บทที่ 7: สบายขนาดนี้เลยเหรอ?

คำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัวจนเขาสับสน....

เขาลูบไล้เธอไปถึงไหน? ลูบไปถึงขาอ่อนเลยหรือเปล่า?แล้วนอกจากลูบ เขาทำอย่างอื่นกับเธอด้วยไหม?

ผู้ชายคนนั้นหยุดอยู่แค่ภายนอกจริงน่ะเหรอ?

เขาได้... สอดใส่เข้าไปหรือเปล่า?

ตอนที่ทั้งคู่เปลือยเปล่าต่อหน้ากัน พวกเขาทำอะไรกันบ้าง?

หากพิมวดียอมให้ผู้ชายคนนั้นเข้าไปสัมผัสข้างในจริง ๆ มันเนิ่นนานนานแค่ไหน?

พวกเขา... ใช้ท่าทางแบบไหนกันบ้าง?

ยิ่งจินตนาการไปไกลเท่าไหร่ ธนกรก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกผลักลงสู่เหวแห่งความสิ้นหวัง

มือข้างที่บีบคางของพิมวดีอยู่ก็ยิ่งออกแรง ในขณะที่มืออีกข้างเลื่อนต่ำลงไปเบื้องล่าง แล้วจับไปที่บั้นท้ายกลมมน บีบเคล้นอย่างแรงพลางกดสะโพกเธอเข้าหาเป้ากางเกงของเขา

แก่นกายของเขาแข็งขึงจนปวดร้าว มันโหยหาความอบอุ่นแฉะชื้นและต้องการจะแทรกซึมเข้าไปอย่างเร่งด่วน

แต่เขากลับชะงัก เพราะความแคลงใจบางอย่างยังไม่ได้รับการชำระสะสาง

อีกอย่าง ผู้หญิงร่าน ๆ อย่างเธอ ถ้าเขาเข้าไปตอนนี้ มันก็สมดั่งที่เธอหวังสิ

เธอสมหวัง แล้วเขาจะเป็นอย่างไร!

เขาไม่อยากให้เธอสมหวัง ทำได้เพียงเพิ่มแรงที่มือขึ้นเรื่อย ๆ บีบเคล้นหว่างขาของเธออย่างทารุณ

นิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับความเปียกชื้น มันเป็นของเหลวเหนียวเหนอะหนะที่เปรอะเปื้อนอยู่ตามโคนขาของพิมวดีโดยไม่คาดคิด

ธนกรชะงักไปครู่หนึ่ง เขารีบลูบไล้สำรวจต่อ เพียงเพื่อจะพบว่า ความเหนียวเหนอะหนะนั้นมันไม่ได้หยุดอยู่แค่โคนขา แต่มันอาบชโลมไปทั่วต้นขา น่อง จนถึงข้อเท้า

สัมผัสแบบนี้—

มันเหมือนกับผ่านบทรักที่เนิ่นนานและรุนแรง ราวกับว่ามีน้ำกามปริมาณมหาศาลถูกฉีดอัดอัดเข้าไปจนมดลูกรับไม่ไหว มันจึงไหลย้อนออกมาตามเรียวขาทั้งสองข้าง ไหลไปจนถึงข้อเท้า และสุดท้ายก็ไหลลงสู่พื้น

ดวงตาของธนกรแดงก่ำขึ้นมาทันที

เธอ...

เธอต้องผ่านผู้ชายกี่คน ถึงได้มีน้ำคาวโลกีย์ท่วมท้นจนไหลไปถึงข้อเท้าได้?

เมื่อกี้ในฟลอร์เต้นรำมีผู้ชายตั้งมากมาย ถึงแม้ตอนที่เขาไปถึง เธอจะแค่พิงอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่ง แต่...

สมองของธนกรสับสนวุ่นวายถึงขีดสุด

คนที่เขาเห็น น่าจะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายสินะ

ก่อนที่เขาจะไปถึง พิมวดีคงได้ทำเรื่องที่สามีภรรยาเท่านั้นที่ทำกันกับผู้ชายมากมายหลายคนไปแล้วสินะ

เมื่อไม่นานมานี้ ที่คลับกาแลคซี่แห่งนี้

ในขณะที่เขากำลังดินเนอร์กับหุ้นส่วนอยู่ในห้องส่วนตัว ส่วนเธอ—ภรรยาของเขา

กลับไปเริงร่าอยู่บนฟลอร์เต้นรำที่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เธอเปิดโอกาสให้ชายแปลกหน้ามากหน้าหลายตาได้สัมผัส ลูบไล้

และลุกล้ำเข้าไปในที่ที่แม้แต่เขาผู้เป็นสามี ยังไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปสัมผัส

“พิมวดี!” ธนกรกัดฟันกรอด “เธอเป็นเมียฉันนะ กล้าดียังไงไม่กลับบ้านตอนกลางคืนไม่พอ ยังกล้าแอบไปมั่วกับผู้ชายอื่นอีก! เธอยังมีความอายอยู่บ้างไหม!”

พิมวดีรู้ว่าธนกรเข้าใจผิด คิดว่าไวน์แดงที่ราดตัวเธอเป็นน้ำคาวโลกีย์ของผู้ชาย แต่เธอไม่คิดจะอธิบาย

มีอะไรต้องอธิบายด้วยเหรอ?

เธอก็เซ็นใบหย่าไปแล้ว

แค่ไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ พวกเขาก็ไม่มีความเกี่ยวข้องทางกฎหมายอีกต่อไป

แล้วผู้ชายที่กำลังจะกลายเป็นคนอื่นอย่างเขา จำเป็นต้องรับรู้เรื่องส่วนตัวของเธอด้วยงั้นเหรอ?

ไม่จำเป็น!

พิมวดีมองธนกรที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ แล้วเอ่ยปากอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย

“คุณธนกรคะ เราหย่ากันแล้ว คุณกับฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ไม่ว่าฉันจะนอนกับผู้ชายคนไหน นอนกับผู้ชายกี่คน ก็ไม่เกี่ยวกับคุณทั้งนั้น”

“กรุณายอมรับความจริงด้วยเถอะค่ะ ผู้หญิงที่คุณชอบที่สุดคือชลลดา สิ่งที่คุณชอบทำที่สุดคือทำให้เธอสุขสมอยู่ใต้ร่างคุณ ส่วนฉัน ภรรยาเก่าของคุณ ไม่มีผู้ชายให้นอนด้วย การออกไปหาผู้ชายคนอื่น ก็เป็นเรื่องปกติมาก”

“แต่เรายังไม่ได้จดทะเบียนหย่า ในทางกฎหมาย เธอยังเป็นภรรยาของธนกรคนนี้อยู่” มือทั้งสองข้างของธนกรที่บีบคางและบั้นท้ายของพิมวดีอยู่บีบแรงขึ้นพร้อมกัน

“เราแต่งงานกับหย่ากันมันต่างกันตรงไหนเหรอคะ? ยังไงคุณก็ไม่แตะต้องฉันอยู่แล้ว ต่อให้ตอนนี้เรายังเป็นสามีภรรยากันตามปกติ คุณไปนอนกับชลลดาได้ แล้วทำไมฉันจะไปนอนกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้ล่ะคะ?”

“อีกอย่าง ใบหย่าก็เซ็นไปแล้ว การหย่าของเราเป็นเรื่องของเวลาไม่ช้าก็เร็ว คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับฉัน!” พิมวดีโต้กลับ

ธนกรหัวเราะออกมาด้วยความโมโห “ฉันไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเธอเหรอ? วันนี้ฉันจะทำให้เธอดู ว่าฉันมีสิทธิ์ยุ่งกับเธอหรือเปล่า!”

พูดจบ เขาก็จับแขนพิมวดีลากไปยังประตูบานหนึ่งในห้องสวีท

ประตูที่ดูสวยงามถูกธนกรถีบเปิดออก ด้านในคือห้องน้ำ

ธนกรเหวี่ยงพิมวดีเข้าไปข้างใน ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือใหญ่ของเขาก็พุ่งไปที่หน้าอกของเธอ กระชากเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปของเธอจนขาดวิ่น

วินาทีต่อมา เขาหยิบฝักบัวขึ้นมา เปิดน้ำ สายน้ำเย็นเฉียบราดรดลงมาจากใบหน้าของพิมวดี

“...แค่ก ๆ ธนกร คุณจะทำอะไร?”

น้ำไหลเข้าจมูกเข้าปาก ทำให้พิมวดีที่เพิ่งจะยืนนิ่งได้สำลักออกมา

เธอกอดตัวเองไว้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวและความกลัวที่เริ่มจู่โจมขึ้นมา

แต่งงานกันมาห้าปี ถึงแม้ธนกรแทบจะไม่เคยทำหน้าดี ๆ ใส่เธอ แต่ก็ไม่เคยโกรธถึงขนาดนี้

การลากเธอเข้ามาในห้องน้ำแล้วเอาฝักบัวฉีดใส่แบบนี้ก็ไม่เคยมี

ตอนที่เขาโกรธที่สุด ก็แค่ครั้งที่แล้วที่เขาสงสัยว่าเธอจะขังชลลดาไว้ในลิฟต์ เขาเลยยัดแก่นกายเข้ามาในปากเธอเพื่อหยามกัน

ครั้งนี้...

“ฉันทำอะไรน่ะเหรอ?” ธนกรยกมือขึ้นบีบคางเธอ บังคับให้เธอมองหน้าเขา “ฉันจะล้างเธอให้สะอาด ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาดที่ผู้หญิงของฉันจะมีของเหลวจากผู้ชายคนอื่นติดตัวมาปรากฏอยู่ตรงหน้าฉัน”

“ธนกร ฉัน...แค่ก ๆ ฉันไม่ใช่...แค่ก...ไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ ฉัน...อื้อ...”

ธนกรไม่เถียงกับพิมวดีอีกต่อไป เขาโยนฝักบัวทิ้ง แล้วรวบเอวบางของเธอเข้ามา กดจูบลงไป

“คุณ...คุณปล่อย...”

พิมวดีดิ้นรนสุดแรง

เธอไม่ต้องการจูบกับเขา

เธอไม่อยากให้ริมฝีปากที่เคยจูบชลดามาสัมผัสเนื้อตัวของเธอ

ความคิดที่ต้องใช้ผู้ชายร่วมกับคนอื่นมันช่างน่าสะอิดสะเอียน

แต่ยิ่งเธอขัดขืน ธนกรก็ยิ่งบดขยี้ริมฝีปากแรงขึ้น มือที่โอบเอวบางของเธอรองน้ำจากฝักบัวที่ยังไหลอยู่เล็กน้อย แล้วไปปิดทับบนกลีบกุหลาบของเธอ ถูไถอย่างรุนแรง

“แล้วก็ตรงนี้ ตรงนี้ก็ต้องล้างให้สะอาด”

หลังจากถูไถอย่างรุนแรงอยู่ครู่ใหญ่ นิ้วหนึ่งของธนกรก็สอดลึกเข้าไปอีก คลำหาทางผ่านเข้าสู้ความลึกลับของร่างกายเธอ แล้วแทรกซึมเข้าไป

“ตรงนี้ด้วย ร่องรอยที่ผู้ชายคนอื่นทิ้งไว้บนตัวเธอ ต้องล้างออกให้หมด”

ที่ที่ไม่เคยมีใครรุกล้ำมาก่อน จู่ ๆ ก็มีปลายนิ้วสอดเข้าไป เจ็บปวดอย่างรุนแรง พิมวดีอดไม่ได้ที่จะครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

เสียงครางนี้ในหูของธนกร กลับถูกตีความไปว่าเธอรู้สึกดีมาก

สีหน้าของเขายิ่งดูแย่ลง

“รู้สึกดีขนาดนั้นเลยเหรอ? ดูท่าเธอจะขาดผู้ชายจริง ๆ สินะ นอนกับผู้ชายมาตั้งหลายคนทั้งวันทั้งคืนยังไม่พออีก ไม่ต้องห่วง ฉันจะสนองให้เธอเอง ไม่กี่วันก่อนป้อนปากบนของเธอไปแล้ว วันนี้ ฉันจะป้อนปากล่างของเธอให้อิ่มแปล้ไปเลย จะได้ไม่ต้องไปหาผู้ชายคนอื่นอีก!”

พูดจบ ธนกรก็เพิ่มนิ้วเข้าไปอีกสองนิ้ว พยายามจะสอดเข้าไปให้ลึกกว่าเดิม

พิมวดีเจ็บปวดจนทนต่อไปไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหลีกหนีจากสัมผัสของเขา

แต่เรี่ยวแรงของเธอจะไปสู้ธนกรได้อย่างไร

ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ มือของธนกรที่รัดเธอก็ยิ่งแน่นขึ้นเท่านั้น

การสัมผัสที่ใกล้ชิดขนาดนี้ ทำให้เธอรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามีบางสิ่งที่แข็งขืนกำลังดันอยู่ที่หน้าท้องของเธอ

นั่นคือแก่นกายของเขา

ความต้องการของเขาปะทุขึ้นแล้ว เขาต้องการจะ—

การกระทำของธนกรยืนยันความคิดของเธอ

มือของธนกรที่จับเอวเธออยู่เลื่อนออก แล้วหันไปปลดกระดุมกางเกงของตัวเอง รูดซิปลง

เขาต้องการจะครอบครองเธอ

ตอนที่เธอแต่งงานกับเขา เธอเตรียมพร้อมทั้งกายและใจที่จะมอบตัวเองให้เขา แต่เขาไม่ต้องการ ตอนนี้เธอกำลังจะหย่ากับเขาแล้ว เขากลับเลือกที่จะใช้กำลังข่มเหงเธอ

เขายังคงหยามเกียรติเธอไม่หยุดหย่อน

ด้วยวิธีที่ทำให้เธออัปยศที่สุด

เธอไม่ยอม!

พิมวดีดิ้นรนสุดชีวิต แต่มีหรือที่ธนกรจะปล่อยเธอไป

เธอถูกบีบจนหมดหนทาง มองเห็นธนกรควักแก่นกายออกมาแล้วโน้มตัวเข้ามาหาช่วงล่างของเธอ พิมวดีจึงกัดลิ้นของธนกรที่สอดเข้ามาในปากเธออย่างแรง

อาศัยจังหวะที่ธนกรเจ็บ เธอผลักธนกรออกไปสุดแรง แล้วยกมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“ธนกร คุณมันไม่ใช่คน!”

พูดจบประโยคนี้ น้ำตาของพิมวดีก็ไหลรินลงมา

นี่คือผู้ชายที่เธอเคยรักที่สุดนะ

เธอยอมปล่อยมือตามที่เขาต้องการแล้ว เธอก็ไม่ได้ไปยุ่งกับชลลดาคนรักของเขา แล้วทำไมเขายังต้องมาหยามเธออีก?

แถมยังใช้วิธีที่น่ารังเกียจที่สุดแบบนี้ด้วย

“ไม่ใช่คนเหรอ?” ธนกรเช็ดปากตัวเอง มองเลือดบนนิ้ว แล้วหัวเราะเยาะ “ในเมื่อฉันมันไม่ใช่คน แล้วตอนนั้นเธอให้คุณย่าบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอทำไม? ชอบนักหรือไงที่ได้แต่งงานกับสัตว์เดรัจฉาน ให้สัตว์เดรัจฉานเอากับเธอทั้งวันทั้งคืน? ตอนนี้ฉันที่เป็นสัตว์เดรัจฉานกำลังจะเอาเธอแล้ว เธอจะขัดขืนทำไม? เธอควรจะนอนลงดีๆ แล้วมีความสุขกับมันไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันไม่ได้ให้คุณย่าบังคับให้คุณแต่งงานกับฉัน!”

พิมวดีแก้ต่าง

ไม่ใช่เธอจริง ๆ

ถึงแม้ธนกรจะเย็นชากับเธอ เธอก็เอาแต่คิดหาวิธีเอาใจเขา แต่ไม่เคยคิดจะใช้วิธีบังคับแต่งงานเลย

ธนกรหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ

พิมวดีก็ไม่อยากจะเถียงกับเขาในเรื่องนี้อีก

“ก็ได้ค่ะ ต่อให้ตอนนั้นเป็นฉันที่บังคับ ถือว่าฉันตาบอดดูคนผิดไปได้ไหมคะ? ตอนสาว ๆ ใครบ้างไม่เคยรักคนเลว ตอนนี้ฉันกลับตัวกลับใจแล้วไม่ได้เหรอคะ?”

พิมวดีมองธนกรด้วยดวงตาแดงก่ำ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมาอีก

“ธนกรคะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ควรรักคุณ ไม่ควรคาดหวังอะไรลม ๆ แล้ง ๆ จากคุณ ตอนนี้ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่รักคุณแล้ว คุณปล่อยฉันไปได้ไหมคะ?”

พูดจบ พิมวดีก็ก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งบนพื้น แล้วเดินเท้าเปล่าจากไป

ในห้องน้ำ

ธนกรยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน

คิดถึงสองประโยคสุดท้ายที่เธอตะโกนออกมา และแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของเธอ ธนกรก็หัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช

“พิมวดี ระหว่างเราสองคน ใครกันแน่ที่เป็นคนเลว?!”

พิมวดี เป็นฉันจริง ๆ เหรอที่ผิดต่อเธอ?

ทั้ง ๆ ที่เป็นเธอต่างหากที่ผิดต่อฉันก่อน!

เป็นเธอที่ทิ้งฉันไปก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป