บทที่ 8 8
เรื่องราวที่เริ่มขึ้นตั้งแต่การเลือกบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอ ทุกความทรงจำคือความสุขที่อารีรัตน์จะไม่มีวันลืม แต่ในขณะนี้เธอไม่สามารถเอาภาพความสุขเหล่านั้นมาช่วยให้เธอก้าวผ่านช่วงเวลาบอบช้ำนี้ไปได้ ตรงกันข้ามเลย หากเธอยังอยู่ในบ้านหลังนั้นต่อก็มีแต่จะทำให้เธอทำใจได้ยากขึ้นและจะยิ่งทำให้เธอจมอยู่กับความทุกข์มากกว่าเดิม การเดินออกมาคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
“มาถึงแล้ว เก่งเหมือนกันนะเอิร์น” ขอชมตัวเองหน่อยเพราะครั้งนี้คือการขับรถที่ใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่อารีรัตน์เคยขับรถมา เธอใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงทั้งที่จริง ๆ แล้วระยะทางจากบ้านหลังนั้นมาที่บ้านหลังใหม่เป็นคนอื่นคงขับมาถึงภายในสองชั่วโมง
แต่เพราะเธอไม่ได้ขับรถด้วยตัวเองมานานและครั้งนี้มีอันนาอยู่บนรถด้วยจึงทำให้อารีรัตน์ขับช้ากว่าปกติ ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถึงช้าแต่ก็ถึงนะและถึงอย่างปลอดภัยด้วยแม้จะเกือบเย็นแล้วก็ตาม
“ในที่สุดเพื่อนรักของมินก็เดินทางมาถึงสักที นี่ก็ลุ้นอยู่ว่าเอิร์นจะเป็นยังไงบ้าง เป็นห่วงจนมินนั่งไม่ติดแล้วเนี่ย” มินตรารีบตรงเข้ามาหาทันทีที่เห็นรถยนต์ของเพื่อนรักขับเข้ามาจอดในรั้วบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของอารีรัตน์ที่ไหว้วานให้มินตราแวะเวียนเข้ามาดูแลและจ้างให้คนเข้ามาทำความสะอาดให้ตลอดเวลาที่เธออาศัยอยู่ที่บ้านเรือนหอ
หลังจากได้รับสายโทรศัพท์ของอารีรัตน์ตั้งแต่ตีสี่และได้รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคู่ของเพื่อนสนิท แม้จะเป็นเรื่องที่ฉุกละหุกแต่มินตราก็รีบดำเนินการจ้างแม่บ้านให้เข้ามาทำความสะอาดทันทีและจัดเตรียมบ้านให้เรียบร้อยเพื่อรออารีรัตน์และหลานรักของเธอ ‘เพื่อนสาวต้องการพักใจ’
“เอิร์นมาช้ามากเลยใช่ไหม ขอโทษนะมิน” ทำหน้ารู้สึกผิดและก็ยอมรับผิดจริง ๆ เพราะเธอมาช้ามาก พอมาเห็นเพื่อนสาวอุ้มลูกน้อยวัยเดียวกันกับอันนารอเธออยู่ก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
“คิดมากน่า ไม่ได้ช้าขนาดนั้น”
“ตังเม สวัสดีน้าเอิร์นค่ะคนเก่ง” มินตรายกมือขึ้นจัดผมหน้าม้าให้ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอขณะบอกให้สวัสดีคุณน้าเอิร์นไปด้วย
ตังเมเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมินตราที่เกิดจากเธอและไตร สามีที่ลืมเลือนเธอไปแล้ว มีเพียงทะเบียนสมรสเท่านั้นที่เป็นสิ่งยืนยันว่าเธอมีสามีอยู่ ส่วนเจ้าตัวนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าลูกและเมียอยู่ที่นี่
“สวัสดีค่ะน้าเอิร์น” สองมือป้อม ๆ ยกขึ้นมาพนมแล้วก้มศีรษะไหว้เพื่อนของแม่มิน ตังเมมีเก้อเขินอยู่บ้างเพราะไม่ค่อยได้เจอน้าเอิร์นบ่อยเท่าไหร่ ถึงจะเขินจนม้วนแต่ก็ยังไหว้สวยสมกับที่มินตราเคร่งเรื่องมารยาทกับลูกสาวของตัวเองเธอฝึกและอบรมตังเมเป็นอย่างดี
“น่ารักจังเลยลูก ตังเม” ขอจิ้มแก้มหลานสาวสักทีให้หายหมั่นเขี้ยวแล้วจึงแนะนำเด็กอีกคนให้รู้จักกัน
“อันนาไหว้น้ามินด้วยนะลูก”
“เมื่อวานก็ไหว้แล้วค่ะคุณแม่ วันนี้ต้องไหว้อีกเหรอคะ” ถ้าไม่ขี้สงสัยคงไม่ใช่อันนา และคำถามซื่อ ๆ ของเธอก็ทำเอาแม่ ๆ หลุดเสียงหัวเราะออกมาเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยจะตั้งคำถามกับเรื่องแบบนี้ คงเป็นเพราะอันนาพึ่งได้เจอหน้าน้ามินไปเมื่อวานและมาเจอวันนี้ก็เลยคิดว่าไม่ต้องไหว้แล้วเพราะเมื่อวานได้ไหว้ไปแล้ว เฮ้อ สงสัยต้องให้มินตราอบรมบ่มนิสัยให้ลูกสาวตัวแสบของเธอบ้าง
“ต้องไหว้อีกนะอันนา เจอวันใหม่ก็ต้องไหว้ใหม่ แม่มินบอกตังเม ว่าต้องไหว้ด้วย” ตังเมถูกสอนมาแบบนั้นเธอจึงรีบบอกเพื่อนใหม่ของตัวเองและเรียกชื่อถูกเพราะได้ยินน้าเอิร์นเรียกชื่อลูกสาวแบบนั้น เด็กน้อยช่างสังเกตจึงได้รู้ว่า เด็กผู้หญิงผมหยักศกคนนี้ชื่ออันนา
ส่วนอันนาก็พยักหน้าเข้าใจพร้อมยกมือขึ้นสวัสดีน้ามินตามที่คุณแม่และตังเมบอกก่อนจะหันมาฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนใหม่ของเธอ ดูเหมือนเพื่อนคนนี้จะถูกใจอันนามากซะด้วย
“สวัสดีค่ะน้ามิน”
“เราชื่อตังเมนะ” ตังเมเป็นเด็กน่ารักมากเธอตื่นเต้นที่จะได้มีเพื่อนใหม่ไม่น้อยไปกว่าอันนาเลย
“เราชื่ออันนา อันนา 3 ขวบ” กลัวเพื่อนจะไม่รู้ว่าตัวเองอายุสามขวบและจะเข้าอนุบาลหนึ่งแล้ว
“ตังเมก็ 3 ขวบ”
ภายใต้การสนทนาตามประสาวัยรุ่น 3 ขวบ ยังมีแม่ๆ ที่เฝ้ามองการพูดคุยของลูก ๆ มองไปก็ยิ้มตามไปด้วย เด็กทั้งสองคนเคยเจอกันแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นและยังไม่ทันจะได้จดจำชื่อของกันและกันก็ต้องจากกันเสียก่อน
ในวันเกิดของอันนา มินตราไม่ได้พาตังเมลูกสาวของเธอไปด้วยเพราะกลัวจะกลับดึกเกินไปจึงทำให้เด็กทั้งสองคนไม่ได้เจอหน้ากัน แต่หลังจากที่ได้เห็นมิตรภาพน้อยๆ กำลังก่อตัวขึ้นทั้งอารีรัตน์และมินตราก็เบาใจมากและคิดว่าลูกสาวของพวกเธอต้องกลายเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนที่แม่ ๆ เป็นแน่
“คิดถึงอิงค์กับว่านเลยเนาะ” พอยืนมองเด็ก ๆ กำลังจับมือกันเดินเข้าไปเล่นในบ้านก็พาทำให้อารีรัตน์คิดคิดถึงเพื่อนสนิทอีกสองคนของเธอ ว่านเป็นเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มและมักจะทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้สาว ๆ เสมอ ส่วนอิงค์คือน้องสาวของอินทัช และเพราะเธอสนิทกับอิงค์นี่แหละจึงเป็นเหตุทำให้อารีรัตน์ได้พบเขา
เธอสนิทกับอิงค์ก่อนจะมาเจอมินตราและว่านตอนเรียนมหาวิทยาลัย กับอิงค์ต้องพูดว่าเล่นกันมาตั้งแต่เด็กเพราะบ้านเธอกับครอบครัวของอินทัชอยู่ติดกัน เป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อน อารีรัตน์เข้าไปเล่นในบ้านของอิงค์เกือบทุกวันจึงทำให้เธอได้พบอินทัช เขาเป็นพี่ชายเพื่อนที่หล่อมากและใจดีกับเธอมากด้วย
