บทที่ 4 4

งานเลี้ยงวันเกิดที่แสนสุขของลูกสาวได้ผ่านไปได้ด้วยดี งานนี้อินทัชได้รับคำชมและคำขอบคุณจากลูกสาวเป็นการหอมแก้มเกือบทุกสิบนาที เขาเองก็จำไม่ได้ว่าโดนอันนาหอมแก้มไปกี่ครั้งแต่ที่จำได้แน่ ๆ คือคราบครีมเค้กที่เปื้อนเต็มสองแก้ม

ลูกสาวกินเค้กหนึ่งคำก็จะหันมาหอมแก้มของเขาหนึ่งทีและอันนาไม่ลำเอียงเพราะลูกรักแม่และพ่อเท่ากัน ทำให้อารีรัตน์คุณแม่ที่น่ารักได้รับคำขอบคุณเป็นการหอมแก้มเหมือนกันกับอินทิช

“เอิร์นพาลูกเข้านอนเรียบร้อยแล้วค่ะ อันนาขึ้นเตียงก็สลบทันที แกคงเหนื่อยจากการวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ พี่โอบอยากปิดไฟนอนเลยไหมคะ”

อารีรัตน์ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเหมือนที่เธอทำมาตลอด 4 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับอินทัชในฐานะสามีและภรรยา และถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าวันนี้มีบางอย่างไม่เหมือนเดิมเธอก็เลือกที่จะทำเป็นไม่พูดถึงมัน อารีรัตน์ยอมทำทุกอย่างให้คำว่าครอบครัวยังคงเป็นครอบครัวแบบนี้ตลอดไป

“พี่อยากคุยกับเอิร์นเรื่องนั้นต่อ”

อินทัชรู้ว่าอารีรัตน์พยายามที่จะไม่คุยเรื่องนี้กับเขา แต่เขาคงให้ผ่านคืนนี้ไปไม่ได้ไม่อย่างนั้นเธอก็จะหาเรื่องบ่ายเบี่ยงเพื่อที่จะซื้อเวลาของเขาแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และอินทัชคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลย ไม่ได้หมายถึงตัวของเขาแต่หมายถึงเธอ ยิ่งอยากยื้อเขาไว้นานเท่าไหร่ คนที่จะเจ็บปวดมากที่สุดก็คือตัวเธอเอง

“อย่าพยายามยื้อพี่ไว้เลยเอิร์น เพราะพี่ไม่สามารถทนอยู่แบบนี้ได้แล้วจริง ๆ”

“พี่โอบไม่รักลูกเหรอคะ”

“พูดอะไรแบบนั้น! พี่แค่ไม่ได้รักเอิร์นแต่ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่รักลูกนะ” ถ้าไม่รักไม่อยากมีลูกแล้วเขาจะปล่อยให้เธอท้องทำไม อันนาคือลูกของเขาที่เขาตั้งใจทำให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น อย่ามาพูดว่าเขาไม่รักลูก

“พี่โอบ...”

อารีรัตน์เหมือนคนที่ถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ศีรษะของเธออย่างรุนแรง คำว่าพี่ไม่ได้รักเอิร์น คำนี้เหมือนกระชากสติและวิญญาณของเธอออกจากร่างกายไปแล้ว เหมือนลมหายใจของเธอได้หยุดทำงานไปในนาทีนั้น เขาหมดรักเธอตั้งแต่ตอนไหนหรือเขาไม่ได้รักเธอมาตั้งแต่ต้น ในความใจสลายก็ยังมีเรื่องที่ทำให้เธอเหลือแรงได้หายใจอยู่บ้าง เขายังรักลูกของเขา ยังไม่ใจร้ายจนถึงขั้นไม่ต้องการเราทั้งสองคน

“พี่โอบไม่เคยรักเอิร์นเลยเหรอคะ” เอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา กลั้นหายใจรอฟังคำตอบที่เธอเริ่มกลัว

“พี่ก็พยายามแล้วเอิร์น แต่พี่รักเอิร์นแบบคนที่เขารักกันไม่ได้ พี่มองเอิร์นเป็นคนรักไม่ได้จริง ๆ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาพี่เคยคิดนะว่าพี่จะสามารถเปลี่ยนมารักเอิร์นแบบนั้นได้ พี่ลองแล้ว สุดท้ายพี่ก็ฝืนใจของตัวเองไม่ได้”

ฟังแล้วอาจจะดูว่าเขาเป็นคนที่ใจร้ายที่พูดอะไรออกมาไม่นึกถึงความรู้สึกของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของตัวเอง ซึ่งอินทัชยอมรับว่าเขาใจร้ายกับอารีรัตน์จริง เขากับเธอแต่งงานอยู่ด้วยกันมา 4 ปีมีลูกที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคน เขารักลูกมาก แต่ว่าความรักที่เขามีให้อารีรัตน์นั้นไม่เคยข้ามเส้นจากคำว่าน้องสาวได้เลยสักครั้ง

ในวันที่เขาตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ตอนนั้นอินทัชกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ได้รักอารีรัตน์แบบคนรัก ที่เขาแต่งงานกับเธอก็เพราะความหวังดี เขาแต่งเพราะอยากช่วยเหลือให้เธอไม่ต้องไปเจอผู้ชายที่ไม่ดีและอีกอย่างเขาเองก็อยากลองสัมผัสชีวิตคู่ดูบ้าง ไหน ๆ ตอนนั้นหัวใจของเขาก็ไม่ได้อยากเปิดใจรับใครเข้ามาอยู่แล้ว

“ถ้าเอิร์นต้องไปแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก ก็มาแต่งกับพี่ดีกว่า อย่างน้อยเราสองคนก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เอิร์นรู้ว่าพี่นิสัยยังไงและพี่ก็รู้จักนิสัยของเอิร์นดี”

“แต่พี่โอบไม่ได้รักเอิร์นแบบนั้นนี่คะ”

“ตอนนี้ไม่ แต่เราอยู่ด้วยกันไป ไม่แน่นะพี่อาจจะรักเอิร์นแบบคนรักก็ได้”

แต่ตอนนี้อินทัชรู้แล้วว่าเมื่อไม่ได้รักแต่แรกจะให้มาเปลี่ยนใจเป็นรักในภายหลังก็ไม่ได้ ไม่รักก็คือไม่รัก เขาไม่น่าทำเหมือนว่าการแต่งงานเป็นเรื่องขายของเลย เสียเวลาทั้งเขาและอารีรัตน์ และตอนนี้เขากำลังแก้ไขให้เราทั้งคู่ได้เดินทางบนเส้นทางที่ชีวิตของเราต้องการ

ความต้องการในชีวิตของเธอคือแบบไหนอันนี้เขาคงไม่รู้ได้แต่ของเขาแน่นอนว่าไม่ใช่คำว่าครอบครัว เขาเหมาะที่จะอยู่คนเดียวอย่างอิสระมากกว่าแต่เขาจะไม่ทิ้งอันนา ลูกคือสิ่งล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา

และที่เขายังพยายามอุ้มคำว่าครอบครัวเอาไว้นานถึง 4 ปีก็เพราะเห็นแก่ลูก เขาพยายามฝืนไปต่อแต่นานวันเข้าหัวใจของอินทัชก็เรียกร้องช่วงชีวิตที่หายไปของเขา ชีวิตที่อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป หลังจากเรียนจบเขาก็ยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจ ทุ่มเทให้งานเต็มร้อยใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าธุรกิจจะเลี้ยงตัวเองได้แล้วหลังจากนั้นเขาก็แต่งงานทันที

“ผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับเอิร์น ถ้าจะแต่งกับคนแบบนั้นสู้ให้เอิร์นมาแต่งงานกับผมดีกว่าครับ”

“ผมดูแลเอิร์นได้”

“แต่งงานกับพี่ดีกว่าเอิร์น”

คิดย้อนกลับไปถึงตอนนั้น เขาพลาดจริง ๆ เขาทิ้งความโสดช่วงเวลาสนุกของชีวิตตัวเองแล้วตัดสินใจพลาดมาแต่งงาน ความขี้สงสารและใจดีเป็นเหตุแท้ ๆ และเขาจะไม่โทษอารีรัตน์เพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของเขาเองที่เอ่ยปากจะแต่งงานกับเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป