บทที่ 3 อัตราส่วน 1 ต่อ 73
“ทีตอนนี้ทำอ้อมแอ้มเสียงอ่อยนะยะ แต่ตอนชวนฉันลงทุนนี่ไม่รู้ใครที่พูดเสียงมั่นอกมั่นใจว่ากำไรชัดๆ กำไรแน่ๆ พวกเราจะได้มีเงินก้อนมาลงทุนทำธุรกิจของตัวเองสักที เฮอะ!”
จบจากการทบทวนความจำปุณยวีร์ก็แจกค้อนให้อีกหนึ่งทีก่อนจะแบมือแล้วบอกหน้าตาเฉยว่า “ในฐานะที่มีส่วนทำให้ฉันถังแตกแกต้องรับผิดชอบ เอาเงินมาให้ฉันยืมเลยนังพิมพ์”
เหมือนพิมพ์ทำหน้าเมื่อย “ฉันก็เอาไปลงทุนหมดเหมือนกันกับแกแล้วจะเอาที่ไหนมาให้ยืมล่ะ สำหรับเรื่องเงินไม่เห็นแกต้องคิดมากเลย ถึงจะมีปัญหากับแม่แต่แกก็เป็นลูกรักของพ่อนี่นา ลองขอพ่อดูสิ เผลอๆ อาจจะได้มาเป็นก้อนเอาไปลงทุนทำธุรกิจโดยไม่ต้องเสียเวลาหาเอง แล้วยังมีพี่เป้อีกคน นั่นก็แหล่งทุนใหญ่เลยไม่ใช่เหรอแกลืมไปได้ไง”
“ฉันบอกแกไปแล้วนี่ว่าคราวนี้แม่เอาจริง แม้แต่พ่อก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะถูกแม่คุมหมดทุกบัญชี ส่วนไอ้พี่เป้น่ะเหรอนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังร่วมมือกันกับแม่ซ้ำเติมฉันอีกต่างหาก สัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งยึดรถฉันไป ทั้งที่ฉันบอกว่ามีนัดต้องไปสัมภาษณ์งานที่ต่างจังหวัดจำเป็นต้องใช้รถ ไอ้พี่บ้านั่นมันยังไม่ยอมหยวนให้ฉันเลยแก๊ เท่านั้นไม่พอนะยังมีหน้ามาไซโคฉันเรื่องหาแฟนไม่ได้ เอาสถิติบ้าบอจากสำนักโพลไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าอัตราส่วนของผู้ชายไทยที่ดีต่อหญิงไทยเป็น 1:73 ถ้าขืนฉันยังดื้อด้านไม่ยอมรับความหวังดีของแม่ ก็จะต้องตกเป็นผู้หญิงหนึ่งในเจ็ดสิบสองส่วนที่นั่งเหี่ยวอยู่บนคาน ฮึ่ย! ไอ้พี่เวร ดูถูกกันชัดๆ ไม่สำนึกเลยว่าเป็นเพราะตัวเองนั่นแหละที่ทำให้ฉันโสดสนิทมาถึงทุกวันนี้”
“พี่เป้ก็พูดถูกจริงๆ” เหมือนพิมพ์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่อยู่ใกล้กันแค่นี้มีหรือที่คนถูกนินทาระยะเผาขนจะไม่ได้ยิน
“นังพิมพ์! ไม่ช่วยกันแล้วยังจะซ้ำเติมอีกนะแก ฮึ่ย! นังเพื่อนบ้านี่พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย” แหวเสียงขุ่น
เหมือนพิมพ์ทำหน้าสำนึกผิด “ก็มันคิดไม่ออกนี่แก”
“ฮือ… แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ เงินไม่มี รถก็โดนยึดจะไปไหนก็ไม่สะดวก นี่ฉันไม่ต้องเฉาตายอยู่ในห้องนี้เหรอแก๊”
อุตส่าห์เรียกเพื่อนมาขอคำปรึกษาแล้วแต่อีกฝ่ายก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นจึงคร่ำครวญเสียเลย
‘ดู่ ดู๊ ดู ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้…’ [1]
“อ๊ายยย… นังพิมพ์ แกเปิดเพลงบ้าอะไรเยาะเย้ยฉันอีกเนี่ยหา!” อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วดันได้ยินเพลงที่มีเนื้อหาแทงใจเข้าไปอีกเลยไปกันใหญ่
เหมือนพิมพ์ส่ายหน้าปฏิเสธ “จะบ้าเหรอ ฉันก็นั่งอยู่กับแกตรงนี้จะไปเปิดอะไรที่ไหนกันล่ะ เดี๋ยวแกหยุดโวยวายก่อนนะปุ่น” เจ้าหล่อนทำท่าเงี่ยหูฟังสักครู่ “มือถือแกอยู่ไหน”
“ไม่รู้ คงแถวๆ นี้แหละ” ตอบกลับส่งๆ ไม่ใส่ใจ
คนถามทำหน้าเมื่อยก่อนจะลุกขึ้นเดินหาเอาเองและพบว่าต้นตอของเสียงเป็นเจ้าสมาร์ตโฟนซึ่งถูกวางทิ้งไว้ข้างโทรทัศน์จึงหยิบขึ้นมาพลางส่ายศีรษะ “ไม่ชอบเพลงนี้แล้วแกตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงนี้ทำไม”
“บ้าสิ ฉันจะประสาทกลับทำแบบนั้นทำไม ต้องเป็นไอ้พี่เฮงซวยแน่ๆ เลย เมื่อเช้าก็แวะเข้ามาไซโคซ้ำเติมฉันแล้วยังจะแกล้งกันอีก ฮึ่ย!”
เสียงเพลงกวนอารมณ์ยังคงดังต่อเนื่องเพราะไม่มีใครกดรับสายโทรศัพท์ เหมือนพิมพ์ขมวดคิ้วขณะมองหมายเลขเก้าหลักที่โชว์อยู่บนหน้าจอ “แล้วใครโทร.มาเนี่ยแก เบอร์แปลกๆ 037… เหมือนเบอร์ต่างจังหวัด”
“มัวแต่ถามอยู่นั่นแหละ ถ้าอยากรู้แกก็กดรับดูสิ ฉันหนวกหูจะตายแล้วเนี่ย” กับเหมือนพิมพ์ปุณยวีร์ไม่เคยมีความลับอยู่แล้ว เมื่อสมาร์ตโฟนอยู่ในมือของอีกฝ่ายเธอจึงใช้ให้รับสายแทนเสียเลย
คนเป็นเพื่อนทำหน้าเหม็นเบื่อแต่ก็ยอมกดรับโดยไม่ลืมเปิดลำโพงให้ได้ยินด้วยกันทั้งสองคน “สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ ขอเรียนสายคุณปุณยวีร์ค่ะ” ทางปลายสายตอบกลับมา
“ปุณยวีร์พูดค่ะ ไม่ทราบจากไหนคะ” เป็นเหมือนพิมพ์ที่ถือ สมาร์ตโฟนอยู่ตอบกลับไปแทนเจ้าของชื่อตัวจริง
“ดิฉันอัญชนา เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัท HANO ค่ะ โทร.มาแจ้งผลการสัมภาษณ์งาน ทางบริษัทยินดีตอบรับคุณปุณยวีร์เข้าทำงานในตำแหน่งล่ามภาษาญี่ปุ่นแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าวันที่หนึ่งเดือนหน้าคุณปุณยวีร์พร้อมมาร่วมงานกับทางเราไหมคะ”
เจ้าของเครื่องมือสื่อสารเกือบจะกรี๊ดสุดเสียงแล้วดีแต่เพื่อนพอจะเดาทางถูกเลยตะครุบปิดปากเอาไว้ได้ทัน เกิดการยื้อยุดกันอยู่สักครู่จนทางปลายสายคงจะรู้สึกผิดปกติจึงส่งเสียงผ่านสัญญาณโทรศัพท์มาอีกครั้งว่า
“คุณปุณยวีร์คะ ไม่ทราบยังอยู่ในสายไหมคะ”
“อยู่ค่ะอยู่ ดิฉันพร้อมค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาส” คราวนี้เป็นปุณยวีร์ตัวจริงเสียงจริงที่รีบคว้าสมาร์ตโฟนจากมือเพื่อนมาตอบกลับเสียเอง
“ทางบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะที่จะได้ร่วมงานกับคุณปุณยวีร์ แล้วพบกันที่ HANO เดือนหน้านะคะ”
“แล้วพบกันค่ะ” คนที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหงุดหงิดงุ่นง่านจนแม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังขยาดไม่อยากเข้าใกล้บอกพร้อมรอยยิ้มและรอจนทางปลายสายตัดสัญญาณการติดต่อไปก่อนจึงหันไปกอดเพื่อน
“กรี๊ดดดด
…
ฉันได้งานแล้วแก ทีนี้ก็ไม่ต้องกลับบ้านตามคำสั่งของแม่แล้ว”
“ล่ามภาษาญี่ปุ่น?”
“อืม ฮึ”
“บริษัท HANO?”
“อืม ฮึ”
“บริษัทอะไรอะแก ไม่เห็นรู้จัก”
ปุณยวีย์ยักไหล่ “มันก็ไม่แปลกหรอกที่แกไม่รู้จัก
HANO เป็นโรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น อยู่ที่ปราจีน”
“โรงงาน?” เหมือนพิมพ์พูดเสียงสูง “จะไหวเหรอแก ที่ผ่านมาเคยทำแต่งานสบายๆ แต่งตัวหรูๆ อยู่ในออฟฟิศ ถึงจะเคยลุยมาบ้างตอนเป็นไกด์แต่มันก็ไม่เหมือนกันนะ เป็นไกด์ยังได้เที่ยวไปด้วยแต่งานโรงงานนี่สิดูยังไงฉันก็ว่าไม่เหมาะกับแก ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดอีก” คนเป็นเพื่อนพูดอย่างไม่เห็นด้วย
...TBC...
[1] เพลงดูเธอทำ ของ จ๊อบ บรรจบ
