บทที่ 3 3

“พี่อยากใช้ชีวิตอิสระและเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้ ทุกวันนี้พี่เหมือนถูกตีกรอบด้วยคำว่าครอบครัว อะไรที่พี่อยากทำพี่ก็ทำไม่ได้เพราะมีคำว่าลูกกับเมียขวางอยู่ เอิร์นเข้าใจพี่บ้างนะ ที่ผ่านมาพี่ก็ทำเพื่อเอิร์นมามากแล้วและพี่ขอโทษที่ไม่สามารถทำเพื่อเอิร์นได้อีก”

“พี่ขอชีวิตของพี่คืน” สิ่งที่อินทัชบอกเขาไม่ได้กำลังมาขอความคิดเห็นจากเธอแต่เขาต้องการแจ้งให้ทราบ

“เอิร์น เอิร์นขอออกไปเตรียมเค้กให้น้องอันก่อนนะคะ” อารีรัตน์กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อออกมา เธอเสียใจมาก และมันไม่ง่ายที่ต้องแสร้งทำเหมือนว่าเธอไม่ได้ยินเรื่องที่สามีของเธอพูดออกมา

“เดี๋ยวสิเอิร์น”

“เอิร์นรับทราบความต้องการของพี่โอบแล้วค่ะ และถือว่าช่วยเอิร์นเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ วันนี้วันเกิดลูก พี่โอบช่วยทำเป็นรักเอิร์นต่อหน้าลูกได้ไหมคะ ทำเหมือน4ปีที่ผ่านมา เอิร์นไม่อยากให้เรื่องของเราทำให้อันนาต้องเสียใจ อย่างน้อยก็ขอให้ผ่านวันนี้ไปก่อน”

ความต้องการของเขา เธอได้ยินชัดเจนแต่ ณ เวลานี้ วันนี้คือวันเกิดของอันนาลูกสาวของเราสองคน เขาจะเบื่อเธอมากแค่ไหนแต่เขาต้องไม่ลืมว่าวันนี้คือวันที่ลูกของเรามีความสุข เขาทำลายความสุขของเธอได้แต่อารีรัตน์จะไม่ยอมให้อินทัชทำลายความสุขของลูก

เพราะฉะนั้น เธอจะต้องเดินกลับออกไปให้เหมือนว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ขอให้ผ่านวันนี้ไปก่อน ขอให้เธอได้มีเวลาทำใจสักนิดแล้วเธอจะพร้อมคุยกับเรื่องนี้กับเขาอีกครั้ง

“ปะป๊ากับคุณแม่มาแล้ว ว้าวเค้กของน้องอัน”

อันนากระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจเมื่อเธอเห็นเค้กวันเกิดปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา เค้กก้อนนี้เป็นเค้กสองชั้นตกแต่งไปด้วยเจ้าหญิงที่เธอชอบเต็มไปหมดเลย เป็นเค้กที่วิเศษสำหรับเด็กหญิงตัวน้อย ๆ คนนี้มากและความดีใจที่ยิ้มจนแก้มแทบแตกของอันนาก็ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ต้องฉีกยิ้มตามลูกสาวไปด้วย

“อธิษฐานก่อนเป่านะคะน้องอัน”

อารีรัตน์นั่งลงบนเข่าข้าง ๆ ลูกสาว มือข้างหนึ่งก็ช่วยรวบผมของอันนาไว้เพื่อกันไม่ให้ปอยผมของลูกไปโดนเทียนบนเค้ก

ส่วนอินทัชที่ทำหน้าที่ถือเค้กเข้ามาให้ลูกเขาเองก็นั่งลงเพื่อให้ความสูงอยู่ในระดับที่ลูกสาวตัวน้อยของเขาจะสามารถเป่าเทียนวันเกิดได้สะดวกสบาย

ฟู่ ฟู่ อันนาทำแก้มป่อง ๆ สูดลมเข้าปากแล้วเป่าลมออกแรง ๆ ไปที่เทียน ด้วยความที่เธอยังเด็กมากทำให้มีแรงไม่เยอะเท่าไหร่แต่น้องอันนาก็สู้ เธอไม่ยอมให้ปะป๊ากับคุณแม่ช่วย และความต้องการเอาชนะการเป่าเทียนวันเกิดด้วยตัวเองนี้ได้เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ทุกคนที่พากันยืนลุ้น ว่าหนูน้อยอันนาจะเป่าเทียนทั้งหมดดับได้สำเร็จหรือไม่

“สุขสันต์วันเกิดนะคะลูกสาวของแม่”

“ปะป๊ากับคุณแม่ขอให้น้องอันมีความสุขมาก ๆ และเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่น่ารักและสดใสแบบนี้ตลอดไปเลยนะครับลูก ขอให้น้องอันไม่เจ็บไม่ป่วยนะครับและพบเจอแต่เรื่องที่มีความสุขนะครับ คนเก่งของป๊า”

เป็นคำอวยพรที่ส่งมาพร้อมกล่องของขวัญจากคุณแม่ของเธอ ของขวัญที่อารีรัตน์และอินทัชตั้งใจเลือกมาให้ลูกสาวสุดที่รักและกล่องของขวัญนี้ทำให้ลูกสาวยิ้มตาหยี รีบยื่นมือออกมารับด้วยความดีใจ

“คุณแม่กับปะป๊า รักน้องอันมากที่สุดเลยนะคะ” ความสุขของลูกสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม แค่ได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของลูกก็เหมือนเป็นสายน้ำชโลมหัวใจให้อารีรัตน์ยิ้มอย่างเป็นสุขออกมาได้แม้หัวใจของเธอนั้นจะเริ่มแตกร้าวเป็นเสี่ยง ๆ

“น้องอันรักคุณแม่กับปะป๊ามากที่สุดในโลกเลยค่ะ น้องอันอธิษฐานให้น้องอันมีคุณแม่กับปะป๊าอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปเลย” ไม่มีความรักไหนจะบริสุทธิ์ได้เท่าความรักของลูกอีกแล้ว อันนาโผตัวเขาไปกอดทั้งปะป๊าและคุณแม่ของเธอโดยที่อินทิชและอารีรัตน์ต่างพร้อมใจกันกอดลูกน้อยเอาไว้

ภาพที่คนอื่นเห็นคือภาพของพ่อแม่และลูกกอดกันกลม เป็นภาพที่น่ารักและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นรักใคร่ของครอบครัวนี้ เป็นภาพที่ไม่ว่าจะครอบครัวไหนก็อยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้น แต่ใครจะไปรู้ ว่าภาพที่ดูอบอุ่นนี้กำลังซ่อนความเจ็บปวดของคนที่ทำหน้าที่เป็นคุณแม่เอาไว้ ภาพที่ทุกคนเห็นว่าเรารักกัน ภาพนี้จะเป็นภาพสุดท้ายที่จะมีเราสามคน ภาพที่อารีรัตน์จะเรียกว่าครอบครัว

อารีรัตน์และอินทัชพร้อมใจกันหอมแก้มนุ่ม ๆ ของลูกคนละข้าง ทว่า สายตาของทั้งสองนั้นกำลังมองสบลึกเข้าไปในดวงตาของกันและกัน สายตาของเขาที่ตอนนี้ยังพอหลงเหลือคำว่ารักให้เธอได้เห็นบ้างแม้จะรู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นเพียงการแสดงออกมาเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเขารักเธอ

เธอจะซึมซับสายตาแบบนี้และอ้อมกอดที่ยังมีกอดของสามีที่เธอรักเอาไว้ในหัวใจ เธอจะเก็บไออุ่นนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะกลายเป็นไออุ่นสุดท้ายที่เธอได้รับจากคนที่เธอเรียกเขาว่า สามี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป