บทที่ 14 เขาแซ่บมาก

เช้าวันจันทร์ เธอและเขาตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพราะต่างมีภารกิจ เขาต้องไปกองถ่าย ส่วนเธอก็ต้องไปทำงาน แม้ว่าตอนนี้รถยนต์ของเธอจะยังไม่ได้ออกจากอู่มาเลยก็ตาม ตอนแรกว่าจะกลับไปเอารถที่บ้านมาใช้ก่อน แต่ก็ขี้เกียจกลับไปเจอหน้าแม่เลี้ยงกับพี่สาวนอกสายเลือด จึงยอมที่จะเดินทางโดยรถโดยสารดีกว่า

“คุณจะไปทำงานยังไง รถคุณยังไม่เสร็จนี่ วันนี้ไปกองถ่ายละครเรื่องใหม่ของผมหรือเปล่า”

“เอ่อ ใช่ค่ะ ว่าจะนั่งแท็กซี่ หรือไม่ก็รถเมล์”

“อ้าว ก็ไปกับผมสิ ไหนๆก็ไปที่เดียวกันอยู่แล้ว”

“ไม่ดีมั้งคุณ เกิดใครเห็นเข้าไม่เป็นเรื่องเหรอ”

“โห้ย คิดอะไรมาก แค่การแต่งตัวของคุณก็ไม่ผ่านให้เป็นผู้หญิงของผมแล้ว ไม่มีใครเอาไปคิดอกุศลแบบนั้นหรอก”

เออ ก็จริง เธอก้มมองการแต่งตัวที่ทะมัดทะแมงของเธอก็ต้องเบะปาก ชุดเดรสเธอก็เคยใส่ แต่นั่นมันตอนเรียนและตอนนั่งทำงานเขียนคอลัมน์สวยๆ ในออฟฟิศ แต่เมื่อต้องเป็นนักข่าวที่ต้องตระเวนตามกองถ่ายและงานอีเวนต์ จะให้เธอใส่เดรสลากรองเท้าส้นสูง เธอคงวิ่งล้มปากแตก การแต่งตัวของเธอเลยต้องเปลี่ยนไป แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะขี้เหร่ขนาดนั้นเสียหน่อย

หญิงสาวยักไหล่แบบไม่แคร์ เธอก็ไม่ได้ต้องการให้เขามานิยมชมชอบ หรือทำตัวให้เป็นผู้หญิงในแบบที่เขาจะคบจะควงอยู่แล้วนี่ เรื่องของเธอกับเขามันเกิดจากความคิดชั่ววูบของเธอ และมันก็จบลงไปแล้ว เพราะฉะนั้น คนไม่ได้เป็นอะไรกัน ก็ไม่เห็นต้องสนใจ ว่าอีกฝ่ายจะมองเราแบบไหน ถูกไหม

“คุณจะให้ฉันใส่ส้นสูง ใส่เดรสรัดรูปไปวิ่งตามสัมภาษณ์ดาราเหรอ คอคงได้ใส่เฝือก”

“อืม แต่งแบบนี้ก็ดีแล้ว เฉิ่มดี”

เธอก้มมองตัวเองอีกครั้ง เฉิ่มตรงไหน นี่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ใส่กับอะไรก็ได้ และกางเกงยีนรัดรูปแต่งขาด ที่มันฮิตตลอดกาลเชียวนะ รองเท้าผ้าใบก็ตามสมัยนิยม เธอก็ไม่เคยต้องปล่อยให้ตัวเองล้าสมัยในเรื่องการแต่งตัวหรอก เพราะที่บ้านก็ไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงิน เพราะฉะนั้น เธอจึงมีรถขับไปเรียน และได้แต่งตัวสวยๆ เสมอ แม้แบบมันจะไม่ได้รัดรูปโป๊เปลือยโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งขนาดนั้นก็ตาม

“โอเค ไหนๆราชรถก็มาเกย ฉันจะไปกับคุณก็ได้ แต่ถ้าเป็นข่าวขึ้นมา ไม่ต้องมาโทษฉันเลยนะ”

“ครับ”

“งั้นเดี๋ยวคุณลงไปรอที่รถก่อน อีกหนึ่งนาทีฉันตามออกไปค่ะ คนในคอนโดตอนเช้าจะพลุกพล่าน เดี๋ยวเจอปาปารัสซี่จะแย่ ขี้เกียจเขียนข่าวคุณเรื่องแบบนี้อีก”

“อืม เอางั้นก็ดี ผมกำลังคิดอยู่เลย ว่าจะทำไง”

พูดจบก็ใส่แมสก์สีดำ และใส่หมวกแก๊ป สะพายกระเป๋าเป้ใบโตของเขา แล้วเดินออกจากห้องเธอไปทันที เมื่อครบกำหนดเวลา เธอจึงออกมาบ้าง ก็ไม่เห็นเขายืนรอลิฟต์แล้ว แสดงว่าคงลงไปรอที่รถแล้วละ จึงรีบตามลงไป

ทั้งสองมาถึงกองถ่ายในเวลาหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ก่อนที่เธอจะลงจากรถเขาก็เรียกเธอเอาไว้ก่อน

“อัณณา ถ้ามีคนถามก็บอกไปว่ารถเสีย บังเอิญเจอผมตรงทางเข้าแล้วกันนะ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้ติดรถมาด้วย”

“ครับ แล้วขากลับคุณจะกลับยังไง”

“เดี๋ยวติดรถพี่เค้กไปค่ะ ค่อยต่อแท็กซี่เอา วันนี้ต้องเข้าออฟฟิศต่อ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

เธอยิ้มให้เขาแล้วเดินลงรถไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับกลายเป็นเขาที่ยังนั่งสตั๊นกับรอยยิ้มหวานๆ ของเธออยู่เป็นนาน

“นังอัณณ์ แกมากับพี่โปรดของฉันได้ยังไง”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ ว่าคนพูดคือใคร แต่ไหนแต่ไรมา เมื่อลับตาผู้คน ทั้งคำพูดและการกระทำของผู้หญิงคนนี้จะสวนทางกับใบหน้าสวยๆ ของเธอเสมอ

“รถเสียค่ะ บังเอิญเจอที่ปากทาง คุณโปรดจำได้ว่าเป็นนักข่าว เลยให้ติดรถมาด้วย”

พูดจบก็หันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่คนที่กำลังถูกความหึงหวงเข้าเล่นงาน กับวิ่งตรงไปกระชากแขนของเธอให้หันกลับมาอย่างแรง

“แกกำลังจะอ่อยผู้ชายของฉันใช่ไหม”

“อะไรทำให้พี่คิดแบบนั้น”

“เพราะฉันได้ผู้ชายของแกมาครอบครองไง แกเลยคิดจะแย่งพี่โปรดไปจากฉัน แต่ยากหน่อยนะ สภาพอย่างแกเขาไม่ชายตาแลหรอก อย่าสะเออะทำอะไรไม่เจียมตัว”

“ถ้าสภาพอย่างอัณณ์เขาไม่ชายตาแลจริงๆ พี่จะเป็นเดือดเป็นร้อนทำไม หรือพี่ก็กลัวว่าเขาจะชายตาแลอัณณ์”

“นังอัณณ์ เดี๋ยวนี้แกปากกล้านักนะ กล้าที่จะเถียงฉันขนาดนี้เลยหรอ”

“ค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโต อัณณ์ยอมพี่มาตลอดเพราะไม่อยากมีปัญหา และหวังว่าพี่จะพอใจที่ได้ชนะอัณณ์ในสักวัน แต่สุดท้ายอัณณ์ก็รู้แล้ว ว่ายิ่งอัณณ์ยอม พี่ยิ่งไม่คิดจะหยุดไม่คิดจะพอ วันนี้ไม่มีอัณณาคนเดิมอีกแล้วค่ะ”

“นังอัณณ์”

“อย่ามาเต้นแร้งเต้นกาแถวนี้เลยค่ะ นักข่าวหูตาเป็นสับปะรด อัณณ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น อย่าลืมนะ เราต่างคนต่างอยู่เถอะ อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก พี่ได้พี่ตุลย์ไปแล้ว อัณณ์ยกให้ เป็นไง แซ่บไหมคะ ของลักกินขโมยกิน”

เธอเดินกลับมากระซิบที่ข้างใบหูขาวของพี่สาวต่างสายเลือด  แต่เสียงนั้นก็ไม่ได้เบานักหรอก

“แต่ผู้ชายของพี่ ที่พี่หวงนักหนา เขาแซ่บมากกกกก”

พูดจบก็กลับมายืนมองใบหน้าของดาราสาว ที่บัดนี้ตาเบิกโพลง มือบางกำแน่นจนสั่นสะท้านไปทั้งร่างแล้วก็แอบสะใจ ก่อนหน้านี้ว่าจะเก็บเรื่องอัปยศและสิ้นคิดนี้เอาไว้คนเดียวแล้วเชียว ดันมาตามรังควานเธอ ช่วยไม่ได้นะ มินตรา

อัณณาหันหลังจากไป ปล่อยให้ดาราสาวสวยยืนสะกดอารมณ์ที่จะไม่กรีดร้องออกมาอยู่ตรงนั้นอีกเป็นนาน

เหตุการณ์ที่สองสาวยืนเถียงกันนั้น ตกอยู่ในสายตาของปุณณัตถ์มาโดยตลอด เขาบังเอิญมาเห็นเข้าจึงแอบหลบอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ ใกล้ๆกับสองสาวนี่เอง เพราะฉะนั้น ภาพและเสียงชัดเจน ขนาดเสียงที่อัณณากระซิบที่ข้างหูของมินตรานั้น เขายังได้ยินมัน

คิ้วเข้มขมวดเป็นปม สงสัยในความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนนี้มาก ทั้งคู่ต้องรู้จักกันมาก่อนแน่นอน เพราะอัณณาพูดถึงผู้ชายของเธอ ที่คงถูกมินตราฉกไป เธอจึงมานอนกับเขาในคืนนั้นเพื่อประชดทั้งคนรัก และสะใจที่ได้แย่งของรักของมินตราสินะ และเธอก็ทำได้สำเร็จ เพราะคืนนั้น มินตราพยายามติดต่อเขามาเพื่อจะขอนอนด้วย แต่เขาก็ไม่รับสาย เพราะเขาเลือกเธอคนนี้ อัณณา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป