บทที่ 3 เหตุการณ์วันนั้น ๑๐๐%
"เฮ้ย! ทำไรวะ!"
มือเล็กยื่นเข้ามาใกล้เป้ากลางกายหนาในขณะที่ร่างกายก็ย่อตัวลงตามเช่นกัน ดวงตากลมเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋วแล้วเอียงคอเล็กน้อยในตอนที่สองขาแกร่งขยับถอยกรูดไปด้านหลังจนชิดกับโซฟาตัวยาว
พระนายกลืนน้ำลายลงคอส่งสายตาดุใส่คนตัวเล็กที่ก้าวเท้าเข้าหาแล้วทำหน้ามุ่ยไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก
"ทำอะไรเพื่อนฉันบอกมา แล้วตอนนี้เพื่อนฉันอยู่ไหน"
"เฮ้ย! พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะก็บอกว่าไม่รู้จักไงวะ"
"...."
"หยุดเดิน! ถ้ายังเดินมาอีกก้าวเดียวกูเตะแน่"
"...."
ทอฝันหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นใบหน้าดุเอาจริงทำเอาสองเท้าไม่กล้าขยับ กลืนน้ำลายลงคอแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับกัดกลีบปากล่างไปด้วย
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะเค้นคำตอบจากคนแปลกหน้าตรงหน้ายังไงดีให้เขายอมบอกว่าทำอะไรเพื่อนเธอเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในมือก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
ดวงตากลมกวาดสายตาอ่านตัวอักษรในหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างถี่ถ้วนทุกตัวอักษรแล้ววนกลับมาอ่านชื่อเจ้าของข้อความต่ออีกรอบจนแน่ใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาดมองชื่อผิดจริงๆ
อึก!
เสียงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ดึงความสนใจของคนตัวโตให้หรี่ตามองจับผิดคนตัวเล็ก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองสบตากันแล้วฉีกยิ้มกว้างเปลี่ยนสีหน้าจากหลังเท้าเป็นหน้ามือได้อย่างแนบเนียนก่อนจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ในมือเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับรู้สึกผิดจากใจมากจริงๆ
"ขอโทษนะคะพอดีว่าเพื่อนฉันส่งข้อความมาบอกว่าพิมพ์ชั้นผิด เธออยู่ชั้นเก้าแต่เลขเก้ากับเลขแปดมันอยู่ใกล้กันมากคุณก็เห็นใช่ไหมไม่แปลกเลยที่จะกดพิมพ์ ผิดเพราะฉะนั้นขอโทษนะคะที่กล่าวหาว่าคุณทำมิดีมิร้ายเพื่อนฉัน" เสียงหวานเอ่ยอธิบายในขณะที่สองมือก็ทำหน้าที่กดเปิดเข้าไปในมือถือเพื่อให้คนตรงหน้าได้เห็นไปด้วยว่าที่เธอพูดบอกมามันไม่ใช่ข้ออ้างแต่เป็นความผิดพลาดจริงๆ
"...."
"เออ... คุณถามว่าฉันเล่นพอหรือยังเมื่อกี้ฉันยังไม่ได้ตอบงั้นตอนนี้ฉันตอบเลยละกันค่ะ เล่นพอแล้วค่ะขอตัวนะคะ" ทอฝันโค้งตัวลงขอโทษอีกครั้งก่อนจะรีบหมุนตัวเดินตรงมายังหน้าประตูด้วยความรวดเร็ว สองเท้าสับเดินเร็วมากจนแทบพันกัน มือเล็กกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่นแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมออก
"เดี๋ยว!..."
"ฮือ... ฉันขอโทษฉันผิดไปแล้วยอมรับผิดเองคนเดียวทั้งหมดอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ"
อึก!
ตึกตึก ตึกตึก
เชี่ย! ไข่กู...
พระนายที่เดินมาคว้าแขนเรียวไว้ชะงักนิ่งไปทำตัวไม่ถูกเมื่อคนตัวเล็กกว่าคุกเข่าลงแล้วกอดขาตัวเองไว้แน่น แต่อะไรมันจะไม่ทำให้เขาหยุดนิ่งแบบนี้ได้เลยถ้า...หน้าเธอไม่แนบเข้ากับเป้าเขาแบบนี้
ลมหายใจร้อนที่ถูกพ่นออกมาจากปากเล็กๆ ที่พร่ำพูดอะไรก็ไม่รู้มากมายนั่นทำให้ร่างกายเขามันหยุดนิ่งไปหมด ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ไปชั่วขณะ เหงื่อเม็ดโตค่อยๆ ซึมออกมาตามขมับข้างแล้วไหลลงมาตามกรอบหน้าคมช้าๆ ยิ่งเธอซุกหน้าเข้าหาเท่าไหร่ท่อนเนื้อที่หลับใหลก็ยิ่งถูกกระตุ้นแล้วค่อยๆ ลุกตั้งชันชี้หน้าเจ้าของการกระทำมากขึ้นเท่านั้น
เชี่ยไหมล่ะ! นอกจากเวลาดูหนังโป๊แล้วยังไม่เคยมีอารมณ์แบบนี้กับผู้หญิงคนไหนหรือใครมาก่อนเลย เธอเป็นคนแรกที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ได้ จะเชื่อหรือเปล่าล่ะว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย แม้แต่จะสนใจผู้หญิงสักคนยังไม่เคยเลยชีวิตมีแต่บ้าน ครอบครัว เพื่อนแล้วก็เกม ไม่เคยมีคำว่าผู้หญิงเข้ามาอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ
"ทะ.. ทำไมเงียบไปล่ะ"
"ออกไป ห่างๆ ฉัน"
"...." ทอฝันแหงนหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงสั่นที่ฟังก็รู้ว่าพยายามห้ามตัวเองกับอะไรบางอย่างอยู่มาก เธอเอียงคอเล็กน้อยแล้วมองเขาอย่างครุ่นคิดในขณะที่สองมือยังคงกอดท่อนขาแกร่งไว้ใบหน้ายังอยู่ระดับเสมอกลางกายหนุ่มไม่ยอมห่าง
"ขยับไปดิวะ!"
"ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย พูดเบาๆ ก็ได้ไม่ได้หูหนวกสักหน่อย!" ร่างเล็กขยับลุกขึ้นพรวดพราดทำให้หน้าอกใต้ชุดที่ใส่เฉียดเข้ากับบางอย่างที่กำลังตื่นตัวลำพองความใหญ่โตขึ้นมา
"ออกไป" เค้นเสียงลอดไรฟันแล้วข่มตาหลับกลั้นหายใจไว้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกตเลยว่าเธอตัวหอมขนาดนี้ และกลิ่นกายเธอมันกำลังทำให้เขา... ข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่
"ออกไปอยู่แล้วน่า ว่าแต่คุณไม่ถือสาเอาความฉันใช่ไหม ปล่อยฉันไปจริงๆ ใช่ไหม"
"เออ! รีบไปดิวะไม่มีหูหรือไง"
"ดุจริงเลยคนอะไรไม่รู้"
เสียงหวานพึมพำเบาๆ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นหูของคนตัวสูงไปได้อยู่ดี
หลังจากเสียงประตูปิดลงแล้วพระนายก็ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เพราะได้กลั้นหายใจพยายามไม่สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ เลื่อนมือมากุมเป้าตัวเองที่เริ่มดุนดันเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นมาจนมันเริ่มเด่นชัดเจนมากขึ้น
"กูเป็นโรคจิตหรือเปล่าวะไม่เคยมีอารมณ์กับใครมาก่อนนอกจากหนังโป๊แต่กลับมามีอารมณ์กับคนบ้าเนี่ยนะ เป็นอะไรของกูวะเนี่ยซี๊ด... อ่าส์... อย่าให้เจออีกนะแม่งจะจับมาฟาดก้นแดงเลยคอยดู คนบ้าอะไรวะมาซุกหน้าดมเป้าคนอื่น"
