บทที่ 4 บทที่4
ณ โรงแรมหรู
ยู่หลงมาตามที่นัดหมายกับซูฉีไว้แล้ว เธอเป็นลูกคนใหญ่คนโตมีอำนาจและอิทธิพลแถมยังมีผลประโยชน์ทางธุรกิจหากจะไม่สานความสัมพันธ์กันไว้องค์กรที่เขาดูแลอยู่อาจจะเสียผลประโยชน์
"รอนานไหมครับ" ทันทีที่มาถึงโต๊ะ ยู่หลงก็เอ่ยถามเสียงนุ่มทำเอาสาวสวยรายนั้นยิ้มหวานออกมา
"ไม่นานค่ะ ฉันรู้ว่าคุณเองก็งานยุ่ง"
ยู่หลง เลื่อนเก้าอี้แล้วหย่อนสะโพกลงนั่งตรงข้ามกับซูฉี บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งด้วยไฟสีส้มอ่อน ๆ เสริมความโรแมนติกไปในตัว
เมื่อยู่หลงหย่อนสะโพกลงนั่งแล้วเป็นซูฉีที่ถามขึ้น
"จริงสิคะ เห็นว่าหน้างานที่กำลังก่อสร้างมีปัญหา" เธอขมวดคิ้วถามเพราะเรื่องงานที่มีปัญหานั้นน่าจะรู้มาจากผู้เป็นบิดา ส่วนยู่หลงเขาพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มที่ส่งกลับมาให้เธอ
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมคิดว่าน่าจะจัดการได้" พอยู่หลงพูดแบบนั้นรอยยิ้มของซูฉีก็ฉายขึ้น เธอไม่อยากให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียดในเมื่อนัดกันออกมาทานข้าวก็ต้องคุยเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้
"จริงสิคะ คุณบอกฉันว่ามีโอกาสจะพาไปเที่ยวบ้าน เรารู้จักกันมาสักพักแล้วฉันยังไม่เคยเห็นบ้านคุณเลย"
ยู่หลงเหยียดยิ้มขึ้นอีกครั้ง ก็เขาเคยบอกไว้แบบนั้นตั้งแต่ที่ไปบ้านซูฉีครั้งแรกในนามผู้ถูกเชิญ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาตอบแทนกลับก็เลยบอกเธอไปว่ามีโอกาสจะพามาเที่ยวบ้านบ้าง
"ช่วงนี้ผมเองก็งานยุ่งก็เลยไม่มีโอกาสที่จะพาคุณมาเที่ยวบ้านสักครั้ง กลัวว่าจะต้อนรับคุณไม่ดีพอแล้วพ่อคุณอาจจะตำหนิผมได้"
"เอาไว้ให้คุณว่างก็ได้ค่ะ ฉันไม่รีบ"
ซูฉีเธอเป็นสาวมั่นและสวยมาก รูปร่างหน้าตาราวกับหลุดออกมาจากแดนสวรรค์ ความสวยนี้เป็นที่หมายปองของเหล่าหนุ่ม ๆ นักธุรกิจและไฮโซ แต่คนที่เธอเลือกที่จะคุยด้วย ดันเป็นยู่หลงท่านประธานใหญ่
มื้ออาหารที่แสนจะโรแมนติกนี้ ท่านประธานยู่ก็เอาอกเอาใจสาวรอยยิ้มของเขาเหยียดขึ้นก็หลายครั้ง เพราะคำว่าผลประโยชน์คำเดียวทำให้เขาลืมนึกถึงคนที่นอนป่วยอยู่ในห้อง
หลังจากดินเนอร์มื้อค่ำกับลูกรัฐมนตรีจบแล้ว ก็ต้องแยกย้ายกันกลับ ยู่หลงไม่ได้ไปส่งซูฉีเพราะเธอมีคนขับรถส่วนตัว มีคนติดตามไม่ต่างจากยู่หลงเท่าไรนัก
ท่านประธานใหญ่เดินทางกลับมาที่เพนท์เฮ้าส์ ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว รู้สึกว่าตัวเองจะเพลียมากอันที่จริงก็ไม่อยากจะออกไปตามนัดสักเท่าไร แต่เพราะนัดครั้งนี้เป็นนัดของซูฉีเขาเลยไม่อาจจะปฏิเสธได้ หากเป็นนัดคนอื่นละก็ป่านนี้ยกเลิกไปแล้ว
ร่างสูงล้มลงที่โซฟากำมะหยี่ด้วยความเมื่อยล้า แทนที่จะเดินเข้าไปในห้องแต่เพราะมันดึกเลยฟุบลงตรงนั้น ตอนนี้คนอื่น ๆ ก็น่าจะหลับแล้ว ส่วนเขาก็ไม่อาจฝืนเปลือกตาได้ พอล้มตัวลงก็เผลอหลับโดยไม่รู้ตัว
กลางดึก
หนิงเทียนรู้สึกกระหายน้ำคงเพราะสร่างจากพิษไข้ ตัวเขาเลยเดินออกมาจากห้องท่ามกลางความมืด ก็พอเห็นอะไรอยู่บ้างเท้าของหนิงเทียนมุ่งหน้าเข้าไปในครัวจากนั้นก็เปิดน้ำในตู้เย็นดื่มดับกระหาย
"สดชื่นจัง"
พอทำธุระของตัวเองเสร็จแล้วก็เดินกลับมาจากห้องครัว แต่มันต้องผ่านห้องนั่งเล่น หนิงเทียนเหลือบไปเห็นขาของใครสักคนที่นอนเหยียดยาว จริงอยู่ว่าไม่ได้เปิดไฟให้สว่างแต่แสงไฟจากตึกข้าง ๆ ที่สว่างถ้วนทั่วก็พอทอแสงเข้ามาให้เห็น
ตัวเขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นว่าเป็นท่านประธานยู่ และเห็นเขานอนตัวเปล่าไร้ผ้าห่มมาคลุมร่าง ด้วยความหวังดีหนิงเทียนเดินไปหยิบผ้าห่มในตู้แล้วนำมาคลุมร่างให้เขา ทว่า
พรึ่บ
อยู่ ๆ คนที่นอนเหยียดตัวยาวอยู่ที่โซฟาก็คว้าแขนของหนิงเทียนไว้แน่น จนหนิงเทียนเองก็พลอยตกใจสะดุ้งตัวโยนเล็กน้อย
"จะทำอะไร? จะฆ่าฉันหรือไง" ความหวังดีของหนิงเทียนกลายเป็นความหวังร้าย เขาไม่อ่อนโยนไม่พอแถมยังคิดไม่ดีกับหนิงเทียนอีก
"เปล่านะครับ ผมเห็นคุณนอนอยู่ตรงนี้ก็เลยเอาผ้ามาห่มให้"
คราวนี้ต้องก้มลงไปมองที่ลำตัวของตัวเอง ก็เห็นว่ามีผ้าห่มจริง ๆ ด้วย ยู่หลงปล่อยมือหนิงเทียน ส่วนหนิงเทียนเขากำลังจะกลับไปที่ห้องแต่อยู่ ๆ ท่านประธานก็โพล่งเสียงตาม
"เดี๋ยว!!"
เท้าของหนิงเทียนชะงัก จากนั้นก็หมุนตัวกลับมามองยู่หลง ทว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนจากนอนราบเป็นลุกขึ้นนั่ง
"ไปชงอะไรอุ่น ๆ มาให้ทานหน่อยสิ ฉันจะทำงาน" ขนาดแค่เผลอหลับไปแป๊บเดียวพอตื่นขึ้นเขาก็ยังจะทำงานอีก แต่หนิงเทียนก็ไม่กล้าขัด เขาน้อมรับคำสั่งจากนั้นก็เข้าไปในครัวชงเครื่องดื่มร้อนมาให้ยู่หลง
ตอนนี้ภายในห้องนั่งเล่นสว่างไปหมดเพราะยู่หลงเปิดไฟและยังเอาโน๊ตบุ๊กมานั่งทำงานอีกด้วย
หนิงเทียนค่อย ๆ ว่างแก้วโกโก้ร้อนลงที่โต๊ะเล็กด้านหน้า จากนั้นก็เอ่ยถามเสียงเรียบ
"จะเอาอะไรอีกไหมครับ" ยู่หลงไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะเอื้อมมือไปหยิบแก้วโกโก้มาดื่ม จากนั้นก็ช้อนสายตามองคนที่ยืนนิ่ง
"นั่งลงสิ!"
"......." เรียวคิ้วของหนิงเทียนขมวดลงไม่รู้ว่าเขาจะให้นั่งลงทำไม แต่ก็ต้องทำตามอย่างค้านไม่ได้ ไม่นานนักเสียงทุ้มก็พูดขึ้น
"นั่งอยู่ตรงนี้ก่อน หากฉันจะใช้อะไรจะบอก"
น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้ดุดัน ในเมื่อเขาบอกก็ต้องทำหนิงเทียนนั่งมองยู่หลงทำงานอย่างใจเย็น คล้ายกับว่าหน้าที่ของภรรยาต้องเคียงข้างสามีไม่มีผิด แต่สำหรับยู่หลงคงไม่ได้คิดแบบเดียวกับหนิงเทียน สำหรับเขาแล้วหนิงเทียนก็แค่เด็กรับใช้
