เธอกลัวมาสายแล้วไม่ทันเช็คชื่อนี่นา
ดวงตากลมจ้องมองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้านหน้าแล้วปัดผมข้างแก้มออกด้านข้างจัดการรวบมัดเป็นหางม้าใช้ยางรัดผมบนข้อมือขึ้นรวบผมสวยไว้ มาจัดการกับการแต่งหน้าต่อด้วยการปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนๆ ให้พอดูมีสีสันมีเพียงคิ้วที่ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะมันสวยเป็นทรงดีอยู่แล้ว ด้วยเพราะขนคิ้วที่ดกและหนาด้วยแหละการแต่งหน้าถึงได้ย่นเวลาลงไปอีกมากเลย
ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกปล่อยลงมาอีกครั้ง ผมม้าสั้นถูกเจ้าของปัดจัดทรงเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับเงาตัวเองแล้วเดินออกจากห้องน้ำมา
