บทที่ 5 ข่าวลือคุณหนูถาง

บทที่ 5 ข่าวลือคุณหนูถาง

แน่นอนว่าเช้าวันต่อมาแต่ละคนเอาแต่พูดถึง

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่มีใครที่ไม่สนใจข่าวของคุณหนูถางเป้ยอี้

ที่กำลังโด่งดังจากการขอถอนหมั้นองค์ชายรอง ไหนจะยังมีปัญหารักสามเศร้ากับคุณหนูซูจินอีก ทั้งสองสตรีถือว่างดงาม

ทั้งหน้าตาฐานะแต่กลับรักใคร่บุรุษคนเดียวกัน จนส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้น

แต่แล้วคุณหนูถางอยู่ ๆ ก็ถอยออกมายอมที่จะไม่ขอแต่งงานเพื่อให้คุณหนูซูจินนางได้สมหวังแต่คำว่าสมหวังจะจริงหรือไม่ ด้วยคุณหนูซูจินถึงจะเป็นบุตรสาวเสนาบดีก็จริงแต่ว่านางกลับเป็นเพียงบุตรสาวฮูหยินรองจะแต่งเป็นพระชายาเอกคงจะเป็นเรื่องยากที่มารดาองค์ชายรองจะพอใจ

ไหนจะสาเหตุแท้จริงยังไม่รู้

“นี่ ๆ พวกเจ้าข้ามีเรื่องใหม่มาเล่าให้ฟัง”

เสียงของแม่ค้าขายของป่าที่เดินเข้ามากลางวงนินทา

ทำให้หลายคนหันไปสนใจ

“เรื่องอะไรอีก ตอนนี้ไม่มีข่าวไหนสู้ข่าวของคุณหนูถาง

ได้แล้ว เจ้าจะมาพูดเรื่องใครอีก”

“เรื่องคุณหนูถางนั้นเหละ เจ้าไม่สงสัยหรือว่าทำไม

นางหายป่วยแล้วมาขอถอนหมั้น ทั้งยังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน”

เมื่อมีคนตั้งคำถามแต่ละคนก็แสดงสีหน้าสงสัยขึ้นมาเต็มที่ ต่างก็อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนที่เอาแต่กรีดร้องโวยวาย

ด่าว่าคนอื่นตลอดเวลา กลับกลายเป็นสตรีที่อ่อนแอหวาดกลัวและยอมเสียสละเช่นนี้

“เจ้าไปรู้อะไรมา รีบ ๆ เล่ามาเร็วเข้าพวกข้ากำลังรอฟังอยู่”

ตอนนี้คนทั้งตลาดเลิกสนใจที่จะซื้อหาของแล้วพวกเขารุมล้อมเข้ามาเพื่อที่จะฟังข่าวใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม

“เรื่องที่นางถูกทำร้าย เป็นฝีมือของคุณหนูซูจินไหนจะโดนองค์ชายรองส่งจดหมายต่อว่าที่นางขอสมรสพระราชทานแต่งเป็นพระชายาเอกให้ตัวเองอีก เรื่องนี้องค์ชายรองไม่พอใจมาก เพราะรักใคร่อยูกับคุณหนูซูจินจึงต่อว่านางมากมายจนนางเกือบเสียสติ สุดท้ายก็ถูกทำร้ายตื่นมานางเอาแต่ร้องไห้หวาดกลัว สุดท้ายก็ขอให้บิดายกเลิกการหมั้นที่เกิดขึ้นเอาแต่พูดว่ากลัวแล้วไม่แต่งแล้ว”

“อ่า จริงหรือ ข้าไม่นึกเลยว่าองค์ชายรองกับคุณหนูซูจินจะใจร้ายขนาดนี้ แม้นางจะนิสัยไม่ดีก็เถอะ ก็ไม่ควรทำร้ายนางถึงขั้นเกือบเสียสติ”

“จริงด้วย แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน”

“ก็ข้าไปที่จวนถางมานะสิ ได้ยินคนที่นั่นพูดกันจึงรีบ

มาเล่า อีกอย่างมีหลักฐานด้วยว่าก่อนวันเกิดเรื่องมีคนเห็นคุณหนูซูจินออกไปพบกับคุณหนูถาง เจ้าไม่คิดหรือว่ามันจะบังเอิญเกินไปนางถูกทำร้ายปางตายใยคุณหนูซูจินไม่ช่วยนางกลับมาแต่ทิ้งนางไว้ที่นั่น”

“หรือคุณหนูซูจินคือคนลงมือจริง ๆ ”

ตอนนี้เสียงพูดคุยดังไปทั่ว ต่างคนต่างพูดถึงกับสนุกปาก มีหลายคนที่เห็นด้วยว่ามันต้องเป็นอย่างที่พวกเขาคิด

ไหนจะมีอีกหลายเสียงที่ยืนยันว่าวันนั้นเห็นคุณหนู

ซูจินคนงามนั่งรถม้ากลับมาจากชายป่าอีก

ชื่อเสียงที่สั่งสมมาแทบพังพินาศในเวลาไม่ถึงชั่วยาม ข่าวที่ออกมาทำให้ทั้งตลาดไม่เลิกพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ข่าวที่ดูเหมือนไม่มีสาระเป็นข่าวลือพูดมั่ว ๆ แต่กลับได้ผลดี

“เป็นอย่างไรบ้างซือซือ งานที่ให้ทำดีหรือไม่”

ซือซือยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินเข้ามายืนข้าง ๆ เป้ยอี้ที่ตอนนี้กำลังนั่งกินขนมสบายใจ

“ข้าทำตามที่คุณหนูสั่งทุกอย่างเลยเจ้าค่ะไม่มีอะไร

ที่ขาดตกเลยตอนนี้ทั้งตลาดให้ความสนใจเรื่องนี้มากทั้งยังพูดถึงคุณหนูซูจินในทางเสียหายมากมายจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วพวกเขายังสงสารคุณหนูอีกด้วย”

เป้ยอี้หัวเราะชอบใจในเรื่องที่เกิดขึ้น นางรู้อยู่แล้ว

ว่าการใช้คนปากมากในการส่งต่อข่าวมันจะให้ผลดีเกินคาด

ข่าวพวกนี้นางคือต้นเรื่องที่สร้างมันขึ้นมา แค่ออกอุบาย

ให้คนนอกเข้ามาแล้วซือซือก็ไปคุยเรื่องราวให้บ่าวคนอื่นฟัง จากนั้นข่าวมันจะแพร่ออกไปเอง ต่อมาคือหาคนที่น่าเชื่อถือ

เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เรื่องดังกล่าว คนที่จะชี้ให้คนอื่นคล้อยตามอย่างเช่นเห็นซูจินเข้าป่าไปพร้อมคนสนิทและออกมาจากป่า เรื่ององค์ชายรองที่ส่งจดหมายมาต่อว่านางอีก แต่เรื่องจดหมายคือเรื่องจริง

อีกฝ่ายส่งมาให้นางบอกว่าให้นางตัดใจเสียถึงแต่งไป

เขาก็ไม่มีทางรักนางลง

หึ คิดว่าข้าพิศวาสตายแหละ แค่น้องสาวข้าโง่ก็เท่านั้นคิดแผนอะไรไม่ออกเลยทำสิ่งโง่ ๆ อย่างการเอาตัวเองเข้าไปเป็นเหยื่อ สุดท้ายก็ตายจนได้

“ให้คนของเราที่เราจ้างโหมข่าวเรื่องนี้เสีย ข้าอยากให้มันดังนาน ๆ ดูสิว่าพวกเขาจะแก้ข่าวอย่างไร”

“แล้วพวกเขาจะไม่สืบมาถึงเราหรือเจ้าคะ”

เป้ยอี้ยักไหล่ นางไม่ได้คิดมากเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำไป

“แล้วอย่างไร สืบแล้วรู้สิยิ่งดี ข้าไม่ได้กลัวพวกเขาไม่รู้

เพราะอย่างไรพวกเขาต้องรู้อยู่แล้ว จะปฏิเสธเหรอคงไม่ได้ข้ามีหลักฐานทุกอย่าง เจ้าอย่าลืมว่าข้าเก็บจดหมายทุกฉบับที่เขาส่งมาให้”

“คุณหนูจะใช้มันหรือ”

เป้ยอี้เล่นขนมในจาน นางจะใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เวลานี้นางเหนืออีกฝ่ายมาก ยังไม่ใช้ก็ดีเอาไว้ขู่กรรโชกได้สบาย ๆ อีกอย่างเรื่องจดหมายต่อว่านางหากมารดาองค์ชายรองรู้เข้า ผลที่ได้คงเละ

“ไม่รู้สิ ดูก่อนแล้วกันแต่ก็นะทุกฉบับยังเป็นจดหมาย

ต่อว่าข้าทั้งสิ้น เขาหลงอะไรซูจินมากขนาดนั้นถึงกับมองผ่านข้า

ที่เหมาะสมกว่าทำให้เขาเข้าใกล้บัลลังก์ได้มากกว่าหลายเท่า

เขามองซูจินเหมือนนางฟ้า มองข้าเหมือนนางมาร”

ซือซือนางคุกเข่าลงข้าง ๆ ผู้เป็นนาย สายตาของนาง

มองผู้เป็นนายด้วยความสงสารที่ถูกชายที่รักทิ้งขว้างไม่เห็นค่า

แต่เป้ยอี้ที่เห็นกรอกตาทันที คนของนางก็ซื่อจริง ๆ คิดจริง ๆ หรือว่านางสนใจองค์ชายรองจากใจ

“ซือซือ ข้าไม่ได้รักเขา”

“แล้วใยคุณหนูจะแต่งให้เจ้าคะ”

สายตาของซือซือมีความมึนงง นั้นนะสิขนาดซือซือ

ยังคิดได้ไม่รักแล้วจะแต่งทำไม อีกอย่างบุรุษผู้ที่จะแต่งด้วย

ยังไม่เห็นค่า น้องสาวนางสิ้นคิดจริง ๆ

แต่นางก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรมาก เพียงปัด ๆ ไปให้มันจบ ถ้าพูดยืดยาวซือซือจะยิ่งถาม ถึงเวลานั้นนางจะรำคาญมาก ๆ

“ข้าเพียงทำเพื่อเอาชนะ แต่ตอนนี้ข้ามีวิธีการอื่นแล้ว”

ซือซือพยักหน้าเข้าใจนางลุกขึ้นยืนแล้วมองนายตัวเองด้วยสายตาแน่วแน่ทำเอาเป้ยอี้รู้สึกขนลุกไปทั้งร่างที่เห็นสายตานั้น

“ต่อไปนี้ข้าจะดูแลคุณหนูเองเจ้าค่ะ จะไม่ให้ใครมาทำอะไรคุณหนูได้อีกข้าจะจัดการคนที่มันกล้าลองดีให้ตกตายไปเลย ทั้งคุณหนูซูจินทั้งองค์ชายรองข้าจะไม่ให้พวกเขาทำท่านเสียใจได้แน่”

เป้ยอี้รู้สึกซึ้งใจอย่างมาก นางรับรู้ได้ถึงความภักดี

ที่ซือซือมีต่อนาง การที่โตมาพร้อมกันคงสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี

ถึงเป้ยอี้คนก่อนจะเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ไร้สมอง แต่ซือซือก็ไม่ได้รังเกียจทั้งยังรักผู้เป็นนายเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เป้ยอี้ยิ้มรับ “ข้ารู้แล้ว แต่ไม่ต้องห่วงจากนี้เป็นข้า

ที่จะจัดการพวกเขา ตอบแทนที่พวกเขาทำข้าเกือบตาย”

ซือซือตกใจ ใบหน้าแตกตื่น

“คุณหนู คุณหนูหมายความว่าที่ท่านถูกทำร้ายเพราะสองคนนั้นหรือ”

“ใช่ เพราะมันสองคนที่ทำให้ข้าเกือบไปเกิดใหม่ ทำให้ขาข้างหนึ่งข้าลงสู่นรกไปแล้ว”

“เราไปบอกนายท่านกันเจ้าค่ะ นายท่านต้องจัดการเรื่องนี้แน่”

ซือซือมีใบหน้าคับแค้นใจแทนผู้เป็นนาย เพราะคุณหนูนางเกือบตายไปแล้วจริง ๆ ถ้ามีคนพบช้ากว่านี้อาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้

“ไม่ ข้าจะจัดการเองไม่งั้นข้าบอกท่านพ่อไปแล้ว ซือซือจากนี้เงียบปากเสีย ไม่ว่าข้าจะทำอะไรจำไว้ว่าอย่าได้ขัด

เรื่องของข้า ข้าควรจัดการมันเอง เจ้าดูไปเถอะ คนที่จะเสียใจ

คือเขาสองคนไม่ใช่ฝ่ายเรา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป