บทที่ 8 เที่ยวหอนางโลม
บทที่ 8 เที่ยวหอนางโลม
เป้ยอี้ออกจากจวนทางด้านหลัง สวมชุดบุรุษสีขาว
เป็นหนุ่มน้อยเจ้าสำอางคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารัก ส่วนด้านข้างก็คือซือซือที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะไม่เต็มใจออกมาด้วย
ไหนจะถูกจับแต่งตัวเป็นชายอีก
“ทำตัวให้มันสมกับเป็นชายหน่อยซือซือ”
“คุณหนูก็ข้าไม่อยากไป หอนางโลมหาใช่ที่ของสตรี
หากใครรู้เข้าคุณหนูต้องเสียชื่อเสียงมากแน่ ๆ คุณหนูกลับ
เข้าจวนเถอะนะเจ้าคะ เราอย่าไปกันเลยข้ากลัวว่าจะมีข่าวเสียหาย”
เป้ยอี้ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจนางรู้ว่าคนของตัวเองขี้กลัว ขี้ระแวงและใความเป็นกุลสตรีเต็มสิบส่วน ตัดภาพมาที่ตัวนางที่มาอยู่ในร่างนี้แทนน้องสาวที่ตาย ความเป็นกุลสตรีไม่มีเลยสักส่วน และนางก็ไม่อยากจะทำตัวเป็นคุณหนูในห้องหอที่ทำตัวน่ารักสวยใสไร้สมองไปวัน ๆ รอวันแต่งงานออกเรือน
ออกเรือนแล้วเชื่อฟังสามี สามีตายเชื่อฟังบุตรชาย ความคิด
แบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นกับนางแน่นอน
เงินทองอำนาจเส้นสายต่างหากที่จะทำให้นางอยู่รอดด้วยตัวเองและมีชีวิตที่ดีได้ในท้ายที่สุด
“หากเจ้าไม่ไปก็กลับเข้าจวนเดี๋ยวข้าไปเองจะรีบไปรีบกลับ”
“แบบนั้นยิ่งไม่ได้เจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูไปข้าจะต้องไปด้วย คุณหนูไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด”
สายตาซือซือแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าตาตัวเอง
ด้วยตกใจที่ได้ยินว่าคุณหนูของนางจะออกไปเที่ยวหอนางโลมยามค่ำคืนคนเดียว
“งั้นก็เลิกพูดมาก แล้วเรียกข้าว่านายน้อยด้วย นายน้อยอี้ เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่หากเจ้าหลุดปากเรียกคุณหนูเมื่อไรข้าจะออกจากจวนคนเดียวไม่ให้เจ้าไปด้วยเลยคอยดู”
ซือซือแทบจะร่ำไห้ออกมา ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ เพื่อเป็นการรับปาก นางสามารถพูดอะไรได้บ้างในตอนนี้ ห้ามก็ไม่ได้ ต้องทำตามอย่างเดียว หาไม่เดี๋ยวคุณหนูจะแอบหนีไปคนเดียวซึ่งแบบนั้นยิ่งอันตรายไปใหญ่
“คุณหนูเราไปเพียงชั่วยามเดียวเท่านั้นนะเจ้าคะ”
“เจ้าจะกลัวอะไรนักหนา มีผู้คุ้มกันไปด้วยถึงสองคน พวกเจ้าทั้งสองด้วยเงียบปากเรื่องนี้ให้สนิทถ้าบิดาข้ารู้ข้าเล่นงานพวกเจ้าถึงตายคอยดู จงจำให้ขึ้นใจว่าข้าคือนายน้อยอี้ นายน้อยจากเมืองอื่นที่ผ่านเข้ามาเที่ยวเล่นที่เมืองหลวง เข้าใจใช่ไหม”
ทั้งสองคนมองหน้ากันไปมา แม้จะห่วงแต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้า
“ดีมาก …เข้าใจอะไรง่าย ๆ แบบนี้น่าให้ติดตามหน่อย เป็นคนของข้าอกผายไหล่ผึ่ง กล้าหาญและต้ององอาจ สมฐานะนายน้อยอี้ผู้ร่ำรวย เราจะมาสนุกกันหลังจากนี้”
เป้ยอี้คิดแผนการออกไปทัวร์การตลาด ก่อนจะจับกิจการที่สนใจนางต้องดูตลาดรองรับเสียก่อนว่าหอนางโลมที่ผู้คน
เข้าออกตลอดวันมันน่าสนใจตรงไหนต่างจากซ่องหรือร้าน
คาราโอเกะ หรือว่าร้านขายเนื้อสดในยุคปัจจุบันอย่างไร
เหล้าแบบไหนเรียกลูกค้า สตรีแบบไหนที่บุรุษชอบและสุดท้ายคือสาวงามประจำหอที่เรียกลูกค้าได้มากที่สุดเป็นคนอย่างไร
นางจะไม่จับธุรกิจเพียงเพราะอยากทำแต่นางต้องมั่นใจว่ากิจการที่นางต้องการมันจะไม่ล้ม คำว่าล้มเหลวเป้ยอี้จะไม่ให้มันเกิดขึ้นกับนางแน่ ถ้าไม่มั่นใจนางจะไม่ทำเด็ดขาด การออกไปดูความต้องการของลูกค้า ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นางต้องเก็บรายละเอียดเพื่อที่จะมาตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วกิจการทางนี้ที่นางคิดเอาไว้มันน่าลงทุนไหมหรือว่านางควรไปเอาดีทางด้านอื่น แต่เป้ยอี้ก็ยังสนใจกิจการหอนางโลมอยู่ดีเพราะมันเอามาบังหน้าได้หลายอย่าง
ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน หอนางโลมมีมากกว่าสิบแห่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไป มีสาวใส่ชุดเปิดเผยออกมาเรียกลูกค้าที่หน้าร้าน เสียงดนตรีดังไปทั่วทุกที่ สีสันของเมืองหลวงยามค่ำคืนคือถนนเส้นนี้ที่เรียกลูกค้าได้ตลอดทั้งคืนจนเกือบสว่าง เงินที่ไหลเข้ามายังถนนสายนี้เรียกได้ว่ามหาศาลเลยทีเดียว
“ซือซือ หอนางโลมที่เจ้าว่าอยู่ตรงไหน”
ซือซือมองไปทั่วทุกทิศแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“นายน้อยอี้ คือว่าข้าเพียงได้ยินมาแต่ไม่เคยได้มาที่นี่
เลยไม่รู้ว่าหอนางโลมกลีบบุปผามันคือหอใดตั้งอยู่มุมใด”
เป้ยอี้ถึงกับอยากเอามือตบหน้าผาก แต่จะโทษซือซือ
ก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายไม่เคยมาที่นี่ ถนนเส้นนี้สตรีแทบจะไม่เห็น
ที่มีมากที่สุดเห็นจะเป็นเหล่าบุรุษที่เดินกันทั่วไปหมด กลิ่นเหล้านี่เรียกได้ว่ากลบทุกมุมถนนพอ ๆ กับเสียงเพลง อย่างกับคลับบาร์ที่มีมากกว่าร้อยแห่งบนถนนเส้นเดียว
เป้ยอี้จึงหันไปมองผู้คุ้มกันสองคนที่อยู่ด้านหลัง
“พวกเจ้ารู้หรือไม่”
“นายน้อยอี้พวกข้าไม่เคยมาที่นี่เลยขอรับ”
คำตอบที่ได้ทำให้เป้ยอี้ถึงกับมึน พวกเขาสองคน
เป็นบุรุษแต่ใยไม่เคยมาเที่ยวสถานที่พวกนี้มาก่อน สถานที่พวกนี้มันต้องห้ามพลาดเลยนะในชีวิตผู้ชาย ถ้าเทียบกับผู้หญิงในโลกก่อนคือบาร์โฮสที่ผู้หญิงสาวโสดมีเงินต้องเที่ยวกันก่อนตาย
นางเป็นถึงดาราสาวยังเที่ยวออกบ่อย ความเปย์นี้ไม่มีอั้นเพียงถูกใจนางก็พร้อมที่จะควักเงินออกให้ทั้งกระเป๋า พวกเขาเป็นบุรุษแท้ ๆ กลับไม่เคยเที่ยว ไม่ได้ ๆ เป็นคนของนางต้องใช้ชีวิตให้มันคุ้มสิถึงจะถูก
ในเมื่อหาหอนางโลมที่ขึ้นชื่อให้นางเข้าไปสอดแนมไม่ได้ งั้นเอาที่น่าสนใจที่สุดในสายตาตอนนี้ก็แล้วกัน ที่อยู่ตรงหน้ามีกว่าสามหอ ชื่อแต่ละชื่อก็น่าสนใจอยู่หรอก ส่วนไอ้หอนางโลมกลีบบุปผาที่ว่าวันหน้าศึกษาเส้นทางมาอย่างดีค่อยออกมาใหม่
วันนี้เข้าสักที่เสียก่อน เอาหอไหนดี เป้ยอี้หันไปรอบด้าน นางเดินเข้ามาไม่ไกลมากแต่ที่เห็นชัด ๆ และน่าสนใจที่สุด คือหอเริงระบำ ชื่อก็เหมาะถึงจะไม่อยู่ในสามอันดับแรกแต่ก็น่าเข้า
มีลูกค้าไม่ขาดสาย สาวงามด้านหน้าก็หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม
“เข้าหอนี้”
พูดจบเป้ยอี้ก็เดินนำทั้งสามคนอย่างไว ให้มาด้วย
เพื่อช่วยกัน เห็นทีนางคงต้องช่วยตัวเองไปก่อน พวกเขาเหมือนดอกบัวบริสุทธิ์ ส่วนนางมันกุหลาบไฟที่ร้อนแรง
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะนายท่าน ไม่ทราบว่ามาหาความสำราญด้านใดทางเราจะจัดการให้ตามที่นายท่านต้องการ”
เมื่อเดินเข้ามาด้านหน้า สาวงามที่ดูจะเป็นแม่เล้าเดินผละจากลูกค้าอีกคนเข้ามาถึงตัวเป้ยอี้ทันที ทำเอาซือซือตาถลนอยากเข้ามาขวางแต่ถูกสายตาคมของเป้ยอี้ห้ามปราม
เป้ยอี้มองมือที่เกาะเกี่ยวไหล่ของนางแล้วหัวเราะ
ที่แม่เล้ารีบเข้ามาขนาดนี้ก็ปกติ ด้วยนางถือว่าแต่งตัวมาอย่างดีในคราบคุณชายน้อยไม่ประสาแต่ว่าร่ำรวย เครื่องประดับและคนติดตามคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเป้ยอี้คือบุรุษที่สตรีไม่ควรพลาดที่จะ
เข้าหา
มือของเป้ยอี้เอื้อมไปแตะใบหน้ามนของแม่เล้าที่ยังสาวยังสวยและดูเผ็ดร้อนช่ำชองในกามราคะ นิ้วเรียวเลื่อนไปสัมผัสเรียวปากบางพร้อมกับลูบมันเบา ๆ เรียกได้ว่าการกระทำนี้สร้างความพึงพอใจให้แม่เล้าสาวอย่างมาก
“ข้ามานั่งเล่น เจ้าคิดว่าข้าควรนั่งจุดไหนถึงจะได้ความสำราญมากที่สุดตาม พร้อมกับจัดสตรีมาให้ข้าเพิ่มหนึ่งนาง
ข้าต้องการคนที่งดงามที่สุดและเจ้าอีกคนมานั่งข้างกาย เรื่องเงินข้าจ่ายไม่อั้น”
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นเชิญนายท่านด้านใน”
