บทที่ 11 บทที่11
หนิงเทียนเก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกมาข้างนอกตั้งแต่ที่เขาบอกตัวเองตอนแรก ก็รู้ตัวดีว่าเขาไม่อยากให้ตนเพ่นพ่าน เขาคงกลัวว่าคุณซูฉีอะไรนั้นจะสงสัย
ก็ไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหนที่เก็บตัวอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่าเขาสองคนจะเพิ่มความหวานให้กันไปถึงไหน หนิงเทียนเลิกคิดไม่อยากฟุ้งซ่าน สิ่งที่ทำได้ก็คืออาบน้ำและเตรียมเข้านอน
ร่างกายของคนตัวเล็กในตอนนี้ก็คลายจะอ่อนเพลียลงมาก มันก็น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยตัวเองก็ทานข้าวปกติ แต่ดูเหมือนน้ำหนักจะลดลงเรื่อย ๆ
พลันร่างบางนอนราบลงไปกับที่นอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก
สายตาของหนิงเทียนหันไปมองที่ประตูบานใหญ่ สงสัยว่าคนที่เคาะก็คงต้องเรียกออกไปใช้งาน แต่ก็อย่างว่าตัวเองเป็นแค่ผู้อาศัยแม้นจะเหนื่อยล้าเต็มทน ก็ต้องลุกขึ้นจากเตียง
เท้าน้อย ๆ ค่อย ๆ เดินไปที่ประตูห้อง จากนั้นก็เปิดมันออกจนกว้าง และสิ่งที่เห็นก็คือใบหน้าดุดันยืนจ้องมองเขาอยู่
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
น้ำเสียงเหนื่อยล้าเปล่งออกมาถาม และคนที่ยืนนิ่งแววตาดุดันกลับไม่ได้พูดจาอ่อนโยนด้วยสักนิด
"ฉันบอกเธอว่ายังไง ห้ามกลับเกินหนึ่งทุ่มแต่เธอมาตอนสองทุ่มใช้เวลาที่เหลือไปไหนมา!"
คำถามของเขามันดูไร้เหตุผลสิ้นดี จนหนิงเทียนต้องลอบถอนหายใจเบา ๆ และมองผ่านออกไปข้างนอก เหมือนทุกอย่างมันว่างเปล่าลง หากจะให้เดาละก็ ผู้หญิงคนนั้นน่าจะกลับไปแล้ว
"คุณซูฉีกลับแล้วเหรอครับ"
"อย่ามานอกเรื่อง"
เขาตัดบทเสียงแข็ง จนหนิงเทียนต้องเงยขึ้นไปมองหน้าคนตัวสูงกว่า ใบหน้าคมหล่อเหลาผิวขาวสะอาดไม่ได้ลดละสายตาออกจากใบหน้าหนิงเทียนด้วยซ้ำ
คราวนี้หนิงเทียนเริ่มจ้องตาเขา จากนั้นก็บอกเล่าความจริงให้เขาได้รู้
"คุณก็รู้ว่าข้างนอกฝนตกแค่ไหน ผมกับคุณเฟิงต้องเร่งทำงานกว่าจะเสร็จ แถมขากลับรถติดมากกว่าจะมาถึง หากคุณเปิดใจฟังเหตุผลก็คงเข้าใจ!"
"นี่...เธอหาว่าฉันไม่มีเหตุผลงั้นเหรอ อ้อ..หรือนี่เป็นข้ออ้างของเธอกันแน่ ฉันเห็นไอ้เฟิงมันเป็นห่วงเป็นใยเธอออกนอกหน้าขนาดนั้น คงถือโอกาสนี้อยู่ด้วยกันสองต่อสองสิท่า"
"คุณยู่ ผมไม่ใช่คุณนะที่จะคิดแบบนั้น ทำแบบนั้น ขนาดผมไม่อยู่บ้านคุณยังพาคนอื่นเข้ามาทานข้าวสองต่อสอง ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมมาขัดจังหวะ"
สิ้นคำพูดของหนิงเทียนเขาก็พร้อมที่จะปิดประตูใส่หน้าเจ้าของบ้าน โดยไม่ได้คำนึงหรอกว่า ยู่หลงจะหัวเสียขนาดไหน ที่อยู่ ๆ หนิงเทียนก็กล้าขึ้นเสียงใส่
พรึ่บ!
แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะมือหนาของท่านประธานยู่ดันประตูเอาไว้ จากนั้นตัวเขาก็ผลักมันออกจนสุดแรงทำให้ร่างของหนิงเทียนเซไปเล็กน้อย และเขาก็แทรกร่างเข้ามาในห้องได้สำเร็จ
หนิงเทียนนิ่งอึ้งไปหลายวินาที อดไม่ได้ที่จะกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
อึก
"เดี๋ยวนี้กล้าเถียงฉันเหรอหนิงเทียน ยิ่งมีคนให้ท้ายยิ่งกล้าต่อปากต่อคำ และไม่ต้องเอาซูฉีมาอ้างเธอก็แค่แขกเท่านั้น ส่วนเธอคือคนที่ต้องนอนถางขาให้ฉัน ไม่มีสิทธิ์จะมาโต้เถียงใด ๆ ทั้งนั้น"
คำพูดพวกนั้นมันทำให้หนิงเทียนมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะถูกยกย่องให้สูงกว่าตัวเอง คำว่านอนถางขาแค่ได้ยินหัวใจก็ร่วงลงราวกับก้อนหิน
"ผมคงมีค่าแค่นอนถางขาเท่านั้นใช่ไหม ประธานยู่ผมถามคุณจริง ๆ คุณเคยรู้สึกรักผมด้วยหัวใจบ้างหรือเปล่า หรือแค่อยากได้ผมมาปรนนิบัติคลายเหงาให้คุณ หากเป็นแบบนั้น คุณก็น่าจะหาคนใหม่เถอะ เพราะหน้าที่นี้ใคร ๆ ก็คงทำได้ แต่มันคงไม่ใช่ผม!"
น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความน้อยใจ พลางดวงตาก็เริ่มแดงก่ำ
ส่วนยู่หลงเขานิ่งมากดวงตาจ้องมองใบหน้าเศร้าของหนิงเทียน ทุกอย่างอลหม่านตีกันอยู่ในหัว ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองพ่นออกไปนั้นมันจะทำร้ายหัวใจของเด็กหนุ่ม
คำว่ารักอย่างนั้นเหรอ! ยู่หลงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นแบบไหน ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ตัดสินใจเงียบลงตามเดิม
หนิงเทียนรู้สึกเบื่อหน่ายส่ายศีรษะด้วยความระอาใจ อยู่ด้วยกันมาตั้งหนึ่งปี แทบจะไม่มีคำว่าโรแมนติกสักครั้ง หากจะบอกว่าไม่รักก็ดูเหมือนจะเดายาก แค่ขอไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ให้ไป ขอจบความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ อยู่แบบนี้หนิงเทียนเองที่ต้องตรอมใจ
หนิงเทียนรู้สึกว่าบรรยากาศมันอึมครึมไปเสียหมด ยู่หลงก็เอาแต่นิ่งเบือนหน้าหลบสายตาอยู่แบบนั้น
สุดท้ายหนิงเทียนต้องตัดสินใจเป็นฝ่ายที่จะเดินออกจากห้อง
แต่...
"จะไปไหน" น้ำเสียงเข้มถามขึ้น จนหนิงเทียนต้องหยุดเท้า แล้วหันมามองท่านประธานยู่อีกครั้ง
"ผมเหนื่อย ผมไม่อยากทะเลาะ"
พอบอกเขาแบบนั้นก็พร้อมที่จะหมุนตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ทันแล้วเพราะท่านประธานยู่สาวเท้ายาวมาช้อนร่างของหนิงเทียนขึ้นไปอุ้มในท่าเจ้าสาว จนหนิงเทียนตกใจเบิกตากว้างขึ้น
"นี่คุณยู่ ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี่"
"ที่เหนื่อยเนี่ย เหนื่อยเพราะไปทำงานหรือว่าไปทำอย่างอื่นมา แล้วที่เธอยืนเถียงฉอด ๆ เพราะกำลังตีตัวออกห่างฉันหรือเปล่า ฉันจะบอกเธอเอาไว้ ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าหักหลังฉัน ฉันไม่เก็บมันไว้แน่ ไม่ว่าจะสนิทใกล้ชิดก็ตาม"
พอเขาพูดแบบนั้นก็ตรงปรี่ไปที่เตียง วางหนิงเทียนลงช้า ๆ สายตาก็จับจ้องมองอยู่ที่ริมฝีปาก แต่หนิงเทียนก็ทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบำเรอกามให้เขาแค่นั้น ไม่เคยมีบทหวาน อยากได้ก็จับขึ้นเตียง
"วันนี้ไม่ได้หรอกนะ ผมเหนื่อย ผม...อื้ม..."
ยังไม่ทันที่หนิงเทียนจะได้พูด ริมฝีปากอุ่น ๆ ของยู่หลงก็แนบประกบไปที่เรียวปากของหนิงเทียน จนหนิงเทียนต้องครางต่ำในลำคอ เป็นเชิงร้องท้วง แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะริมฝีปากของขาเปลี่ยนมุมให้ลึกล้ำขึ้น
เขาจูบปิดปากจนสนิทพร้อมฝังความเสน่หาลงไป แม้อยากจะขัดขืนอยากจะผลักเขาแต่ดูเหมือน ท่านประธานจะพันธนาการหนิงเทียนไว้หมดแล้ว
