บทที่ 9 บทที่ 8 กลั่นแกล้ง
หญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดัง มือไม้สั่นไปหมดเพราะไม่คิดว่าคนที่เธอจะต้องทำงานด้วยคือพี่วินท์ ตอนแรกเธอคิดว่าเขาเป็นคุณหมอของโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นท่านรองประธานโรงพยาบาล ทำไมโลกถึงกลมขนาดนี้ก็ไม่รู้
"แหะ... สวัสดีค่ะท่านรอง"
"มานั่งลงสิ ส่วนพี่พิ้งกี้ออกไปทำงานเถอะเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง"
"ได้ค่ะ"
พิ้งกี้คงตัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับน้องลิษา
"คุยกับท่านรองไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ทำงานอยู่ข้างนอก แล้วเดี๋ยวพี่จะเตรียมงานให้ทำด้วย"
"ขอบคุณค่ะพี่พิ้งกี้"
เธอยิ้มแห้งก่อนจะมองตามเลขาของท่านรองประธานไปจนลับสายตา และเมื่อเธอเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเรียบร้อย หญิงสาวก็หันกลับมามองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้เขายิ้มมุมปากออกมาเหมือนตัวร้ายในละครทีวี ลิษารู้สึกได้คิดถึงแรงอาฆาตจากเขา ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่เธอมาฝึกงานโรงพยาบาลนี้ ซวยชะมัดที่ได้มาเจอกับเขาอีกครั้ง
"สวัสดีค่ะท่านรอง ขออนุญาตนั่งนะคะ"
เธอเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานของเขาก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็เลยออกมาเสียงเรียบ
"รู้หรือเปล่าว่าหน้าที่ของผู้ช่วยเลขาต้องทำอะไรบ้าง"
เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารงานขึ้นมาอ่าน เธอได้ยินแบบนั้นก็ส่งยิ้มไปให้เขาก่อนจะตอบกลับไป
"ทำทุกอย่างที่เลขาควรทำค่ะ รายละเอียดอาจจะไม่รู้มากนัก แต่ว่าลิษาจะพยายามเรียนรู้จากพี่พิ้งกี้ให้มากที่สุดค่ะ"
"งั้นเหรอ... ท่านประธานบอกว่าเหตุผลที่เลือกให้มาฝึกงานเพราะว่าเป็นเด็กเรียนเก่งคะแนนลุ้นเกียรตินิยมอันดับ 1 แถมจะพูดได้หลายภาษาด้วยเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า"
"ใช่ค่ะ ลิษาสามารถพูดได้ 4 ภาษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แล้วก็ภาษาเยอรมันค่ะ"
เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ตั้งแต่เด็กเป็นคนที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาโดยตลอด ภาษาไทยภาษาอังกฤษและภาษาจีนเธอพูดได้คล่องแคล่ว เนื่องจากว่าคุณพ่อกับคุณแม่ส่งเรียนอินเตอร์ตั้งแต่เด็ก ส่วนภาษาเยอรมันเธอพูดได้เพราะลูกพี่ลูกน้องมีแฟนเป็นชาวเยอรมัน และช่วงเด็กเธอสนิทสนมกับพวกเขาจึงทำให้เรียนรู้ภาษามาได้สามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่ว
"อยู่ด้วยกันมาไม่เคยรู้เลยนะว่าเก่งขนาดนี้"
และเมื่อเขาพูดแบบนั้นหญิงสาวถึงกับสะอึกไป เธอเองไม่คิดว่าเขาจะรื้อฟื้นถึงอดีตที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันมีความสุขมาก แต่มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ในตอนนี้ต่างคนต่างใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ควรค่าแก่การพูดถึงอีก
"ลิิษาก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็แค่มีประสบการณ์บ้างถึงพูดได้ ว่าแต่ท่านรองมีอะไรจะแนะนำหรือเปล่าคะ"
"ก็ไม่มีนี่"
เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเซ็นเอกสารตรงหน้าต่อ ซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะเขาไม่อนุญาตให้เธอออกไป แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ เธอนั่งอยู่ตรงนั้นนานพอสมควรจนอึดอัด จึงทำลายความเงียบนั้นลงก่อน
"ถ้าเกิดว่าท่านรองไม่ได้มีอะไรแล้ว ลิษาขอออกไปทำงานข้างนอกก่อนนะคะ"
"ว่างมากก็ไปชงกาแฟมาหน่อยสิ"
เขาเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน
"ได้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าท่านรองชอบรสชาติแบบไหนคะ ลิษาจะได้ชงรสชาติให้ถูก"
เขาเลยหน้าขึ้นมองสบตากับหญิงสาวก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์
"เดาเอาสิ ฉลาดไม่ใช่หรือไง"
"ห๊ะ...! ดะ...เดาเอาเหรอ"
เธออ้าปากค้างอย่างอึ้งไป เรื่องงานเธอพอคาดเดาได้ แต่ถ้าเป็นความชอบของคนปกติใครจะสามารถเดาได้ล่ะถ้าเจ้าตัวไม่บอกเอง
"อือ ไปสิชงกาแฟมา"
"ค่ะ"
เธอพยักหน้าเล็กน้อยอย่างจำใจก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของท่านรองประธาน และเมื่อเปิดประตูออกมาเจอกับพี่พิ้งกี้ หญิงสาวก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยกว่าจะเดินเข้าไปหาทันที
"พี่พิ้งกี้คะปกติท่านรองประธานชอบกาแฟรสชาติไหนคะ พอดีว่าท่านรองอยากจะดื่มกาแฟ แต่หนูไม่รู้ว่าท่านรองชอบรสชาติไหน"
"ปกติท่านรองกินอเมร้อนแบบไม่ใส่อะไรเลย"
"อ่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูไปชงกาแฟก่อนนะคะ ไม่รู้ว่าต้องไปชงตรงไหน"
พิ้งกี้ชี้นิ้วไปยังห้องที่อยู่ข้างห้องประชุมฝั่งขวามือ ซึ่งเป็นห้องสำหรับเตรียมของว่าง จะมีเคาน์เตอร์ชงกาแฟแล้วก็เบเกอรี่หลายอย่างวางเรียงรายอยู่
"ตรงขวามือจะมีห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างห้องประชุม ห้องนั้นจะเป็นห้องสำหรับเตรียมของว่าง น้องลิษาไปชงตรงห้องนั้นได้เลย"
"โอเคค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ"
เธอส่งยิ้มไปให้อีกครั้งก่อนจะรีบเดินตรงไปยังห้องเตรียมของว่างข้างห้องประชุมทันที และเมื่อเธอเดินเข้ามาถึงก็ร้องว้าวออกมาด้วยความตื่นเต้น เหมือนร้านกาแฟมากจนน่าตกใจ นี่แหละนะบริษัทของคนรวย มักจะทำอะไรให้คนธรรมดาตื่นเต้นเสมอ
"ว้าว...! หรูหราเกินไปแล้ว"
เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยก็จะเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ชงกาแฟ หยิบเมล็ดกาแฟแบรนด์ดังขึ้นมาจากนั้นก็ทำการชงตามสูตรข้างกล่อง ที่นี่มีเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ แล้วก็มีเครื่องสกัดกาแฟสด แต่ว่าเธอใช้ไม่ค่อยเป็นก็เลยหันมาใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแทน
หลังจากที่เธอชงตามสูตรเรียบร้อย ก็ถือแก้วกาแฟร้อน ๆ เดินออกมาจากห้องนั้น เดินมาถึงหน้าห้องท่านรองประธานบริษัท ก็ทำการเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปข้างใน
ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตเข้าไปค่ะ"
"เข้ามาสิ"
เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านรองประธาน หญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไปข้างใน ก่อนจะส่งแก้วกาแฟไปวางไว้ให้เขาที่โต๊ะทำงาน
"อเมร้อนได้แล้วค่ะ"
เขาเหลือบสายตาหันไปมองแก้วกาแฟที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหยิบขึ้นมาแล้วลองชิมดู ริมฝีปากแตะลงไปยังปลายแก้วและเพียงครู่เดียวเขาก็ดึงแก้วออกก่อนจะโวยวายออกมาทันที
"ร้อนขนาดนี้จะให้ลวกปากหรือไง"
"คะ... เอ่อ ถ้าอย่างนั้นวางทิ้งไว้แป๊บนึงดีไหมคะเผื่อว่าความร้อนมันจะคลายลง"
"ฉันจะกินตอนนี้ ทำให้มันเย็นหน่อย"
"หา~"
หญิงสาวเกาหัวด้วยความมึนงง ก่อนจะรับแก้วกาแฟที่อยู่ในมือของเขา จากนั้นก็ทำการเป่ากาแฟเพื่อให้ความร้อนคลายตัวลง เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิภายในแก้วเริ่มอุ่นขึ้น ก็ส่งแก้วไปให้เขา
"เป่าเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับหญิงสาวก่อนจะรับแก้วกาแฟในมือของเธอมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็ยกขึ้นชิมอีกครั้งก่อนจะวางแก้วลงที่โต๊ะ
"มันเย็นแล้วไม่อร่อยเลย ไปชงมาใหม่หน่อย"
"ฮะ...! วะ...ว่าไงนะคะ"
"บอกว่ากาแฟมันเย็นแล้วไม่อร่อย ไปชงมาใหม่"
หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความแค้น รู้เลยว่าตอนนี้เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เธอทำงานแบบสงบสุข และพยายามกำลังยั่วโมโหเพื่อให้เธอโกรธ
"ทำไมไม่พอใจเหรอ"
"ปะ...เปล่าค่ะ เดี๋ยวลิษาไปชงให้ใหม่ค่ะ"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปทันที ชายหนุ่มมองตามไปก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาด้วยความสะใจ
"หึ... คิดจะได้ทำงานอย่างสงบสุขเหรอ ฝันไปเถอะลิษา ฉันจะแกล้งเธอให้หนักเลย!"
