บทที่ 15 แค่แฟน

มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน กรามแกร่งขบกันจนสันขึ้นนูน รู้สึกโกรธแม่นักข่าวสาวไม่น้อยที่มาใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้นมินตราและคนรัก ทั้งๆ ที่ไม่ได้พิศวาสและหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเขาเหมือนสาวๆคนอื่นเลย ถึงว่า เมื่อจบคืนนั้น เธอถึงได้ตัดจบความสัมพันธ์กับเขาไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเธอไม่เคยมีความรู้สึกอะไรให้เขาเลยจริงๆ เธอมันแน่มากนะ อัณณา

เขาปรับอารมณ์และเดินออกมาจากที่ซ่อน เมื่อมินตราเห็นเขาจึงรีบปรับสีหน้าแล้วเดินมาหาเขาทันที

“พี่โปรด พี่มากับนักข่าวคนนั้นได้ยังไง”

“เมื่อคืนพี่ไปนอนห้องเธอมา จริงๆ ก็สามคืน ตอนเช้าเลยมาด้วยกัน”

มินตราเบิกตากว้าง นี่เรื่องจริงหรือนี่ ที่นังเด็กนั่นมันสามารถทำให้เขาสนใจจนยอมนอนด้วยได้ นอนค้างคืนเลยด้วยนะ ทั้งๆ ที่เขาไม่ยอมนอนค้างกับใครเด็ดขาด แม้กระทั่งเธอ

“ทำไมพี่ทำกับมินนี่แบบนี้ พี่จะทิ้งมินนี่แล้วไปหามันใช่ไหม”

“อะไร มินนี่ เราไม่ได้คบกันนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้คบใคร อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพี่ พี่ไม่ชอบ”

“แต่นังนั่นมันแค่หลอกใช้พี่นะ มันไม่ได้รักพี่อย่างที่มินนี่รัก”

“เธอรู้ได้ยังไง”

เขาจ้องมองปในดวงตาที่ตกแต่งอย่างสวยงามคู่นั้น อยากจะรู้ความจริงเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างผู้หญิงทั้งสองคนนี้

“ก็มันบอกมินนี่”

“รู้จักกันมาก่อนเหรอ”

“ใช่ มันเป็นลูกติดสามีแม่ ตั้งแต่เล็กจนโต มันพยายามแย่งทุกอย่างไปจากมินนี่เพราะมันอิจฉา ที่สวยและเก่งไม่เท่ามินนี่ ตอนนี้มันก็กำลังจะแย่งพี่โปรดไปจากมินนี่อีก”

แอ็กติ้งชนะเลิศ คนสวยตรงหน้าบีบน้ำตาเสียน่าสงสาร ถ้าเขาไม่ได้ยินเรื่องราวที่สองคนนั้นเถียงกันมาก่อนหน้านี้ก็คงจะเชื่อเธอไปแล้ว

“แล้วคนชื่อตุลย์คือใคร”

“เอ่อ คือ เป็นแฟนยัยเด็กนั่นค่ะ เขาชอบมินนี่ เลยทิ้งยัยเด็กนั่นมาหามินนี่ แต่มินนี่ไม่เล่นด้วย ยัยนั่นก็ยิ่งโกรธมินนี่เข้าไปใหญ่ เลยมาแย่งพี่โปรดนี่แหละค่ะ”

แต่สิ่งที่เขาได้ยินคือ มินตราไปแอบแซ่บกับแฟนยัยนั่นนี่นา

“คู่นั้นคบกันมาตั้ง 7 ปี คงนอนด้วยกันจนยัยเด็กนั่นพรุนหมดแล้ว ผู้ชายเลยเบื่อ แล้วหันมาหามินนี่ มินนี่ไม่ผิดนะคะ ไม่ได้แย่งเขามาเลย แล้วมินนี่ก็ไม่ได้คบกับผู้ชายคนนั้นด้วย”

นอนด้วยกันจนพรุนหมดแล้วเหรอ ไม่จริงเลยสักนิด เพราะเขานี่แหละ คือคนที่ได้ทะลวงพรหมจรรย์ของเธอ

“พี่ขอเตือนมินนี่อีกครั้ง ว่าอย่ามาตามรังควานหรือวุ่นวายกับผู้หญิงคนไหนของพี่อีก เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

พูดจบก็เดินหนีไปทันที เมื่อได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขายิ่งควรต้องถอยห่างจากมินตรา เธอน่ากลัวและตลบตะแลงเกินไป เขาไม่ชอบ ผู้หญิงแบบนี้ แม้แต่นอนด้วยกันเอามัน เขาก็ไม่เอา

“พี่โปรด พี่จะทำแบบนี้กับมินนี่ไม่ได้นะ มินนี่ไม่ยอม คอยดูเถอะ ยังไงพี่ก็ต้องเป็นของมินนี่ มินนี่จะทำให้พี่แต่งงานกับมินนี่ให้ได้เลย”

ในตอนสัมภาษณ์ ปุณณัตถ์มองมาที่อัณณาบ่อยๆ ด้วยแววตาอ่านไม่ออก แต่รู้แค่ว่ามันเสียวสันหลังวาบแปลกๆ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก คิดว่าเธอนั้นอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ เพราะเธอกับเขาก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว หลังจากนี้ก็คงพูดคุยกันแค่ตอนที่สัมภาษณ์เท่านั้น

พอตกบ่าย เธอก็เดินทางกลับเข้าออฟฟิศเพื่อเคลียร์คอลัมน์ที่คั่งค้างไว้อีกครั้งก็เจอเข้ากับเพื่อนรักของเธอ ที่ตอนนี้ทำหน้าที่เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับแฟชั่นอย่างเดียว ไม่ได้ออกไปไหน เพราะ บก. ที่เป็นแฟนหนุ่มของเธอหวงมาก จนแทบไม่อยากให้ออกไปเจอหนุ่มๆ ข้างนอกเลย

“เป็นไงบ้างอัณณ์ งานราบรื่นไหม”

ทอฝันเอ่ยถามทันทีที่เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัว

“ก็ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องเจอพี่มินนี่”

อัณณาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถึงจะโกรธ จะเจ็บปวด จะเคียดแค้น แต่ก็ไม่เคยเกลียดมินตราได้จริงๆ จังๆ สักครั้ง เพราะเธอก็คิดมาตลอดว่าอย่างน้อยๆ ก็เป็นพี่สาว และโตมาด้วยกัน

“อย่าไปสนใจมาก ทำให้เป็นอากาศไปซะ เพราะงานนี้จะทำให้แกได้เติบโตขึ้น ได้รับผิดชอบและเรียนรู้อะไรมากขึ้น อีกหน่อยก็จะได้เป็นหัวหน้า ฉันดันแกสุดตัวแน่นอน”

ประโยคหลังทอฝันกระซิบกระซาบกับเธอเสียงเบา เพราะกลัวพนักงานคนอื่นจะได้ยิน

“ย่ะ คุณภรรยา บก. ฉันต้องหวังพึ่งใบบุญแกแล้วแหละ”

“ภรรยาอะไร เป็นได้แค่แฟนเอง นอกจากอยู่ด้วยกันทุกวัน พี่คิมก็ไม่เห็นพูดถึงเรื่องอนาคต”

“เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่แกจีบเขาจนติดและได้อยู่กับเขาทุกวันแบบนี้แล้ว แกจะกลัวอะไร”

“ไม่รู้สิ ฉันก็ต้องการความมั่นคงทางด้านจิตใจด้วย เสียตัวให้เขาไปแล้วนี่ พูดไปแกก็ไม่เข้าใจหรอก สาวซิงอย่างแกจะรู้อะไร ว่าเวลาเราเสียตัวให้ใครคนแรกแล้ว เราจะรู้สึกกับคนคนนั้นแค่ไหน ทุกสัมผัสของเขาเหมือนฝังอยู่ในร่างกายของเราเลย”

อัณณาสะอึกกับคำพูดของเพื่อนรัก ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ ทุกวันนี้ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว สัมผัสของเขายังติดตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของเธออยู่เหมือน เหมือนมันเพิ่งผ่านมาเมื่อคืนนี้นี่เอง

“อืม เอาน่า แกสงสัยก็ถาม อยากได้อะไรก็ขอ ก่อนที่แกจะจีบเขาติด แกยังเป็นสาวมั่นแฟชั่นจ๋าอยู่เลย พอเสียตัวให้เขาหน่อยทำเป็นเสียเซลฟ์ มั่นใจในเสน่ห์ของแกหน่อยสิเพื่อน”

“ก็แฟนฉันไม่เหมือนชาวบ้านนี่นา วันๆ ก็ไม่ค่อยพูด อยู่ที่ทำงานถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็แทบไม่ได้คุยกัน กลับบ้านยิ่งแล้วใหญ่ ตั้งหน้าตั้งตาปั่มปั๊มฉันอย่างเดียวเลย”

“ไอ้ฝัน ทะลึ่งจริงๆ เป็นสาวเป็นนาง พูดออกมาหน้าตาเฉย”

อัณณาฟาดมือลงบนต้นแขนเพื่อนรักอย่างแรง จนเธอสูดปากเอามือลูบแขนป้อยๆ

“อูยยย ไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลย เรื่องธรรมชาติ ลืมไป ว่าแกยังซิงนี่นา คงคิดภาพเหล่านั้นไม่ออกซินะ”

คิดไม่ออกบ้าอะไรล่ะ ทุกครั้งที่หลับตา ภาพที่เขาโยกขย่มบนกายเธอ ภาพใบหน้าตอนเขาขมวดคิ้วตั้งหน้าตั้งตากระแทกกระทั้นร่องรักของเธอ ภาพลำตัวแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามไหนจะรอยสักสุดเท่บนต้นแขนและสีข้างนั่น ภาพใบหน้าที่แสดงความเสียวซ่านของเขาในยามเสร็จสมแตกกระจายในร่างกายเธอ ภาพทุกภาพของเขา มันยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำและความรู้สึกของเธออยู่เลย

“พอเลย ไปทำงาน ฉันก็จะรีบเขียนคอลัมน์ให้จบ อยากกลับไปนอนแย่แล้ว ง่วง”

“อืมๆ ไม่กวนแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป