บทที่ 1 ใครตีหัวข้า ทำไมเจ็บหัว

บทที่ 1 ใครตีหัวข้า ทำไมเจ็บหัว

ความเจ็บแบบนี้มันคืออะไรกันนะเนี่ย ทั้งอาการปวดหัวปวดกระโหลกระดับสิบ

ถางเป้ยอี้มองไปรอบตัวด้วยความมึนงง นางรู้สึกว่าภาพรอบตัวมันแปลกไปจากเดิม แปลกมาก แปลกจนไม่น่าเชื่อ

การที่ล้มหัวฟาดพื้นมันต้องเห็นอะไรแปลก ๆ ไปหมดเลยแบบนี้เหรอ

โต๊ะข้าง ๆ  มันต้องเป็นโต๊ะกระจกมีแจกันดอกไม้

แต่ทำไมกลายเป็นโต๊ะหยกสีขาวแบบนี้ กาน้ำชาอีก ที่ห้อง

ถางเป้ยอี้ไม่เคยมีนะ มองที่เตียง ทำไมเตียงมันใหญ่กว่าเดิม ผ้าปู หมอน ผ้าห่มก็เป็นสีชมพูอีก เธอเกลียดสีชมพูจะตาย

ปลายเตียงเป็นบานประตูไม้สลักลวดลายดอกไม้

ซึ่งนางไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร และนางก็ไม่อยากจะคิดตอนนี้ด้วย

ห้องนี้แปลก ๆ ไม่ใช่ห้องเธอแน่ ๆ

ด้านข้างยังมีฉากไม้อันใหญ่ตั้งอยู่ด้วย

เธอมาอยู่บ้านใคร หรือว่าล้มแล้วมีคนหอบเอาร่างเธอมาพักที่นี่ ไม่น่าใช่ ล้มหัวฟาดพื้นหน้าบ้านตัวเองแท้ ๆ จะไปโผล่บ้านอื่นได้อย่างไรกัน

โอ้ยปวดหัว ปวดจนเจ็บร้าวไปทั้งกะโหลก

ถางเป้ยอี้ปวดหัวจนตาเหลือก กระเสือกกระสนบนเตียงด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

ยา… ใช่ต้องกินยา กินพาราไปเลยสักห้าเม็ดไม่งั้นได้ตายก่อนรู้เรื่องแน่ ๆ ว่ามาโผล่ได้ไงที่บ้านใครยังไม่รู้

ความเจ็บปวดที่กะโหลกหนา ๆ ของนางที่มีเพิ่มขึ้น

อีกเท่าจนถางเป้ยอี้กัดปากไม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บ สติที่มีเริ่มเลือนหายไป ทีละน้อย ๆ ก่อนจะวูบไปจริง ๆ

“เจ้ามันไม่มีคนรักคนสนใจ อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์”

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกความสนใจจากถางเป้ยอี้

ที่ยืนงงอยู่

อะไร วูบแล้วมาโผล่อีกที่ ไหนจะเป็นสวนดอกไม้อีก

แล้วนั่นเสียงใคร

นางเดินตามเสียงไปจนพบหญิงสาวสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ทั้งสองมีใบหน้างดงาม รูปร่างถือว่าคนที่อยู่

ในชุดสีชมพูกินขาด ส่วนคนชุดขาวหน้าอกแบนไปไหน

แต่ว่า เฮ้ย… นั่นมัน... คนชุดชมพูหน้าเหมือนเธอเลย

แต่ว่าหน้าอกใหญ่กว่าเท่านั้น หรือว่านางมีแฝด

ไม่น่าใช่ ตอนแม่อยู่เธอเคยเห็นรูปเห็นใบเกิดแล้วเธอไม่มีแฝด แล้วผู้หญิงคนนี้ทำไมหน้าพิมพ์เดียวกับเธอเลย

แล้วนี่มองกันอย่างกับจะฆ่ากัน

“เจ้าคิดว่าเขารักเจ้าจริง ๆ หรือ เขาก็อยากได้ประโยชน์จากเจ้าเช่นกัน ไม่งั้นเขาไม่ยุ่งทั้งเจ้าและข้าในเวลาเดียวกันเช่นนี้”

“หึ ถึงจะยุ่งกับเจ้า แต่ข้าก็เหนือกว่าเพราะเขา

ให้ความสำคัญกับสตรีที่อ่อนหวาน อ่อนโยนใสซื่อแบบข้า ไม่ใช่สตรีที่เอาแต่ใจ เรียกร้องทุกอย่างเช่นเจ้า หากเจ้าไม่มีบิดา

เป็นเสนาบดี ตำแหน่งใหญ่กว่าพ่อข้า เจ้าคิดว่าเขาจะให้เจ้าเหนือกว่าข้าหรือ ตำแหน่งพระชายาเอกต้องเป็นของข้าด้วยซ้ำไม่ใช่ของเจ้าอย่างที่เจ้าหวัง”

“แล้วอย่างไร ตอนนี้เขาได้เอ่ยแล้วว่าจะเลือกข้า

แต่งเป็นพระชายาเอก ถึงเขาจะชอบเจ้ามากกว่า แต่เขาก็ให้เจ้าเป็นพระชายาเอกไม่ได้”

“เจ้าคิดว่าจะได้แต่งหรือ”

“ใช่ แม้ข้าไม่รักข้าก็จะแต่ง เพียงเอาชนะเจ้าได้เท่านั้น ส่วนความโปรดปราน ข้าว่าข้าทำได้เมื่อแต่งเข้าไป สตรีจืดชืด

ทำได้เพียงอ่อนหวานไปวัน ๆ อย่างเจ้าแล้วลับหลังยังทำตัว

ร้ายกาจ สักวันเขาก็เบื่อหน่ายเพราะเจ้าเอาแต่ตีหน้าซื่อ”

“สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าอย่าหวังว่าจะได้แต่งเลยถางเป้ยอี้”

ด้านหลังของผู้หญิงชุดชมพู มีผู้หญิงอีกคนย่องเข้ามาพร้อมกับท่อนไม้ในมือ ถางเป้ยอี้ที่เห็นได้แต่ร้องเตือนแต่ว่าแม้จะร้องเสียงดังขนาดไหน ผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกับเธอก็ไม่ได้ยิน

ทันทีที่ท่อนไม้ฟาดถูกหัว ผู้หญิงคนนั้นก็ล้มลงแน่นิ่ง

ไปทันที ตายง่ายหรือว่าสลบเนี่ย ทีเดียวน็อค

“ดูว่านางตายหรือไม่”

ผู้หญิงชุดขาวพูดออกมา ทำให้ผู้หญิงที่น่าจะเป็นคน

ของหญิงชุดขาวเอื้อมมือไปแตะใกล้จมูก

“ตายเจ้าค่ะคุณหนู”

“ดี ข้าจะได้หมดศัตรู นางร้ายกาจขนาดนี้ ตายไปก็ไม่มีใครสนนอกจากบิดาของนาง”

“คุณหนูไม่กลัวว่าจะถูกจับได้หรือเจ้าคะ”

“ใครจะมาจับได้ ที่นี่ไกลตาผู้คน นางโง่ที่เชื่อจดหมายแล้วออกมาเองสมควรตายแล้วกล้ามาคิดแย่งบุรุษคนเดียวกับข้า”

“แล้วจะให้ทำอย่างไรกับศพของนางกัน”

“ทิ้งไว้เฉย ๆ แถวนี้ใกล้ชายป่า ค่ำหน่อยศพนางคงถูกสัตว์ป่าลากไปแทะกินเอง พอมีคนพบ จะได้เข้าใจว่านางถูกสัตว์ป่าทำร้าย ไม่ใช่ถูกใครฆ่า”

“เจ้าค่ะ”

ทั้งสองเดินจากไปทันที ถางเป้ยอี้เดินเข้าไปดูร่างที่ไร้

ลมหายใจ ก่อนจะมองใกล้ ๆ

มองอย่างไร ซ้ายที ขวาที ด้านข้าง ด้านหลังเหมือนนางไม่มีผิด หรือว่านี่จะเป็นอีกโลกแล้วนางก็มีอยู่ทุกโลก

เพราะสถานที่พวกนี้แปลกตามาก ไม่เคยเห็นมาก่อน คำพูด

การแต่งตัว การกระทำก็ไม่เหมือนกัน อย่างกับในหนังจีนเช่น

บูเช็กเทียน เจินหวน ในนิยายจีนแบบนี้

หรือว่า ข้าหลุดมาอีกโลก

พระเจ้า เป็นไปได้ไง แล้วหลุดมาเป็นวิญญาณโง่ ๆ

ตัวหนึ่ง ลอยไปลอยมาไร้แก่นสารเนี่ยนะ ได้ไงกัน

หืม เดี๋ยวนะ ถ้าเธอหลุดมาอีกโลกได้ แสดงว่า บ้าไปแล้ว แค่ล้มหัวฟาดพื้น สาเหตุเพราะลื่นถุงเนี่ยนะทำเธอตายเลยเหรอ เป็นไปไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะตายโง่ ๆ ได้ขนาดนี้

ตายเพราะลื่นถุง ใครรู้เข้าคงจะอายมาก หมอพยาบาลที่พิสูจน์ศพคงจะทำหน้าไม่ถูกกันเลย อีบ้านี่ตายเพราะลื่นถุงหน้าบ้านตัวเอง

“เจ้าคือถางเป้ยอี้”

เสียงข้างหลังทำเอาถางเป้ยอี้ที่เศร้ากับสาเหตุการตายของตัวเองอยู่สะดุ้งสุดตัว หันไปมองข้าหลังเห็นเป็นเงาเลือนลางของผู้หญิงชุดชมพูที่เพิ่งถูกไม้ฟาดตาย

เราสองหน้าตาเหมือนกัน ตายก็อนาถพอ ๆ กัน คนหนึ่งล้มเพราะลื่นถุง อีกคนตายเพราะถูกไม้ฟาดทีเดียว กะโหลก

ของเราสองคนอ่อนแอจริง ๆ แค่นี้ถึงกับตาย

“ใช่ เธอคือวิญญาณจากศพนี้เหรอ”

“ใช่ ข้าก็ชื่อถางเป้ยอี้ เสียดายที่ข้าเสียรู้เลยตาย

เพราะข้าอยากมาสมน้ำหน้ามันแท้ ๆ ”

เอ่อ ตายเพราะโง่อยากสมน้ำหน้าคนอื่น ไม่รู้จะพูดอะไรเลยทีเดียว จะสงสารก็รู้สึกแปลก ๆ

“แล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่”

“ข้าเรียกมาเอง เห็นว่าไหน ๆ เราก็เป็นฝาแฝดกันแค่เกิดคนละโลก เจ้าตายแล้วแต่ว่ายังไม่ใช่เวลาที่สมควร ข้าเลยอยากให้เจ้าได้มีชีวิตต่อในโลกนี้ แทนที่ข้า อยู่ในร่างข้า เอาคืนให้ข้า เจ้าถือเป็นพี่สาวข้า เจ้าต้องแก้แค้น”

ถางเป้ยอี้ตาโตชี้มาที่ตัวเอง ข้าเนี่ยนะ ข้าก็ร้ายอยู่หรอก แต่ว่าเอาวิญญาณข้าข้ามโลกมาเพราะว่ามาแก้แค้นเนี่ยมัน

ก็เกินไปหน่อย

“แล้วเจ้าไม่กลับเข้าร่างเองละ”

“ข้าหมดวาสนาแล้ว ต้องไปเกิด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดเป็นอะไร เจ้าต้องมาอยู่ร่างนี้ เพราะถ้าไม่ เจ้าจะเป็นวิญาณเร่ร่อน

ไม่มีที่ไป รออีกเป็นร้อยปีกว่าจะได้ไปเกิดเพราะต้องรอเวลา”

อืม… ชีวิต ตายแล้วยังต้องมาโดนผีที่เป็นแฝดน้องขู่

ช่างดีจริง ๆ

“แล้วฉันจะอยู่อย่างไร ฉันไม่รู้ว่าเธอคือใคร เป็นใครจากไหน นิสัยอย่างไร โอ้ย เอาง่าย ๆ คือตายแล้วฟื้นจำอะไรไม่ได้

เริ่มใหม่ทั้งหมด จะไม่ตายซ้ำอีกรอบเพราะยัยนั่นหลอกมาฆ่า

อีกรอบเหรอ”

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ความทรงจำเอง เจ้าจะได้รู้ทุกเรื่อง”

“เอาง่าย ๆ คือฉันไม่มีทางเลือก”

“ใช่เจ้าไม่มีทางเลือก นี่คือทางเลือกเดียว”

“ถามอีกอย่าง นี่คืออดีตในตอนที่เธอถูกทำร้ายแต่ว่า

มีคนช่วยพากลับจวน ฉันเข้าใจถูกนะ”

“ใช่ มีพรานป่าผ่านมาพอดี และเขากับข้าเคยรู้จักกันเพราะข้าช่วยเขาไว้ เขาจึงพาข้ากลับไปส่งที่จวน ด้วยตอนนั้นลมหายใจของเจ้ามาต่อลมหายของข้า ทำให้ไม่มีคนรู้ว่าข้าตายแล้ว ที่พาเจ้ามาที่นี่ เพียงอยากให้รู้ว่าคนร้ายที่ฆ่าข้าคือใคร”

ถางเป้ยอี้พยักหน้าเข้าใจก่อนจะได้ถามอะไรร่างของแฝดผู้น้องก็เลือนหายไปทันที

“ข้าต้องไปแล้วพี่สาว จากนี้ใช้ชีวิตให้คุ้ม ข้าคิดว่าท่านร้ายกว่าข้าร้อยเท่า อย่าได้ให้เสียชื่อนางมารร้ายของข้าละ แต่เอาที่ร้ายแบบมีสมองอย่างท่านหน่อยแล้วกัน ไม่ใช่ร้ายแต่ไร้สมองอย่างข้า จนพลาดตายอนาถแบบนี้”

อีกฝ่ายพูดจบก็หายไปทันที

เอ่อ …ดีจริง ๆ ด่าตัวเองว่าร้ายแบบโง่ ๆก่อนไปก็ได้

ถางเป้ยอี้รู้สึกว่าความเจ็บที่หัวเริ่มมากขึ้นอีกครั้ง

ความทรงจำต่าง ๆ ไหลเข้ามาดั่งสายน้ำหลากที่เชียวกราก

ความทรงจำของผู้เป็นน้องสาวเข้ามาฉายชัดในหัว

ชื่อของร่างนี้คือชื่อเดียวกับเธอ ถางเป้ยอี้ บุตรสาวเสนาบดี

ผู้เป็นคนสนิทของฮ่องเต้ มีอำนาจ เงินทองเส้นสาย นิสัยร้ายกาจทำร้ายคนไปทั่ว ไม่เห็นหัวใคร ไม่สนใจสิ่งรอบตัว สนใจเพียงสิ่งที่ต้องการ แต่ว่าก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าด้านดี ๆ คนอื่น

ไม่เคยเห็น พอจะเห็นก็เห็นแต่ด้านร้าย ๆ

ก่อนหน้านี้มีองค์ชายรองเข้ามาเกี้ยวพาทั้งถางเป้ยอี้และซูจินผู้หญิงชุดขาวที่ตลอดมาทำตัวนางเอก แต่ลับหลังคนอื่นก็ร้ายมาหาเรื่องนางไม่เว้นวัน ทำให้นางกลายเป็นคนร้ายกาจ

ในสายตาคนอื่น ๆ คือเอาตัวเองดี เอาชั่วใส่คนอื่น

ร้ายจริงนังนี่ ต้องเจอนางร้ายมือตบจากโลกอนาคต

อย่างฉัน ชอบแสดงละครมากแม่จะจัดให้สมใจอยาก

เดียวเปิดโรงละครใหญ่ให้เลย เอาแบบคนดูเป็นแสน

จะได้เด่นดังแม่นางเอกตัวดี

แต่แฝดน้องของเธอก็โง่จริงเหละ บ้ารึเปล่า ยอมแต่งเพราะอยากเอาชนะ เอาหัวที่ไหนคิด เห้อ นี่คือโลกโบราณจริง ๆ

ถ้าจะชนะ จะฉีกหน้า ต้องทำได้แบบสวย ๆ ดูฉัน

เป็นตัวอย่างนี้ ฉันจะทำให้ดูว่านางร้ายนะ เขาเป็นกันอย่างไร

บทถัดไป