บทที่ 9 โอ้! มายบุดดา!

คนถูกราหูอมไม่ยอมคายตีหน้าเศร้า “ไม่น่าเลยตู”

กีรฎาส่ายศีรษะสีหน้าบอกความระอาปนหมั่นไส้ ส่วนสมาชิกที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกันอีกหลายคนก็อมยิ้มขำ ปุณยวีร์ก็ด้วย

“ปืน นายสลับจานอาหารให้น้องปุ่นหน่อยสิ เห็นทานอยู่แค่ทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วงตรงหน้าแค่นั้นเอง เอื้อมไม่ถึงจานอื่นหรือเปล่า” ภควัตเอ่ยขึ้นอย่างหวังดี

ปุณยวีร์รีบยิ้มขอบคุณ “ไม่เป็นไรค่ะพี่ปุ้น พี่ปืน ปุ่นชอบทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วง”

“หือ จะทานแค่สองอย่างเท่านั้นน่ะ อย่างอื่นก็อร่อยนะไม่ลองดูบ้างเหรอ อย่างผัดยอดฟักแม้ว ต้มจืดฟักแม้ว ยำถั่วพู ปูหลนกินกับผักสดๆ ก็อร่อย ผักสลัดก็มี น้ำสลัดของที่นี่อร่อยที่สุดเลย ว่าไงสนใจจานไหนเดี๋ยวพี่เลื่อนให้” ก้องภพสาธยายเมนูอาหารบนโต๊ะท่าทางดูเหมือนจะหวังดี แต่พอเหลือบมองเห็นประกายระยิบในดวงตาคู่คมปุณยวีร์ก็ชักไม่แน่ใจ

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ พี่ๆ ทานไปเถอะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมดจะไม่อร่อยนะคะ” ปุณยวีร์ยิ้มพลางตอบปฏิเสธซ้ำสอง จะว่าไปแล้วเธอรู้สึกดีนะที่มีคนมาเอาใจใส่ ยิ่งคนคนนั้นเป็น ‘ภควัต’ เธอพูดได้เต็มปากเลยว่าปลื้มมากแต่จะดีกว่าไหมถ้าเขาจะใส่ใจเธอในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องกิน! สำหรับมื้อแรกที่มีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกัน เธอก็อยากให้เขาจดจำแต่เรื่องดีๆ อย่างเช่นเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องมนุษย์ผู้หญิงไม่กินผัก!

“ถ้างั้นสั่งอาหารเพิ่มดีกว่าไหม ทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วงจะหมดแล้ว น้องปุ่นจะเอาเหมือนเดิมหรือว่าเปลี่ยนเมนูใหม่” ภควัตถามขึ้นอีกครั้ง ท่าทางบอกถึงความใส่ใจอย่างแท้จริง

ปุณยวีร์ยิ้มปลื้มหากยังไม่ทันจะตอบกลับไปก็มีคนหวังดี (แต่คงประสงค์ร้ายแน่ๆ) พูดแทรกขึ้นก่อน

“สนใจเมนูแนะนำไหมปุ่น มีหอมใหญ่ชุบแป้งทอด ต้มยำเห็ดสามอย่าง อันนี้เขาว่าดีต่อสุขภาพนะมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ด้วย หรือถ้าปุ่นชอบแซ่บๆ ล่ะก็พี่แนะนำนี่เลย ยำผักบุ้ง แซ่บอย่าบอกใคร” ก้องภพสาธยายเมนูอาหารให้ฟังอีกครั้ง

ซึ่งคราวนี้ปุณยวีร์แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้หวังดี แต่หวังจะแกล้งเธอแน่ๆ ฮึ่ม! ไอ้พี่ดำปืน!

“พี่ปืน!” กีรฎาเรียกชื่อคนไม่ประสงค์ดีเสียงหนัก ดูท่าเธอคงจะมีอิทธิพลต่อเขาไม่ใช่น้อย เพราะหลังสิ้นเสียงที่พยายามทำให้เข้มของสาวหน้าหวานคนขี้แกล้งก็ทำหน้าโศกสลดก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

หึ สมน้ำหน้า!

“เอาไข่ยัดไส้ไหมครับ ที่นี่ก็ทำอร่อย” ได้ยินคำถามนี้จากภควัตปุณยวีร์ก็นึกอยากตอบกลับด้วยกอดเต็มๆ รักสักที ก็แหม… ผู้ชายอะไรนอกจากจะใจดี ดูแลเอาใจใส่แล้วยังรู้ใจกันอีก กรี๊ดดด….

หากเพราะมีโต๊ะตัวใหญ่กั้นกลาง อีกทั้งจิตสำนึกของกุลสตรียังวางขวางอยู่ในใจ เธอจึงทำได้เพียงยิ้มกว้างแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดีเป็นที่ยิ่งว่า “เอาค่ะ”

ภายหลังสั่งอาหารเพิ่มจากพนักงานเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มคน(บังเอิญ)รู้ใจ… ก็หันกลับมาชวนคุยพร้อมรอยยิ้มว่า “ท่าทางจะปลื้มเมนูไข่   ใช่ไหมเรา”

“ใช่ค่ะ ปลื้มมาก ปุ่นว่ามันหาทานง่ายแล้วก็มีประโยชน์ด้วย”

“ผักก็มีประโยชน์มากเหมือนกันนะ พี่ว่า” เสียงคลื่นแทรกสถานี       ‘ดำปืน’ ดังขึ้นให้รำคาญใจอีกครั้ง และครั้งนี้แม้แต่ชายหนุ่มที่มีท่าทีใจดีอยู่เป็นนิจก็ทนไม่ไหวต้องถลึงตากลับไปก่อนจะชวนคุยต่อ

“พี่เดาว่าสมัยเรียนปุ่นต้องเป็นแฟนคลับร้านป้านานครปฐมแน่เลย ถูกไหมครับ”

“ถูกเผงเลยค่ะ ทุกครั้งที่ไปกินข้าวที่โรงอาหารปุ่นจะต้องอุดหนุนร้านป้านา ทั้งไข่ยัดไส้ ไข่ระเบิด ไข่ลูกเขย หรือแม้แต่ไข่ต้มป้านาแกยังทำได้อร่อยเลย”

“แล้วร้านน้องติ๊กแถวหน้าม. ล่ะครับ ปุ่นเคยไปอุดหนุนรึเปล่า ไข่เจียวหมูสับของที่นั่นก็ขึ้นชื่อนะ”

“ประจำเลยค่ะ ต้องสั่งกินคู่กันกับต้มยำรวมมิตร อร่อยเข้ากันสุดๆ” ปุณยวีร์ตอบกลับแล้วยิ้มกว้างจนดวงตายิบหยี

‘ไม่ผิดใช่ไหม’ หญิงสาวถามตัวเองหลังจากรู้ตัวว่าชักจะรู้สึกดีกับผู้ชายตรงหน้ามากเกินไปทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไร แล้วเธอก็ตอบตัวเองว่าไม่ผิด… ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันจนกระทั่งถึงวินาทีนี้ อีกฝ่ายช่างดีแสนดี ไม่เพียงให้ความช่วยเหลือ แต่ยังดูแลเอาใจใส่ ยิ่งได้รู้ว่าเขาเป็นรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยเธอก็ยิ่งรู้สึกสนิทใจพูดจาเป็นกันเองให้ความสนิทสนมราวกับเป็นคนที่เคยคุ้นกันมานาน

“ทีกับเรางี้ถามคำตอบคำ บางครั้งยังไม่ตอบเลยด้วยซ้ำ แต่กับคนบางคน… ถามแค่คำยังตอบกลับไปเป็นประโยคแถมยังมียิ้มกว้างๆ ให้อีก เฮ้อ… ก็คนเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันนี่เนอะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเหมือนอย่างเราๆ ใช่ไหมวะเจ้าเต้”

ยังเป็นเสียงยียวนของเจ้าของคลื่นรบกวนเจ้าเก่าที่พูดแทรกขึ้นมา ทั้งยังมีหน้ามาถามหาแนวร่วมอีก หากหนุ่มตี๋น้องเล็กของกลุ่มกลับส่ายหน้าหวือไม่อือออว่าเห็นด้วยเลยหลุดจากบัญชีรายชื่อคนไม่น่าคบของปุณยวีร์ไปแบบหวุดหวิด

ภควัตส่ายศีรษะพลางยิ้มอ่อนใจคนช่างแทรก และแม้จะไม่ได้ชวนปุณยวีร์คุยต่อแต่เขาก็ยังดูแลเอาใจใส่ด้วยการตักอาหารใส่จานให้เธอ ซึ่งสิ่งที่เขาเลือกก็ดันตรงกับใจของเธออีก ทำเอาหญิงสาวยิ้มปลื้มจนลืมความขุ่นมัวที่วิศวกรหนุ่มผิวเข้มพยายามก่อกวนมันขึ้นมาหลายครั้ง

“แล้วซื้ออะไรมาตั้งเยอะแยะครับน้องปุ่น เหมาหมดห้างเลยหรือเปล่า” เอาเข้าไป… หยุดแทรกเลิกแซวแล้วก็จริง แต่ก้องภพก็ยังทำตัววุ่นวายไม่เลิก คราวนี้เขาหันไปให้ความสนใจกับถุงข้าวของที่ถูกวางรวมกันไว้ทั้งบนเก้าอี้และชั้นสำหรับวางขวดน้ำและถังน้ำแข็งบ้าง

ปุณยวีร์รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังข่มใจตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่พยายามเค้นออกมาเต็มที่ว่า “ก็ของกินของใช้ทั่วไปนั่นแหละค่ะ”

“หือ ตัวแค่นี้ซื้อของกินของใช้อะไรเยอะแยะ ไหนขอชมหน่อยสิมีอะไรบ้างเอ่ย” และโดยไม่รอคำอนุญาตจากคนเป็นเจ้าของก้องภพก็ถือวิสาสะเปิดถุงเพื่อจาระไนสิ่งที่อยู่ข้างในด้วยตาตัวเอง

“อาหารแช่แข็งทั้งนั้นเลยนี่ บะหมี่ไก่อบซอสเทอริยากิ สปาเกตตีไก่สับ เกี๊ยวกุ้ง ข้าวผัดปู ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ข้าวหมูทอดกระเทียม ข้าวไก่ทอดกระเทียม ข้าวผัดกะเพรา โอ้ มายบุดดา!"

...TBC...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป