บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลง
บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลง
เป้ยอี้มองสภาพตัวเองที่หลังจากกินข้าวปลาอาหาร
ของหวานที่เต็มโต๊ะ ก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงของตัวเองกลับคืนมาหลายส่วน อาหารช่วยได้มากจริง ๆ ถ้าหลับนานกว่านี้มีหวังตื่นมาเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตพอดี คงต้องลำบากทำกายภาพไปเป็นเดือน
ถึงจะเดินได้เป็นปกติ
มีแรงแล้วแต่ยังไม่มาก นอนเอาแรงอีกดีกว่า
“คุณหนู นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เป้ยอี้เพิ่งเดินกลับไปถึงเตียงถอนหายใจเสียดายเล็กน้อย แต่เดี๋ยวค่อยมานอนก็ได้ นางต้องวางแผนเอาชีวิตรอดก่อนจะถูกฆ่าอีกรอบ เสียชื่อนางร้ายพอดี เพื่อน ๆ ในโลกก่อนอุตส่าห์ตั้งให้เพราะความร้ายลึกที่แทบจะไม่มีใครกล้าตั้งตัวขึ้นมาเป็นศัตรู
ในวงการบันเทิงนางคือเบอร์หนึ่งที่ร้ายในแบบของตัวเอง ร้ายแบบผู้ดีทั้งในจอและนอกจอ เรียกได้ว่าไม่มีใครเทียบได้
เฮ้อ… คิดถึงตรงนี้นอกจากหมอและพยาบาลที่ตกใจสาเหตุการตาย เหล่าแฟนคลับและนักข่าวที่เขียนข่าวคงทำให้นางอายจนตอกฝาโลงไม่มิด
คนอะไรลื่นถุงตาย
โลกนั้นแซ่ถางชื่อเป้ยอี้ โลกนี้ยังไม่พ้นชื่อเดิม สงสัย
ต้นตระกูลของนางก็มาจากที่นี่ละมั้ง แซ่ถางเหมือนกันเชียว
งั้นมาสร้างความมั่งคั่งให้ตระกูลดีกว่า
เป้ยอี้ให้ซือซือช่วยพยุงนางลุกไปล้างหน้าล้างปาก
ไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดออกเสียงดังสนั่น ก่อนร่างของบิดา
จะวิ่งเข้ามาถึงตัวแล้วกอดนางแน่น
ท่านพ่อ ข้าจะตายเพราะขาดอากาศแล้วเนี่ย
“ท่านพ่อ ข้าหายใจไม่ออก”
ถางเล่อถงหรือเสนาบดีถางถึงกับถอยห่างบุตรสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจของตัวเอง เขาน้ำตาซึมมองนางไม่หยุดกลัวว่านางจะยังเจ็บที่ตรงไหนอีก บุตรสาวที่น่ารักของเขา เขาเฝ้าดูแลถนอมนางในมือแต่ใครก็ไม่รู้มากล้าทำร้ายบุตรสาวเขา
ดวงตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยทำให้เป้ยอี้รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว นางกำลังคิดถึงพ่อนางที่อยู่อีกโลก แต่ในโลกนั้นพ่อนางตายจากไปตั้งแต่เป้ยอี้อายุได้สิบขวบ ทำให้เธอต้องอยู่ในความดูแลของคุณยายมาตลอดส่วนแม่ก็ตายหลังจากคลอดเธอได้
ไม่นาน
ชีวิตในโลกนั้นกับที่นี่ไม่ต่างกันมาก ต่างเพียงพ่อในโลกนี้ยังมีชีวิตอยู่และพ่อนางกับน้องสาวก็เหมือนกันจนน่าจะเป็น
คนเดียวกันเลย
เป้ยอี้กระโดดเข้ากอดผู้เป็นพ่อ นางร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ทำเอาถางเล่อถงถึงกับตกใจกับท่าทีของบุตรสาว เขาได้แต่ตบที่แผ่นหลังบุตรสาวเบา ๆ เพื่อปลอบโยนให้นางเลิกร้องไห้
“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านคิดถึงมาก ๆ เลย”
“พ่อก็คิดถึงเจ้า ดูสิ เจ้าซูบลงมาก แล้วนี่กินอะไรหรือยัง”
เป้ยอี้ละออกจากบิดาที่กำลังดูรูปร่างของนาง
มองรอยแผลที่แขนที่ถลอกซึ่งตอนนี้แผลหายแล้วเหลือเพียงแผลเป็นเล็กน้อย ทายาคงหายในอีกสองสามวัน
“ข้ากินแล้วเจ้าค่ะ กินมากด้วยเรี่ยวแรงเลยมีมากกว่าตอนฟื้น”
“อย่าได้ออกไปข้างนอกเพียงคนเดียวอีกเข้าใจหรือไม่
ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปแล้วพ่อจะอยู่อย่างไร ดูเจ้าถูกทำร้ายนอนไม่ได้สติ พ่อแทบขาดใจอยากเจ็บแทนเจ้า”
“ข้าไม่ไปไหนแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะระวังให้มากกว่านี้ ฮือ ๆ ท่านพ่อ”
“เอาอย่างนี้ พ่อจะให้ผู้คุ้มกันกับเจ้าสองคน แบบนี้
ถึงค่อยสบายใจไม่รู้ว่าเจ้าจะถูกใครทำร้ายอีก พรานป่าที่พบเจ้าเขาบอกว่าเจ้าถูกทำร้ายจากคนไม่ใช่สัตว์ป่า แล้วจำอะไรได้หรือไม่”
เป้ยอี้เงียบไป นางไม่อยากบอกเรื่องนี้เพราะถึงบอกออกไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก งั้นเอาเรื่องนี้ใส่ร้ายคนอื่นดีกว่า
“ข้าได้รับจดหมายจากองค์ชายรอง ท่านพ่อ เขาคงเกลียดข้ามาก ข้าไม่แต่งแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อต้องช่วยข้านะบุรุษแบบนี้ข้าก็ไม่แต่งให้แล้ว แต่งไปเขาฆ่าข้าขึ้นมาจะทำอย่างไร”
ถางเล่อถงสีมีหน้าตกใจ เขาแสดงความโกรธออกมา
ทางสีหน้า จับไหล่สองข้างของบุตรสาวแน่นมองนางด้วยสายตา
แน่วแน่
“พ่อจะจัดการเอง บุรุษเช่นนั้นไม่เหมาะสมกับเจ้า
อีกอย่างอนาคตอย่าหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพ่ออีก
คนแบบนั้นพ่อไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ เรื่องนี้ เราต้องเงียบ
ไว้ก่อนไม่มีหลักฐานแน่ชัด เสียดายจริง ๆ ถ้าเขาพลาดมา
พ่อจะเหยียบให้จมดินเชียว”
เป้ยอี้ยิ้มพอใจ ต้องอย่างนี้สิ องค์ชายรอง เจ้าไม่มีข้าไม่มีตระกูลถางหนุนหลัง ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าท่านจะยังดีใจที่ไม่ได้แต่งงานกับข้าอีกหรือไม่ หลังจากนี้ข้าจะทำให้ท่านแสนเสียดายข้าจนกระอักเลือดตาย
นางจะทำให้ทุกคนจดจำนางในแบบใหม่ คุณหนูถาง
ที่งดงามล้ำค่าชาญฉลาด บุรุษทั่วทั้งเมืองหลวงต้องสนใจ
ในตัวนาง เปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม จนลบภาพเก่า ๆ
ในความทรงจำคนอื่นทิ้ง
“ท่านพ่อ ข้ามีอีกเรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจ”
“หืม เรื่องอะไร”
พ่อลูกประคองกันมานั่งที่เตียง เป้ยอี้บีบน้ำตาออกมา
จนหยาดน้ำตาสีใสไหลลงมาเปื้อนใบหน้า การแสดงของนางสมจริงมากเหมือนว่าน้ำตาที่ออกมาจากความรู้สึกเจ็บปวด
ของนางจริง ๆ
“อยากจะเลือกสามีเองเจ้าค่ะ พอมีทางหรือไม่”
ใบหน้าบิดาฉายความไม่เข้าใจก่อนจะนิ่งเงียบ ตกใจ
ที่อยู่ดี ๆ นางก็มาพูดเรื่องสามีขึ้นมา คำขอนี้ของเป้ยอี้ดูจะสร้างความลำบากเพราะนางคือคุณหนูที่มีชื่อเสียงถึงจะไม่ดีก็เถอะ
แต่ว่ามีอำนาจ ตระกูลบิดาเป็นคนสนิทฮ่องเต้ใครจะไม่สนใจนางกัน
“มีทางเดียว เจ้าต้องรีบหมั้นหมาย”
เป้ยอี้เหมือนถูกค้อนทุบหัว นางหนีจากองค์ชายรอง
หน้าโง่ยังต้องเร่งมือหาผู้ชายมาหมั้นด้วย แล้วจะเอาจากไหน ชื่อเสียงยิ่งไม่มีดีอยู่ด้วยใครจะกล้ามาลองดีคบหากับนางกัน จากที่เคยแสดงละครมา พวกหนังจีนส่วนมากจะเลือกคู่เองไม่ได้
จะเป็นครอบครัวจัดการแต่บิดานางไม่มีทางบังคับนางแน่ คนที่บังคับนางได้คือฮ่องเต้เพียงคนเดียว ใช่ สมรสพระราชทาน ถ้านางถูกยกให้ใครนางปฏิเสธไม่ได้อีก
เกิดมายุคนี้ซวยจริง ได้ผัวโดยที่ไม่ได้เต็มใจ ไหนจะผัวคนนั้นยังมีเมียได้อีกเป็นโหล
“ท่านพ่อ ข้ายังไม่เจอใครที่ถูกใจเลย”
“งั้นพ่อจะลองทูลขอกับฮ่องเต้เรื่องนี้ พ่อทำดีไว้มาก
ไม่เคยร้องขอสิ่งใด ไม่แน่ว่าฮ่องเต้จะเห็นใจเราพ่อลูก”
โถท่านพ่อ ข้ากลัวแต่เราจะถูกฮ่องเต้ซ้ำเติมนะสิไม่ว่า ถึงคิดงั้นเป้ยอี้ก็ไม่ได้พูดออกไป นางพยักหน้ารับ พูดคุยเรื่อง
ต่าง ๆ ที่กังวลใจกับบิดาต่อ จนมาถึงเรื่องของซูจิน
บิดานางพูดถึงซูจินอย่างเผ็ดร้อนว่า เป็นสตรีที่หน้าด้านกล้าเอ่ยปากว่าจะขอแต่งให้องค์ชายรองเช่นเดิม สงสัยกลัวว่าไม่ได้แต่ง ดูแล้วบิดานางจะไม่ชอบซูจินเท่าไร อีกอย่างเสนาบดีซูก็ไม่ถูกกับบิดานางเพราะอีกฝ่ายถือหางองค์ชายรองให้เป็นว่าที่รัชทายาท
“ท่านพ่อ ช่างเขาเถอะต่อจากนี้ถ้าเขายุ่งกับข้า ข้าจะไม่ยุ่งกับพวกเขา ข้าเห็นแล้วว่าทั้งสองรักกันมากจริง ๆ ไม่งั้นคงไม่ทำร้ายข้าหวังให้ข้าตาย เขาจะได้แต่งซูจินเป็นเอกแทนข้าหรอก”
พูดไปเป้ยอี้ก็ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยก ได้บิดาเข้ามา
โอบกอดปลอบใจ
“หึ พ่อจะหาคนที่ดีกว่านี้มาให้เจ้า ให้สองคนนั้นเทียบไม่ได้เลยทีเดียว”
“ท่านพ่อดีที่สุด ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ แต่สุดท้ายข้าจะเอาหรือไม่ ท่านต้องถามข้าก่อนนะ”
เป้ยอี้ยังไม่มั่นใจที่จะย้ำอีกรอบ ผัวนาง นางต้องเลือกเองถึงจะถูก ที่นี่บุรุษมันยิ่งใจแตกกว่าสตรีอยู่ด้วย มีเมียก็ได้หลายคน ส่วนนางถูกกดข่มต้องมีผัวคนเดียว
ฉะนั้นนางต้องใช้เวลาเลือกหน่อย
“แน่นอนพ่อถามเจ้า ชอบไม่ชอบสุดแล้วแต่เจ้าเลือกเลย”
ดียิ่งบิดาตามใจขนาดนี้ ช่างเกิดมาโชคดีจริง ๆ
ที่เกิดมาแล้วมีคนใส่ใจความรู้สึกมากขนาดนี้ อิจฉาที่นางงดงาม
มีบิดาเอาใจ หรือซูจินเจ้าจะอิจฉาข้ามากกว่าเดิมร้อยเท่าจากนี้
อยากได้องค์ชายรองโง่ ๆ ที่ได้แต่ทำตามมารดาบอก
ก็เอาไป คนแบบนั้นข้าไม่อยากได้สักนิด
