บทที่ 2 วาระซ่อนเร้น

“ปุ่น…”

เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ คนที่ถูกปล่อยให้สำนึกผิดอยู่ด้านนอกก็โผล่หน้าเข้ามาแล้วถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงข้างๆ กัน

ปุณวีย์ยังคงนั่งนิ่งไม่อือไม่หือใดๆ กลับไป หากภายในใจนั้นอ่อนยวบลงมากแล้ว

“เมื่อกี้ลืมบอกไป ฉันซื้อคัพเค้กร้านโปรดของแกมาด้วยนะ อ้อมีบราวนี่ด้วยเขาเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ยกออกจากเตาร้อนๆ เลยนะแก ช็อกโกแลตงี้ไหลเยิ้มน่ากินสุดๆ ไปเลย แถมยังมีเลมอนโซดารสหวานเซี้ยวเปรี้ยวซ่าฝีมือของเออีสุดสวยอีกหนึ่งเหยือก ออกไปกินด้วยกันนะแก ถ้าไม่เห็นแก่ฉันก็คิดซะว่าสงเคราะห์ขนมพวกนั้นก็ได้ นะ”

หากเป็นคนอื่นคงล่าถอยกลับไปตั้งหลักตั้งแต่โดนไล่แล้ว แต่อีกฝ่ายเป็นเหมือนพิมพ์ เพื่อนที่คบหากันมานาน เจ้าหล่อนจึงรู้ดีว่าควรจะรับมือกับเธอเช่นไร แม้ไม่อยากจะยอมรับนักแต่มันก็คือความจริง หากจะให้ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกง่ายๆ ก็ไม่ใช่นิสัยอีกมันต้องมีชั้นเชิงรู้จักไว้ฟอร์มหน่อย

ปุณยวีร์ยักไหล่ “คัพเค้ก บราวนี่ เลมอนโซดามันไม่ผิดอะไรนี่นะเพราะงั้นมันก็สมควรได้ทำประโยชน์ให้กับกระเพาะของฉัน” พอจบประโยคเธอก็แสดงเจตนารมณ์ที่แท้จริงออกมารีบผุดลุกขึ้นจากเตียงเดินนำออกจากห้องนอนแล้วตรงไปยังโต๊ะกระจกเล็กๆ หน้าทีวีที่เพื่อนจัดเตรียมขนมหวานและเครื่องดื่มเอาไว้ให้

ทำไงได้ล่ะโมโหมากมันก็หิวมาก เป็นเรื่องธรรมดา…

“ตกลงมีเรื่องอะไรล่ะแก โทร. จิกซะจนฉันนึกว่ามีเพื่อนเป็นไก่”

เห็นอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยก็เอาเลยนะนังเพื่อนบ้าถ้าไม่เป็นเพราะว่าเสียเวลามามากแล้วล่ะก็หล่อนได้ง้อฉันอีกรอบแน่ ฮึ่ม! คนเพิ่งอารมณ์ดีถลึงตาปรามเพื่อนปากดีไปทีหนึ่งก่อนจะเปิดปากว่า

“แม่เรียกตัวฉันกลับบ้าน”

“ดูจากสภาพองค์เจ้าแม่กาลีลงประทับเมื่อกี้แล้ว คงไม่ใช่แค่ท่านคิดถึงแกมากจนทนไม่ไหวใช่ไหม” แม้ไม่ได้เล่ารายละเอียดแต่เหมือนพิมพ์ก็ยังเดาเรื่องได้ถูกเช่นเคย

“ก็แหงสิ อยู่ๆ แม่ก็นึกบ้าอะไรขึ้นมาไม่รู้บังคับให้ฉันกลับไปช่วยงานที่บ้าน ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยเดือดร้อนว่าฉันกับพี่เป้จะทำงานอะไร เพราะยังมีเจ้าปอนด์หลานรักเป็นตัวตายตัวแทนที่จะสืบทอดกิจการอีกคน พอฉันเค้นคอถามเอาจากเจ้าปอนด์ถึงได้รู้ว่าที่แท้แม่ก็มีฮิดเด็น อาเจนด้า แม่กะจะจับฉันไปดูตัวอะแก๊!” ประโยคสุดท้ายแทบกรี๊ดออกมาเลยทีเดียว

“หา! แล้วผู้ชายโชคร้ายคนนั้นเป็นใครอะแก”

“นังพิมพ์!”

เหมือนพิมพ์ทำคอหด “แหม แกก็ ล้อเล่นหน่อยเดียวก็ไม่ได้ สรุปว่าแม่แกจะจับแกไปดูตัวกับใคร แล้วฉันรู้จักไหม”

“อีตานายก…”

“หา! นายกเลยเหรอแก เอ๊ะ แต่ว่าเขาแก่มากเลยนะแถมยังมีเมียแล้วด้วย นี่แม่แกคิดจะ…”

“พอๆ หยุดมโนไปเองได้แล้วนังพิมพ์ แค่นายก อบจ.ย่ะ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี เจ้าปอนด์เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ฉันที่เป็นเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในตัวจังหวัด เจ้าของตลาด แถมยังมีอาคารพาณิชย์และอะพาร์ตเมนต์อีกหลายแห่งให้เช่า”

“ว้าว โปรไฟล์เริ่ดใช้ได้อะ ว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่งประจำจังหวัดเลย  นะแก”

“แกสนใช่ไหม โอเค งั้นไปบอกเลิกพี่อี้ซะ ฉันจะได้บอกแม่ให้จับแกไปดูตัวแทน”

เหมือนพิมพ์ค้อนตากลับ “ไอ้บ้า พี่อี้ของฉันเริ่ดพออยู่แล้วย่ะฉันจะเลิกทำไม     โอเคๆ ฉันไม่พูดเล่นแล้วก็ได้ สรุปว่าที่แกหงุดหงิดงุ่นง่านพาลไปหมดทุกอย่างก็เพราะถูกแม่เรียกตัวกลับบ้านเพื่อจะให้ช่วยงานและจับไปดูตัวใช่ไหม ถ้าไม่โอเคแกก็ตอบปฏิเสธแม่ไปสิหรือไม่ก็ไม่ต้องกลับบ้านตามคำสั่งเท่านี้ก็เรียบร้อย ปกติฉันก็เห็นแกขัดคำสั่งแม่อยู่บ่อยไปไม่เห็นจะเป็นปัญหา แล้วมาคราวนี้แกจะอารมณ์เสียไปเพื่อ?” ถามน้ำเสียงสงสัย

ปุณยวีร์ตีหน้ายุ่งพลางใช้ช้อนจิ้มไปที่บราวนี่แรงๆ ราวกับแค้นอะไรมันนักหนาก่อนจะบอกเสียงสะบัดว่า

“คราวนี้แม่ไม่ยอมง่ายๆ เหมือนทุกครั้งน่ะสิ ทั้งที่ฉันยืนยันเสียงแข็งแล้วว่าไม่ แต่แม่ก็ยังมีข้อแม้ว่าฉันจะต้องหางานใหม่ให้ได้ภายในเดือนนี้ไม่งั้นก็ต้องทำตามคำสั่ง ไอ้งานบ้านี่ก็พอกันตอนฉันไม่ต้องการก็เรียกหาจนขี้เกียจรับสาย แต่พอนี้ดส์มันแทบตายกลับเงียบหายไปหมด แย่ที่สุด”

คนรับฟังปัญหาส่ายศีรษะ “ว่าไปแกก็วอนหาเรื่องเองด้วยนี่ มีงานทำดีอยู่แล้วแท้ๆ ดันลาออก”

คนวอนหาเรื่องถลึงตาคู่กลมโตใส่ “ก็ใครจะไปรู้ล่ะยะว่าแม่จะมาไม้นี้ แล้วงานนั่นมันก็น่าเบื่อจะตายวันๆ ต้องจมอยู่กับเอกสารกองโต ฉันก็อยากจะหาความท้าทายใหม่ๆ บ้างสิ”

“แล้วแกจะทำยังไงล่ะทีนี้ เหลืออีกแค่สามอาทิตย์ก็จะหมดเดือนแล้ว” คนเป็นเพื่อนถามเสียงหนักใจ

“ที่ฉันเรียกแกมานี่ให้มาช่วยกันคิด ไม่ใช่มาถามให้ฉันยิ่งเครียด        นังเพื่อนบ้านี่” คนที่เครียดหนักอยู่แล้วแหวเสียงเขียวก่อนจะยกมือกุมศีรษะ

“อ๊ายยย… ฉันจะทำยังไงดีล่ะแก๊ เงินเก็บตอนนี้ก็แทบไม่เหลือเพราะตอนว่างงานเอาไปเที่ยวเล่นจนเกือบหมด ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าคราวนี้จะต้องว่างงานเกือบสามเดือน ทั้งที่ผ่านๆ มาได้เที่ยวชาร์จแบตแค่ไม่กี่อาทิตย์ก็ได้งานใหม่แล้ว หวังจะพึ่งไอ้กองทุน RMF, LMF ที่ซื้อเอาไว้ก็ไม่ได้อีกเพราะยังไม่ถึงกำหนดขายคืน ไหนจะกองทุนทองอีกล่ะราคามีแต่ดิ่งลงทุกวัน ที่ผ่านมาฝากไว้กับแบงก์ถึงจะได้ดอกเบี้ยน้อยแต่ก็สบายใจเบิกถอนเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะแกคนเดียวเลยนังพิมพ์ หนอย! ปล่อยให้เงินทำงานแล้วเราก็นอนนับดอกเบี้ยสบายๆ ตอนนี้เป็นไงล่ะต้องคอยนับว่าขาดทุนไปแล้วเท่าไหร่น่ะสิไม่ว่า”

คนเป็นตัวตั้งตัวตีชวนให้ลงทุนกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอก่อนจะบอกเสียงอ่อยว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง แกก็รู้”

...TBC...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป