บทที่ 4 ตอนที่ 3

แกร๊ก

เฟิร์สเปิดประตูห้องพร้อมสภาพมอมเหมือนหมา พอเข้ามาได้ถึงเดินกะเผลกไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ใบหน้าจิ้มลิ้มแนบลงกับหมอนนุ่มใบใหญ่ เขาคงทรมานไปอีกสักพัก

"เจ็บจัง.." ตอนทำมันก็มีความรู้สึกดีอยู่หรอก แต่พอเช้ามาเฟิร์สไม่คิดเลยว่ามันจะระบมขนาดนี้ เขาพลิกตัวนอนหงาย ดูทรงแล้วต้องหยุดเรียนสักสองสามวันแล้วให้นิคกี้จดเลคเชอร์มาให้ 

ปึง! เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมเพื่อนสนิททั้งสามคน 

"เฟิร์ส! ตายแล้ว" นิคกี้รีบเข้ามาดูอาการเพื่อนตนเองทันที ยิ่งเห็นว่าหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยสั่งให้ทิมออกไปซื้อยา ส่วนเขากับจิ๊บมาช่วยกันเช็ดตัวให้เฟิร์สที่เริ่มมีไข้ พวกเขานั่งรอตั้งแต่ออกไปจากบาร์กับพี่ศาสตราแล้ว แต่ดันไม่เห็นเฟิร์สเดินขึ้นมาบนห้องเพราะเผลอหลับจนต้องไปถามยามหน้าหอเอา ยิ่งเห็นรอยแดงบนตัวเฟิร์สแล้วเขานึกโทษตนเองที่ยุให้ไปให้อ่อยผู้ชาย

"ไม่คิดเลยว่าพี่เขาจะเล่นไอ้เฟิร์สจนเดี้ยง" จิ๊บเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟิร์สได้นอนสบายตัว

"เดี๋ยวนิคกี้ลงไปซื้อโจ๊กเอง" พูดจบก็หุนหันเดินออกจากห้องไป

เฟิร์สเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากนอนหลับไปสักพัก ดวงตากลมกะพริบรับแสงจากม่านและเหลือบไปเห็นเพื่อนสามคนนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าวิตก

"ไม่ไปเรียนกันเหรอ" เขาพูดพลางหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา สิบเอ็ดโมงแล้ว..

"ไปอะไรล่ะ นั่งรอหน้าหอตั้งแต่สี่ทุ่ม" นิคกี้เท้าสะเอว คลายความเป็นห่วงลงบ้างแล้ว 

"...."

"แล้วรีบตอบมาเลยนะ ว่าเมื่อคืนไปกับใคร" นิคกี้นั่งลงข้างเตียง เมื่อคืนเขาค่อนข้างตกใจมากที่เฟิร์สมันไปนั่งตักพี่ศาสตรา ผู้เป็นขวัญใจของสาวในมหาวิทยาลัยรวมถึงนิคกี้ด้วย 

"ทำไมเหรอ..." เฟิร์สเอ่ยถามแล้วพยุงตนเองให้ลุกขึ้นนั่งเมื่อได้กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากเพื่อน

"พี่ศาสตราเขายอมออกไปกับเฟิร์สจริงเหรอ" นิคกี้ถามอีก หากเป็นอย่างนั้นจริงชีวิตมหาลัยของไอ้เฟิร์สไม่เหมือนเดิมแน่ เพราะทั้งกลุ่มพี่ศาสตราเป็นคนเดียวที่ไม่เคยควงผู้หญิง 

"อือ รู้จักด้วยเหรอ" เฟิร์สตักโจ๊กใส่ไข่เข้าปาก เขาถามไปอย่างนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะชีวิตนี้เขาคงไม่ได้เจอศาสตราอะไรนั่นอีก และเฟิร์สก็ไม่ต้องการเจอคนที่ทำให้เขาเดี้ยงขนาดนี้ด้วยเหมือนกัน อย่ามาพบหน้ากันอีกเลยยิ่งดี! แค้นมาก

"พี่ศาสตรา อดิศวร ปีสี่คณะบริหาร มหาลัยเราไง!" 

"ฮะ.." คนที่กำลังตักโจ๊กเข้าปากถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำว่ามหาลัยของเรา ดวงตากลมโตค้างเติ่งกลางอากาศ ยิ่งได้ยินนามสกุลแสนจะคุ้นหูนั่นอีก

"พอคุ้นบ้างหรือเปล่า ที่น่าแปลกใจคือทำไมพี่เขาถึงยอมออกไปด้วย" 

"นามสกุลอะไรนะขออีกที" เฟิร์สรีบวางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะข้างเตียงทันทีด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมากขึ้นกว่าเดิม

"อดิศวร" 

"...." ริมฝีปากบวมเป่งอ้าค้าง ความคิดที่นึกคุ้นมานานกระจ่างทันทีว่าศาสตราคนนั้นคือใคร มือเล็กสั่นระริกรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วรีบเลื่อนหารูปสมัยยังเด็ก 

"ขอไอจีพี่เขาหน่อย" เฟิร์สเอ่ยบอกเพื่อน นิคกี้เลยรีบกดส่งให้ 

"ทำไมอะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องหน้าเสียขนาดนั้น" จิ๊บรีบถามบ้าง เฟิร์สมันดูตกใจมากจริง ๆ จนพวกเขาพานใจเสียไปด้วย

"...." เฟิร์สไม่ตอบแต่นำรูปทั้งสองมาเทียบกันเพื่อดูใบหน้า เขาเคยถ่ายกับศาสตราเมื่อตอนอีกฝ่ายอยู่มัธยมต้น 

"เชี่ย!" นิคกี้สบถลั่น เพราะแฟนคลับอย่างเขามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคือพี่ศาสตราสมัยยังเด็ก และไอ้ตัวเตี้ย ๆ ข้างกายก็คือเพื่อนเขาที่นั่งหน้าซีดอยู่นี่ไง

"ยังไงเล่ามา!" จิ๊บจับแขนเล็กแล้วดึงเข้าหาตัวด้วยความสงสัยและอยากเสือกเสียเต็มประดาแล้ว

"...." เฟิร์สเม้มปากแน่น นัยน์ตาสั่นระริกเพราะยังคงตกใจและช็อกมาก หากไม่เกิดเรื่องเมื่อคืนเขาคงไม่คิดมากถึงขนาดนี้

"ถ้าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันจะไม่ทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกนะว่า.."

"แฟนเก่า..แฟนเก่าเฟิร์สสมัยหัวยังเกรียน ๆ อยู่เลย" 

คราวนี้นั่งอึ้งกันไปทั้งสามคน นิ่งเงียบเสียจนบรรยากาศเคว้งคว้าง ที่น่าหนักใจคือพี่ศาสตราจำเฟิร์สได้หรือเปล่า หากจำไม่ได้แล้วทำไมถึงยอมออกไปทั้งที่ไม่เคยควงใครมาก่อน 

"เขาจำเฟิร์สได้แน่ ๆ "

"มะ..ไม่ได้หรอก"

"เขาไม่เคยควงใครเลยนะ ทำไมถึงยอมออกไปกับเฟิร์สล่ะ" 

"...." เฟิร์สเงียบ พลันนึกไปถึงตอนที่อีกคนเรียกเขาว่า อองตอง เป็นชื่อสมัยยังเด็กที่เฟิร์สไม่เคยบอกใครตั้งแต่เข้ากรุงเทพ 

"อย่าไปเครียดเลย คงไม่มีอะไรหรอก"

"ได้ยังไงล่ะ ก็ก่อนกลับเฟิร์สเบี้ยวค่าโรงแรมเขา แถมทิ้งเงินให้แค่ยี่สิบ" เฟิร์สสารภาพเสียงสั่นออกไป

"เมื่อคืนแค่วันไนท์เฉย ๆ เขาคงไม่ได้สนใจมากขนาดนั้น" ทิมที่นั่งฟังมานานออกความคิดเห็นบ้าง เขาก็เคยวันไนท์สแตนด์กับเพื่อนสมัยเด็ก มันแค่เซ็กซ์เท่านั้น

"เออใช่ ก็แค่วันไนท์อะ น้ำแตกแล้วแยกทาง อย่าคิดมากเลย" จิ๊บปลอบประโลมอีกเสียงแล้วยกชามโจ๊กให้เฟิร์สกินต่อ

"จริงเหรอ" เฟิร์สถามหาความแน่ใจ เพราะเขาเองกลัวมากเหมือนกัน 

"เออน่ะ รีบกินให้หมดจะได้กินยา"

"มองอะไรของมึง" 

โค้กชะโงกหน้าเข้ามาเพื่อดูว่าไอ้ศาสตรามันจ้องอะไรอยู่ในมือ เดี๋ยวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนนึกถึงใครอย่างนั้นแหละ หรือว่ามันจะมีแฟนอย่างคนอื่นเขา โค้กหรี่ตามองเพื่อนสนิท ก่อนมันจะเก็บกิ๊บติดผมสีชมพูลงกระเป๋าเสื้อ

"...." ศาสตราไม่ตอบแต่จุดบุหรี่ราคาแพงขึ้นสูบหนึ่งมวน นาน ๆ เขาจะสูบที

"เย็นชาฉิบหาย" โค้กแสร้งพูดเสียงตัดพ้อ ก่อนจะกลับมานั่งเล่นเกมของตัวเองในมือถือ คนอย่างมันนั่งยิ้มแบบนี้โค้กยอมรับว่ากลัว ตอนแรกนึกว่าผีเข้า..หรือมันโดนทำของวะ

"ใช่น้องที่ออกไปกับมึงปะ?"

"...." 

ยังคงไร้เสียงตอบกลับมาเหมือนเดิม 

"เมามานั่งตักมึงขนาดนั้น คงไม่ธรรมดาแล้วมั้ง สรุปได้กันไหม" เขาเองก็ถามแปลก เดินออกไปด้วยกันแบบนั้นมีหรือจะไม่ได้กัน แต่โค้กสงสัยตรงที่มันเหมือนนึกถึงเด็กคนนั้นตลอดเวลา 

"กูเพิ่งรู้ว่ามึงก็ชอบผู้ชาย"

"ทำไม"

"กูไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย" โค้กย่นคิ้ว เขาเองแม้จะควงหญิงตลอด แต่ก็มีบ้างที่ชอบหวั่นไหวกับผู้ชายน่ารัก ๆ มันไม่แปลกสักนิด..แต่ที่มันแปลกเป็นเพราะไอ้ศาสตราคนนี้นี่แหละ ทั้งชีวิตมันเคยชอบใครด้วยหรือไง เห็นมีแฟนคนล่าสุดตอนปีสอง เย็นชาจนโดนหญิงบอกเลิก ผู้หญิงร้องไห้แทบตาย ส่วนมันเหมือนจะเสียใจอยู่หรอก..แต่ดูไม่ได้แคร์ขนาดนั้น ยังดีที่โค้กไม่ใช่ผู้หญิงหรือคนที่มาหลงรักมัน ไม่อย่างนั้นเจ็บปวดไปจนตาย มีดีแค่หล่อ รวย จรวดใหญ่กว่าใคร

"มึงจะนั่งเบะปากใส่กูอีกนานไหม วันนี้มีเรียนเช้า"

"เออ จะเจ้าระเบียบอะไรนักหนาวะ" โค้กตอกกลับ เป็นเวลาเดียวกันกับที่เกมจบพอดี เขาเลยคว้ากระเป๋าเดินตามศาสตรามันออกไป 

"ขึ้นไปรอก่อน กูจะซื้อน้ำเต้าหู้" เขาเอ่ยบอกเพื่อนสนิทเสียงเรียบแล้วเดินไปที่ร้านเต้าหู้หน้าคอนโด พอคุณป้าเจ้าของร้านเห็นเขาถึงแสดงรอยยิ้มทันที 

"เจ้าประจำป้ามาแล้ว เอาเหมือนเดิมเลยไหมศาสตรา"

"เหมือนเดิมครับ" เขาตอบแล้วล้วงเอาเงินจากกระเป๋ากางเกง กระทั่งสายตาไปหยุดลงในหม้อที่มีน้ำสีขาวดูน่ากิน พลันนึกไปถึงผิวเนียนละเอียดแถมขาวละออไม่ต่างจากน้ำเต้าหู้ ผิดกันก็แต่จะนิ่มนวลและอมชมพูกว่า 

"ได้แล้วลูก" 

"ขอบคุณครับ" ศาสตราส่ายหน้าไล่ความคิดเพ้อเจ้อของตนเองก่อนจะรับน้ำเต้าหู้มา ผ่านมาแล้วสองวันตั้งแต่เหตุการณ์คืนนั้น เขายังลืมแทบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะสัมผัสตรงจุดไหน มือใหญ่ยกขึ้นลูบริมฝีปากตนเองก่อนจะเดินกลับไปที่รถ 

"ซื้อมาเผื่อกูไหม" โค้กที่เล่นเกมอยู่พอเห็นของกินก็เริ่มหันมาตอแยทันที

"เอาไป" 

"แต้งกิ้วครับเพื่อน" โค้กรับมาด้วยรอยยิ้ม นึกว่าจะอดแดกซะแล้ว อย่างน้อยไอ้เพื่อนคนนี้มันก็มีดีอย่างคนอื่นบ้างล่ะวะ ดวงตาคมทอดมองเพื่อนสนิทเหมือนจะถามอะไรออกไป แต่ศาสตราทำได้เพียงแค่เงียบ 

"เหมือนคนที่มานั่งตักมึง น้องจะอยู่ปีสองที่เดียวกับเรานะ" และไม่รู้อะไรดลใจให้มันพูดเรื่องที่เขาคิดขึ้นมา ศาสตราย่นคิ้ว เป็นเพื่อนกันมานานก็ไม่รู้ว่าจะคิดตรงกันขนาดนี้ มุมปากหยักถึงได้ยกยิ้มขึ้นมา หากได้เจอหน้ากันอีกเขาอยากรู้ว่าอองตองจะทำหน้ายังไง..

"ไม่มีอะไรหรอกน่า" เฟิร์สปลอบประโลมตนเองระหว่างยืนอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย เขาหันไปมองกระจกสีดำเพื่อสำรวจตนเอง กิ๊บติดผมอันใหม่ที่พ่อเพิ่งซื้อส่งมาให้เมื่อวานนี้ เขาชอบกรุงเทพอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าเขาจะแต่งตัวหรือใส่เครื่องประดับแบบไหนก็ไม่มีใครสนใจ 

"ลับ ๆ ล่อ ๆ อะไร" นิคกี้หันไปกระซิบกับจิ๊บเมื่อเห็นเฟิร์สเดินก้มหน้าหลบตรงนั้นทีตรงนี้ที แถมยังโผล่ครึ่งสายตาออกมาจากต้นไม้อยู่หลายครั้ง จิ๊บและนิคกี้ยิ้มแห้งอยากเดินเข้าไปดึงตัวมาเพราะคนเริ่มมองด้วยความสงสัยกว่าเดิมแล้ว กว่าเฟิร์สจะมาถึงโต๊ะหินอ่อนที่ประจำเล่นเอาคนอื่นเกือบเรียกยามมาจับเพราะความน่าสงสัย

"มะ..มีใครเห็นหรือเปล่า" เฟิร์สถามเสียงลุกลี้ลุกลน 

"คนมองมากกว่าเดิมอีกเฟิร์ส ทำตัวปกติเถอะ"

"อ่าว.." เฟิร์สกะพริบตาปริบ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ สายตายังหวาดระแวงมองไปรอบตัว

"นิคกี้บอกอยู่ว่ามันก็แค่วันไนท์สแตนด์ อย่าคิดมากเลย"

"...."

"ถึงเขาจะเจอหน้าเฟิร์สไป แล้วมันยังไง"  นิคกี้เท้าสะเอว พอเฟิร์สได้ฟังอย่างนั้นถึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ก็จริง คนอย่างศาสตราจะมาสนใจเขาทำไม ขนาดตอนเป็นแฟนกันยังไม่เคยจุ๊บหรือจับมือเขาเลย 

"ก็จริง คนแบบนั้นคงมีผู้หญิงเยอะ" เฟิร์สกอดอกแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่ภายนอกดันยังมองทางนั้นทีทางนี้ทีจนเพื่อนทั้งสามส่ายหน้าเล็กน้อย อาการหนักจริง ๆ 

"จิ๊บไปซื้อนมกล้วยให้เฟิร์สหน่อยได้ไหม" 

"อ่าว จิ๊บอ่านหนังสืออยู่เฟิร์สไปเองได้ไหม" พอถูกตอบกลับมาแบบนั้น คนตัวเล็กถึงได้ยู่หน้า ปากบอกไม่สนใจแต่พอนึกถึงตอนเจอกับศาสตราจริง ๆ แล้วเขาไม่รู้จะทำหน้ายังไง เลยขอยืมแว่นตาดำของทิมมา

"เดินไปเฉย ๆ ใส่แว่นมันจะเด่นกว่าเดิมอีก" พอโดนทิมคัดค้านคนตัวน้อยถึงได้แก้มพองลม แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อนไป ถึงแม้จะกลัวเรื่องที่ตัวเองไปก่อไว้แต่เขาอยากกินนมกล้วยมากกว่า อีกอย่างมหาวิทยาลัยกว้างขวางคงไม่บังเอิญเจอศาสตราขนาดนั้นหรอก

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงร้านค้าในมหาลัย เขาไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่น่าจะเป็นมินิมาร์ทเล็ก ๆ เฟิร์สเดินเข้าไปเพื่อเลือกของกิน ตอนแรกว่าจะเอานมกล้วยอย่างเดียว พอเห็นอย่างอื่นดูน่ากินผสมกันไปหมดเลยหยิบมาเต็มไม้เต็มมือ

"หิวฉิบหาย น้ำเต้าหู้ไม่อยู่ท้องเลย" เสียงบ่นปนความหงุดหงิดทำให้เฟิร์สเงยหน้าขึ้นมอง และเป็นอันต้องชะงักทันทีที่เห็นร่างสูงของใครบางคนเดินมาทางนี้ 

"มะ..มาได้ยังไงเนี่ย" เฟิร์สพึมพำบ่นกับตัวเองก่อนจะรีบไปแอบที่ชั้นขนมอีกมุม 

"จะกินอะไรก็กิน ให้มันเร็ว" 

เฟิร์สจำน้ำเสียงทุ้มต่ำนี้ได้ดีว่าคือของใคร เขาเลยยืนกอดขนมอยู่ตรงอีกมุม แล้วค่อย ๆ แอบมองศาสตราซึ่งกำลังยืนเลือกลูกอมสูตรเย็นอยู่ เขามองเสี้ยวหน้าหล่อที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะรีบกลับมุมเดิมเพราะกลัวถูกจับได้ พอเห็นศาสตราเดินมาทางนี้เขาก็รีบหลบไปอีกทาง

แล้วทำไมถึงเดินมาถูกทุกที่ด้วย! 

เฟิร์สเดินหลบไปทั่วร้านจนเหนื่อย ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเพราะกว่าศาสตราจะเลือกของเสร็จเล่นเอาเขาเหนื่อยไปเหมือนกัน ดวงตากลมแอบมองแผ่นหลังกว้างขวางที่เดินออกจากมินิมาร์ทไปถึงได้กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด คนอย่างเขามันเป็นแมวเท้าเบาอยู่แล้ว

"เดินยิ้มอะไรมาเรา" เจ้าของร้านที่เอ็นดูเฟิร์สมากกว่าใครถามขึ้น เมื่อเห็นคนตรงหน้ายิ้มร่าเหมือนภูมิใจอะไรเทือกนั้น

"เปล่าหรอกครับ" เฟิร์สตอบด้วยรอยยิ้ม แบบนี้ชีวิตมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น...

"ยิ้มอะไรของมึง" โค้กหันมาถามระหว่างดื่มน้ำ เขาเห็นมันเดินทั่วมินิมาร์ทนานครั้งแรก ปกติแล้วจะเดินไปหยิบของที่อยากได้เลย น่าแปลกตรงมันเดินวนรอบร้าน เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาหรือเปล่าวะ?

"เปล่า มึงจะมาจับผิดอะไรกู" ศาสตราตอบอย่างรำคาญ ก่อนจะแกะลูกอมแล้วนำเข้าปาก เขาแค่นึกขำใครบางคนเท่านั้นเอง ศาสตราจะคอยดูว่าจะหลบหน้าเขาไปได้อีกนานเท่าไร แอบยังไงให้เขาเห็นทุกรอบ เดี๋ยวเท้าโผล่ หัวโผล่ กิ๊บสีชมพูเด่นหรา... มีอะไรบ้างที่ทำให้เขาไม่เห็น แต่ถ้ามุมมองอับอากาศแบบนั้นคิดว่าเขาไม่สังเกตคงจะไม่แปลก

TBC.

มุมอับอากาศ กรี้ดดดดดดดด อิพี่มันสูงจนมองเห็นหัวน้องนะคะ55555

ฝากกดใจด้วยน้าา เม้นมาตอนจะไปเร็วม้ากกก

ขอเม้นนนนนนนน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป