บทที่ 13 หายไปไหน
“อืม อร่อย คุณทำกับข้าวเก่งนะเนี่ย”
“ขอบคุณค่ะ”
แล้ววันนั้นทั้งวัน เขาก็ยึดพื้นที่ในห้องของเธอ ทั้งนอนดูหนัง ทั้งงีบกลางวัน ซึ่งเธอเองก็ทำได้แค่ดูหนังเป็นเพื่อนเขาตามที่เขาร้องขอเชิงข่มขู่ โดยที่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีรุ่มร่ามหื่นกามใส่เธออีกเลย
“อัณณา อัณณา ตื่นได้แล้ว”
ดวงตากลมโตค่อยๆเปิดปรือ ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเบิกกว้างแล้วลุกขึ้นนั่ง นี่เธอเผลอหลับไปตอนไหน เท่าที่จำได้ เธอดูหนังกับเขาอยู่ดีๆ แล้วก็เห็นว่าเขาเผลอหลับไป จึงนอนดูหนังต่อไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขามาเขย่าตัวปลุกเธอนี่แหละ
“กี่โมงแล้วคะ”
เธอยังยกมือขึ้นขยี้ตาด้วยความงัวเงีย เพราะไม่บ่อยนักที่เธอจะนอนหลับกลางวัน ปกติถ้าเธอตื่นแล้วจะตื่นเลย ต่อให้เป็นวันหยุด ก็จะมีกิจกรรมอะไรทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ป่วยจริงๆ เธอจะไม่นอนกลางวันอีก แต่หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบง่วงนอนอยู่เรื่อย เธอสังเกตว่าเธอขี้เซามากกว่าทุกที
“หกโมงเย็นแล้ว”
“ตายแล้ว เย็นขนาดนี้เลยเหรอ ฉันไม่เคยนอนนานขนาดนี้เลย”
“นั่นน่ะสิ เมาค้างหรือเปล่า ผมตื่นมานั่งมองคุณนอนตั้งนานแล้วแต่คุณก็ไม่ตื่น ผมเลยโทรสั่งอาหารมื้อเย็นมารอแล้วเรียบร้อย เดี๋ยวคุณล้างหน้าล้างตาค่อยตามออกไปนะ”
เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย แล้วเดินตามไปนั่งลงที่โต๊ะอาหารที่มีอาหารเย็นหน้าตาน่าอร่อยอยู่เต็มโต๊ะ
“คุณสั่งอะไรมาเยอะแยะคะ จะกินยังไงหมดเนี่ย”
“ก็ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไรนี่ เลยสั่งมาเผื่อๆ”
“ฉันกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ ยกเว้นถั่วปากอ้า ถ้ากินในปริมาณเยอะๆนี่ถึงตายเลยนะ”
“โอเค ต่อไปอาหารที่ผมสั่งหรือทาน จะไม่มีส่วนผสมของถั่วปากอ้าแน่นอน”
เขาพูดเหมือนจะอยู่กับเธอตลอดไปอย่างนั้นแหละ
“เอ่อ แล้วคุณออกไปรับอาหารเองเหรอ ไม่กลัวคนรู้หรือไง”
“ผมใส่แมสก์ ใส่หมวกด้วย ไม่มีใครจำได้หรอก อีกอย่างก็ให้ไรเดอร์ขึ้นมาส่งที่หน้าห้องเลย”
“หึหึ ไม่ใส่แว่นดำด้วยอีกอย่างเลยล่ะ”
“ก็เกือบอยู่เหมือนกันละ”
“ฉันประชดค่ะ”
คืนนี้ เป็นอีกคืนที่เขาโมเมขอนอนห้องเธอ อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยเต็มใจหรอก แต่ความก็ใช้ความกะล่อนและชั้นเชิงกดดันจนเธอยอม เขานอนมองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่ด้านข้าง เธอช่างกินง่าย อยู่ง่ายและหลับง่ายจริงๆ ไม่ได้หวาดระแวงกลัวว่าเขาจะปล้ำเลยสักนิด
ปุณณัตถ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วขยับตัวเข้ากอดเธอเอาไว้เหมือนเดิม เขาแอบจูบหน้าผากโหนกนูนนั่น ก่อนพยายามสะกดจิตตัวเองให้หลับตามเธอไป
ตลอดเวลาสามวัน เขาไม่ยอมไปไหนเลย ยังหน้ามึนขอนอนห้องเธอเหมือนเดิม เธอไล่เขาจนขี้เกียจจะเอ่ยปากไล่ และเมื่อเห็นเขาไม่ได้แตะต้องตัวเธออีก จึงยอมให้เขาอยู่ด้วย และคืนนี้ก็เป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะได้นอนแอบกอดเธอ พรุ่งนี้เช้าเขาก็ต้องไปกองถ่ายละครเรื่องใหม่ที่เล่นคู่กับมินตราอีกแล้ว
สามวันมานี้ มินตราคอยโทรและไลน์หาเขาตลอด แต่เขาไม่ยอมรับสายเธอเลย เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่มาตามตื๊อและแสดงความเป็นเจ้าของแบบนี้ ละครเรื่องต่อไปแม้ต้องแสดงกับเธอ ถึงจะต้องออกต่างจังหวัดด้วยกัน ถ้าเกิดมีอารมณ์เปลี่ยว ก็คงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเธออีก เพราะกว่าจะสลัดเธอออกได้ มันไม่ง่ายเลย
ในขณะที่เธอปิดไฟและขึ้นมานอนบนเตียงข้างๆ เขาเพื่อเตรียมตัวนอน อยู่ๆมารดาของเขาก็โทรเข้ามา
“เจ้าโปรด หายไปไหน สามวันนี้ไม่มีงานไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่กลับบ้าน”
“ผมไปเที่ยวกับเพื่อนครับแม่”
“เที่ยวกับเพื่อนหรือเที่ยวกับสาวอย่าบอกนะว่าไปกับมินนี่”
อัณณาได้ยินเสียงที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์อย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากเสียมารยาทแอบฟังเขาคุยกับแม่ แต่มันได้ยินเองนี่นา ช่วยไม่ได้
“เปล่าครับแม่ ผมไม่ได้ไปกับมินนี่ ผมก็มีเพื่อนคนอื่นให้คบบ้างสิครับ”
“เพื่อนหรือสาวๆของแก บอกมาตามตรง เมื่อไหร่จะคบใครจริงๆจังๆเสียที แม่จะได้มีโอกาสอุ้มหลานที่เกิดจากแกไหมนะ”
“โธ่แม่ครับ จะรีบไปไหน ผมยังไม่คิดที่จะมีใครเลย แม่อย่าคิดไปถึงเรื่องหลานสิครับ”
“แต่แม่ว่า มินนี่ก็สวยดีนะ ถ้าจะคบกับจริงจังแม่ก็เห็นด้วย”
“ผมไม่ได้ชอบมินนี่ครับ ไม่ได้อยากมีแฟน แม่ไม่ต้องพยายามจับคู่ให้ผมเลยนะ”
“อืมๆ แค่โทรมาเช็กว่าอยู่ไหน นึกว่าจะได้ฟังข่าวดีของแกกับมินนี่เร็วๆนี้ น่าเบื่อจริง แค่นี้แหละ”
แล้วคุณนายญาดา มารดาผู้เอาแต่ใจของเขาก็วางสายไป
คบกับมินตราเหรอ ไม่มีทาง ผู้หญิงที่วิ่งตามไล่จับเขาแบบนี้ อย่าหวังว่าเขาจะคบหาออกหน้าออกตา เอาเข้าจริงถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำอาชีพด้านที่ให้ความสุขกับผู้ชายโดยตรง ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปที่เขาเอามาเป็นคู่นอน เมื่อถึงเวลาต้องแยกย้าย ก็มักจะลืมข้อตกลงก่อนที่จะมีอะไรกันเสมอ เธอพวกนั้นมักเรียกร้องขอคบหา หรือขอเข้ามาอยู่ในชีวิตเขา จะเปิดเผย จะปิดบังก็ยอมทั้งนั้น แต่เป็นเขาเองนี่แหละ ที่ไม่ยอมสานต่อกับพวกเธอ อย่างมากก็แค่ครั้งสองครั้ง น้อยคนนักที่เขาจะนอนด้วยเกินกว่านั้น หนึ่งในนั้นคือมินตรา ไม่ใช่เพราะเขาติดใจอะไรเธอขนาดนั้นหรอก แต่เพราะเวลาที่ต้องออกกองต่างจังหวัด คนเคยๆ ใกล้ๆ ตัว ก็เป็นอาหารจานด่วนที่ง่ายที่สุด แม้จะไม่อร่อยถูกปาก คุณภาพไม่ประทับใจ แต่ก็ทำให้หายหิวไปได้อีกหนึ่งมื้อ
