บทที่ 7 บทที่ 7
“กลับมาทำไมคะ”
เสียงหวานใสที่ถามขึ้นอย่างอ่อนหวาน แถมยังมีคำลงท้ายน่ารัก ทำให้ดวงตาที่กำลังหลับลงต้องลืมขึ้นอีกครั้งและทอดถอนใจยาวอย่างหนักหน่วง
“ข้างนอกมันหนาว ข้างในนี้อุ่นกว่ากันเยอะ”
“กอดแน่นขนาดนี้ ไม่อุ่นยังไงไหว”
สุริยะคลายอ้อมกอดและลุกขึ้นนั่ง ไขว้แขนถอดเสื้อยืดสีเขียวออก การเหวี่ยงตัวเข้าปากถ้ำที่อยู่หลังม่านน้ำตก ทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียก จริงอยู่ที่เสื้อยืดผ้าบางแต่มันก็ยังชื้นจนต้องถอดออก มือใหญ่คลำไปทั่วร่างบางและพบว่าเสื้อผ้าของจันทร์ดาราเริ่มหมาดแล้ว แต่ก็ยังชื้นอยู่บ้าง
“ถอดเถอะ ถ้าไม่ถอดคุณอาจไม่สบายจริงๆ แล้วเราคงต้องติดแหง็กอยู่ในถ้ำนี้ต่อไปอีก”
สุริยะบอก และเป็นฝ่ายปลดกระดมเสื้อเชิ๊ตสีชมพูผูกเอวของจันทร์ดาราออก
“นาย! ไม่ถอดไม่ได้เหรอ เดี๋ยวมันก็แห้ง”
จันทร์ดาราปฏิเสธ แต่มือหนาซึ่งถูกมือเล็กตะครุบหมับยังคงขยับปลดกระดุมไปเรื่อยๆ
“ไม่ได้ ถ้าถอดออกแล้วคุณจะอุ่นกว่าใส่เยอะ เชื่อผม”
จันทร์ดาราอยากดื้อรั้น แต่เธอกลัวเขาจะโกรธและทิ้งเธอไว้อีก มือน้อยจึงผละจากมือใหญ่ เปิดทางให้มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเธอจนหมดแถว ไม่นานเสื้อตัวสวยก็หลุดออกจากร่าง
“นายราหู...อย่ามองแบบนั้นสิ ฉันอายนะ”
“อายทำไม ของสวยๆ งามๆ ของดีมีไว้ให้โชว์ และผมก็อยากมอง อยากสัมผัส” สุริยะพูดเหมือนคนละเมอ
“นาย...” จันทร์ดาราอยากห้าม แต่ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงของเธอจึงไม่ดังผ่านลำคอออกมา
“พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ผมจะถอดคราบนายราหูออก แล้วคุณจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผม” สิ้นคำ สุริยะก็มอบจูบแสนหวานระคนเร่าร้อนให้เธออีกครั้ง
“นายราหู”
“เรียกผมว่าพี่ยะ โดยเฉพาะเวลาที่ผมกอดคุณ”
แม้จะไม่อยากทำตาม แต่ดวงตาคมกริบที่ทอดมองอย่างเว้าวอนก็ทำให้จันทร์ดารายอมพยักหน้า หลังจากที่ลิ้มรสหวานจากริมฝีปากพักใหญ่ หญิงสาวก็ยอมถอดเสื้อที่เปียกชื้นเพราะยิ่งใส่ยิ่งหนาว และก็มีเขามอบกอดอันอบอุ่นให้
“ผมจะไปล้างหน้าแล้วล่ะ เปลี่ยนใจแล้ว เพราะสีดำๆ นี่มันติดหน้าอกคุณ คุณอยากอาบน้ำมั้ย คงไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันสินะ กลิ่นหอมเชียว หึ หึ”
สุริยะหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี และโดนทุบด้วยกำปั้นน้อยๆ ดัง “อึก”
“จะให้ฉันมีโอกาสไปอาบน้ำได้ตอนไหนกันล่ะ ว่าแต่...เราจะไปอาบน้ำกันที่ไหนเหรอ”
ชายหนุ่มพาจันทร์ดาราโหนตัวออกมานอกถ้ำ เขาเดินสำรวจน้ำตกแห่งนี้มาแล้ว และเห็นว่ามีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่น้ำไหลมาขังอยู่บริเวณนั้น แถมยังมีโขดหินใหญ่เล็กกั้นเป็นกำแพงธรรมชาติปิดบังสายตาได้เป็นอย่างดี
“โอ้โห...ดีจัง นี่นายคงสำรวจหมดแล้วสินะ ถึงรู้ว่ามีที่แบบนี้ด้วย”
“บอกว่าให้เรียกพี่ยะไง”
จันทร์ดาราหันมาทำปากยื่น แต่อมยิ้มน้อยๆ ให้สุริยะ
“นายบอกว่า ให้เรียกพี่ยะเฉพาะเวลาที่นายกอดฉันไง ตอนนี้ไม่ได้กอด ฉันก็จะเรียกแบบนี้ล่ะ นายราหู”
“เดี๋ยวคุณก็รู้ ว่าผมต่างจากคำว่าราหูเยอะ”
สุริยะเดินนำไปหยุดใกล้ๆ แอ่งน้ำ เขาถอดรองท้องและกางเกงทหารลายพรางออก จนคนที่มองอยู่ต้องอ้าปากค้างยกมือขึ้นปิดตาฉับ
“กรี๊ด! นะ...นาย...ถะ...ถอดกางเกงออกทำไม ใส่กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ คนลามก”
“อ้าว...คุณ ที่บ้านคุณเขาใส่เสื้อผ้าอาบน้ำกันรึไง...ฮะ”
“แต่...นายมาอาบน้ำกับฉันนี่ นายจะแก้ผ้าทำไมล่ะ ไม่รู้จักอายบ้างเลยรึไง”
จันทร์ดาราได้ยินเสียง “จ๋อม” ก็กางนิ้วออกและมองลอดผ่านช่องระหว่างนิ้วมือ เห็นร่างสูงลงไปอยู่ในแอ่งน้ำแล้ว เธอจึงลดมือลงแต่ไม่วายเหลือบมองกองกางเกงที่ชายหนุ่มถอดทิ้งไว้ และเห็นชั้นในชายสีดำวางอยู่ด้วย
‘ถอดหมด แสดงว่าใต้น้ำใสๆ น้ำก็...’
“รีบๆ ลงมาเถอะ ผมอนุญาตให้คุณแก้ผ้าได้ จะได้เสมอกัน” สุริยะบอกนัยน์ตาพราว
“ไม่ล่ะ ฉันจะลงไปทั้งชุดนี้”
“ถ้าคุณลงมาทั้งชุดนั้น พอกลับเข้าไปในถ้ำ ผมจะถอดเสื้อผ้าคุณออกให้หมด แต่ถ้าคุณถอดตอนนี้ แล้วลงมาอาบน้ำกับผมดีๆ เสื้อผ้าของคุณก็ไม่เปียกมากและใส่ในถ้ำได้ คิดดูดีๆ นะ จะถอดตรงนี้หรือถอดในถ้ำ”
จันทร์ดาราค้อนประหลักประเหลือกให้กับคนเจ้าเล่ห์ ไม่ว่าเธอจะถอดตรงไหน เธอก็เสียเปรียบเขาอยู่ดี แต่...เหตุการณ์ชวนระทึกใจในถ้ำที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ ทำให้หญิงสาวต้องตัดสินใจ
“นายหันหลังให้ฉันก่อนสิ มองฉันอยู่แบบนี้ ฉันไม่กล้าถอดหรอก”
สุริยะไม่ตอบ แต่ยอมหันหลังให้โดยดี จันทร์ดาราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้สุริยะกำลังหลับตาคิดถึงร่างนุ่มนิ่มของเธอ ร่างระหงขาวผ่อง ถ้าเปลือยเปล่าทั้งตัวแล้วจะงดงามแค่ไหน ผู้พันหนุ่มให้เวลาหญิงสาวก้าวลงมาในแอ่งน้ำ เขาหันไปมองเมื่อคิดว่าเธอคงลงมาแล้ว แล้วเป็นอย่างที่คิด...
จันทร์ดาราแช่น้ำลงไปทั้งตัวให้น้ำสูงถึงระดับต้นคอของเธอ เพื่อหวังจะให้กำแพงน้ำใสแจ๋วช่วยปิดบังร่างเธอให้พ้นจากสายตาคมที่ขยันเปล่งประกายตาแปลกๆ ออกมาบ่อยครั้ง
