บทที่ 4 เป็นข้าที่ผิดเอง

บทที่ 4  เป็นข้าที่ผิดเอง

เป้ยอี้ออกมาเดินเล่นกับซือซือที่ตลาดเพื่อเลือกหาของใช้จำเป็น หรือเอาง่าย ๆ นางอยากออกมาเปิดหูเปิดตาว่าที่โลกนี้ต่างมากหรือเหมือนกันในความรู้สึกที่ต้องเดินซื้อของ สายซื้อแหลกอย่างนางจะได้ตัดสินใจถูก

สายตาหลายคนมองมาที่นางเป็นตาเดียว เหล่าบุรุษ

ชมในความงดงามที่เหนือสตรี ส่วนสตรีด้วยกันก็เอาเรื่องนางออกมาพูดสนุกปาก แต่ใครจะสน เพียงข่าวเล็กน้อยนางไม่แคร์สักนิด

“คุณหนูพวกเขาพูดเรื่องท่านกันใหญ่เลย”

เป้ยอี้มองซือซือที่กำลังโกธร สายตาของนางเลื่อนไปยังเหล่าสตรีที่จับกลุ่มพูดคุยสนุกปาก มองนางด้วยสายตารังเกียจ พวกเจ้ารังเกียจข้าคิดว่าข้าอยากคบหาพวกเจ้ามากหรืออย่างไร หน้าตาก็ไม่ดียังมาต่อว่าให้ร้ายคนอื่น มิน่าถึงอิจฉานาง

เป้ยอี้ยิ้มเย็นตอบกลับ ทำเอาพวกนางหลบตาแทบไม่ทัน สายตาของเป้ยอี้เปลี่ยนไป นางมองด้วยความราบเรียบเย็นชา ไม่ได้ร้องกรีดออกมาเมื่อไม่พอใจอย่างที่เคยทำ การเปลี่ยนแปลงของนางสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้คนที่เคยรู้จักนางมาก่อน

ใบหน้างดงามเชิดขึ้น นางเดินผ่านไปราวกับว่าไม่เห็นใครในสายตา คนอย่างนางมีทั้งอำนาจเงินทองไม่เห็นต้องสนใจใครหน้าไหน แม้แต่องค์ชายบางองค์ยังต้องเกรงใจนางด้วยซ้ำ เช่นองค์ชายรองเป็นต้น

เมื่อสามวันก่อนบิดานางเอ่ยเรื่องขอถอนหมั้นกลาง

ท้องพระโรงทำเอาองค์ชายรองถึงกับตั้งตัวไม่ทันที่อยู่ ๆ นางก็ให้บิดาไปถอนหมั้น ไหนจะเรื่องที่ฮ่องเต้เห็นด้วย ปลอบใจนางด้วย

ราชโองการเลือกคู่ได้เองทำเอาเขาถูกมารดาเรียกไปต่อว่ารวมถึงซูจินที่ต้องรองรับอารมณ์เรื่องนี้ด้วย

ทำเอาตอนนี้เป้ยอี้เหมือนเสือติดปีกที่พร้อมไปทุกด้าน การที่นางร้องขอถอนหมั้น สร้างความอับอายให้กับองค์ชายรองอย่างมาก มากถึงกับอีกฝ่ายเร่งมาหานางถึงจวนเมื่อจบเสร็จงานออกว่าราชการในตอนเช้า แต่เป้ยอี้ปฏิเสธที่จะพบหน้า คนแบบนั้นไม่มีค่าอะไรในสายตานางอีก ใยนางต้องสนใจให้ค่ากับเขา

มีนางในมือไม่รักษา จะมาถามหาเอาอะไรตอนนี้

ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้านางยิ่งเย็นชามากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกของนางคือการหักหน้าอีกฝ่ายจนอีกฝ่ายโงหัวไม่ขึ้น ส่วนซูจินตั้งแต่ที่นางฟื้นอีกฝ่ายก็ไม่มาอีกเลยเก็บตัวเงียบ

ทำตัวเหมือนตายไปแล้ว

คงกลัวว่านางจะเอาเรื่องนี้บอกบิดาแล้ว ตามนิสัยเดิม

ที่ชอบทำ

ซูจินเป็นบุตรของภรรยารอง ทำให้นางไม่ได้มีหน้าตา

ทางสังคมมากนัก ถึงจะได้แต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ก็เป็นได้เพียงพระชายารอง ถึงบุรุษผู้นั้นจะรักมากขนาดไหนก็ตามแต่ ก็ได้แค่นั้น

เพียงอย่างนั้นซูจินถึงได้อิจฉาเป้ยอี้ที่มีทุกอย่างพร้อม

ดีหน่อยที่เสนาบดีซูรักใคร่ซูจินมากกว่าพี่น้องคนอื่นทำให้ซูจินเป็นคุณหนูคนสำคัญขึ้นมาได้

“คุณหนู เราเดินมานานแล้วหิวหรือไม่ ด้านหน้ามีร้าน

น้ำชาแวะพักดีหรือไม่”

เป้ยอี้มองไปยังด้านหน้า นางเห็นว่าร้านน่านั่งดีเลยตกลง ด้านหลังนอกจากซือซือยังมีผู้คุ้มกันที่เป็นบุรุษอีกสองคนเดินตามเพื่อระวังความปลอดภัย ตลอดทางแม้มีคนต่อว่าก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาลองดี

เมื่อเดินเข้ามาด้านในร้าน ดูเหมือนโชคจะเข้าข้าง

เพราะโต๊ะในสุด เป้ยอี้เห็นองค์ชายรองกับซูจินนั่งพูดคุยกันด้วยสีหน้าตึงเครียดคงไม่พ้นเรื่องนางแน่นอนมาพบกันในที่คนมาก กลัวว่าไม่มีใครเขารู้หรือไงว่าเป็นคนรักกัน

นางเดินเข้าไปนั่งไม่ห่างจากทั้งสองคนแต่หันหลังให้

ทำเหมือนว่านางไม่เห็นพวกเขาต่างจากอีกฝ่ายที่ใบหน้า

ตื่นขึ้นมาทันทีที่เห็นนาง

ดีหน่อยที่กาน้ำชามันถูกขัดมาอย่างดี จึงสะท้อนภาพ

ทั้งสองคนเป็นเหมือนกระจกให้กับนาง

ดื่มชาดอกไม้ได้เพียงถ้วยเดียว เสียงของซูจินก็ดังขึ้นด้านหลัง

“เป้ยอี้เจ้าหายดีแล้วหรือถึงได้ออกมาข้างนอกเช่นนี้”

น้ำเสียงหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำเอาเป้ยอี้ซึ้งใจอย่างมากกับความห่วงใยที่อีกฝ่ายมีให้มากขนาดนี้

นางหันหน้ากลับมามองอีกฝ่ายเห็นว่าซูจินเข้ามาทักนางเพียงผู้เดียว ส่วนองค์ชายรองก็เชิดหน้าขึ้นฟ้าจนคอแทบหัก 

คงคิดว่านางจะไปง้อเขา เสียใจข้าไม่ใช่น้องสาวที่โง่คิดอะไรตื้น ๆ

“เจ้าเองหรือ”

“อืม เป็นอย่างไร ดีขึ้นแล้วหรือ เจ้ายังเจ็บตรงไหนบ้าง”

ซูจินถามเสร็จก็เข้ามากุมมือเป้ยอี้ทันที ตามปกติเป้ยอี้จะต้องเหวี่ยงอีกฝ่ายออก ทำตัวเป็นนางร้ายสายวีนที่ทำร้าย

ทุกอย่าง

มันจะจบแบบเดิม ซูจินได้รับความสงสารเห็นใจ

ส่วนนางก็ถูกมองว่าร้ายกาจเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลเป็นคนไม่น่าคบ

เป้ยอี้มองมือของตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้

นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่แสดงความห่วงใยออกมาชัดเจน ดวงตาของซูจินเริ่มมีหยาดน้ำตาปริ่มออกมาเล็กน้อย แม่นางเอกกำลังจะใช้น้ำตาเรียกความสงสารทันทีถ้านางออกแรงผลัก

เป้ยอี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มแสดงความตกใจ บุรุษบางคนถึงกับเตรียมตัวรับร่างสาวงาม

ที่ถูกทำร้าย รวมถึงองค์ชายรองที่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงมายังร่างของซูจิน แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด

เป้ยอี้ตบหลังมือซูจินเบา ๆ ใบหน้ามีความห่วงใยเพิ่มให้อีกฝ่ายสองเท่าตัว ใบหน้านอกจากจะไม่มีโทสะ เป้ยอี้ยังแสดงความมากด้วยน้ำใจ

“ขอบคุณเจ้าที่ห่วงใยแต่ข้าหายดีแล้ว ส่วนเรื่องที่เจ้า

ร้องขอข้าไว้อย่าได้ห่วง ข้าจัดการให้เจ้าตามที่เจ้าขอแล้ว

เรื่องที่เกิดขึ้นข้าไม่โทษเจ้าทั้งยังเข้าใจว่า เจ้าทำเพราะความรักอยากจะแต่งเป็นพระชายาเอก ข้าไม่โกรธหรอก”

สิ้นคำตอบ ใบหน้าซูจินมีความมึนงงเข้ามาแทนที่

นางกำลังสงสัยว่าถางเป้ยอี้หมายถึงเรื่องอะไรที่ว่านางร้องขอ นางไปขอร้องอะไรอีกฝ่ายตอนไหน เวลานี้ใบหน้าของเป้ยอี้

เริ่มเศร้าหมองลงเรื่อย ๆ

นางมองไปที่องค์ชายรองสลับกับซูจินแล้วปล่อยมือออกจากอีกฝ่าย

“เป้ยอี้เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร”

เป้ยอี้มองซูจินที่ใบหน้ายังมึนงงสับสน ในใจของนาง

ยิ้มเย็นกับละครตรงหน้าที่กำลังจะเริ่มการแสดง มีแขกในร้านเป็นผู้รับชมความบันเทิง

“ซูจินวันที่ข้าบาดเจ็บหนัก เจ้านัดข้าไปคุยเรื่ององค์ชายรอง ข้ารับปากแล้วว่าจะหลีกทางให้เจ้าแน่ ในเมื่อเจ้ารักมาก

ข้ามีหรือจะอยากแย่งชิง เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าขอถอนหมั้นแล้วสบายใจเถอะ จากนี้องค์ชายรองจะมีเจ้าเพียงผู้เดียว”

พูดจบหยาดน้ำตาก็หล่นลงมาจากดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำสีใสเป้ยอี้เอียงหน้าหนีก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตัวเองเบา ๆ

ผู้คนทั่วทั้งร้านต่างตกใจกับเรื่องตรงหน้าที่ได้ยิน 

แท้ที่จริงคุณหนูเป้ยอี้ถอนหมั้นเพราะคุณหนูซูจินร้องขอ

ไหนจะเรื่องที่อีกฝ่ายถูกทำร้ายวันนั้นด้วย สายตาผู้คนมองไปยัง

ซูจินแปลกขึ้นเพราะกำลังเกิดความสงสัย

“เจ้าพูดเรื่องอะไรข้าไม่เคย…”

“ข้าบอกแล้วว่าข้าผิดเองที่เข้าไปขวางทางรักเจ้า

ต่อจากนี้ขอให้เจ้าโชคดี องค์ชายรองดูรักเจ้ามากนะขนาดที่ว่า

ส่งจดหมายมาบอกข้าว่าต่อให้ข้าฝืนแต่งงานไปเขาจะสนใจ

เจ้าคนเดียว ข้ามาคิดดูแล้วไร้ประโยชน์ที่ข้าจะยื้อ ข้าขอให้พวกท่านโชคดี ซือซือกลับกันเถอะ”

พูดจบเป้ยอี้ก็เดินหนีออกมาทันที นางไม่รอให้ซูจินตั้งสติได้ด้วยซ้ำ น้ำตาที่ไหลรินยังคงไหลไม่หยุด สร้างความตกใจ

ให้ผู้คนด้านนอกที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครเคยเห็นคุณหนูถางร้องไห้สักครั้ง นี่เป็นครั้งแรก

แน่นอนว่าพรุ่งนี้ต้องเกิดข่าวลือใหม่ ๆ

ซูจินจะสู้กับข้าที่สมองคนละชั้นกับน้องข้า เจ้าต้องเรียนรู้เพิ่มแล้ว ถ้ายังไม่พัฒนาเจ้าจะเป็นเพียงของเล่นในมือข้าเท่านั้น

ดูสิว่าเจ้าจะยังปากดีไปได้ถึงเมื่อไร ส่วนองค์ชายรอง

ที่หวังตำแหน่งรัชทายาทอย่าหวังมันอีกเลย ข้าจะทำให้เจ้า

สองคนไม่ได้ในสิ่งที่หวัง อยากเป็นพระชายาเอกเพราะตำแหน่ง

ไท่จื่อเฟยในอนาคต

ฝันเกินตัว สมองเท่าเม็ดถั่วเขียวคิดจะเป็นมังกร

ตอนนี้เป็นงูดินไปก่อนเถอะ

เป้ยอี้เร่งเท้าจากมา ทิ้งเรื่องราวที่นางสร้างเอาไว้เบื้องหลังไม่อยากนึกเลยว่าจากนี้ซูจินจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ว่าที่แม่สามีคงอยากจะบีบคอลูกสะใภ้ที่บุตรชายรักเลยทีเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป