บทที่ 1 ตอนที่ 1 งานแต่ง

งานฉลองมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรูระดับหน้าดาวใจกลางเมืองกรุง แขกที่มาร่วมงานมีแต่งผู้ลากมากดี และกลุ่มนักธุรกิจมากมายเดินทั่วงาน เหมือนดั่งงานนัดสังสรรค์นักธุรกิจขนาดย่อมก็ไม่ปาน

หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเจ้าหญิงสีขาวสะอาดตาฟูฟ่อง ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้า จนทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากเจ้าบ่าวที่ยืนทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาให้ได้เห็น นอกจากความเบื่อหน่าย ถึงแม้ว่าเจ้าสาวของเขาในคืนนี้จะสวยปานนางฟ้าแค่ไหนก็ตาม

“ยินดีด้วยนะไอ้คิน มีเมียสักที”

“เห็นเงียบ ๆ คนแรกของกลุ่มเลยนะเว้ย” เพื่อนรักทั้งสองของเจ้าบ่าวเดินเข้ามาหาเพื่อนที่ยืนหน้านิ่งไม่มีการตอบรับคำพูดจากเพื่อนทั้งสองบริเวณหน้าแบ็กดรอปของงาน โดยมีเจ้าสาวแสนสวยยืนอยู่ข้าง ๆ

“สวัสดีครับ พี่ชื่ออรรถ ส่วนไอ้นี่ชื่อเมฆนะ”

“สวัสดีค่ะ หนูพราวฟ้านะคะ” เจ้าสาวยกมือขึ้นไหว้เพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสองด้วยความนอบน้อม รอยยิ้มและน้ำเสียงอ่อนหวาน ทำให้อคินปรายตามองเธอด้วยความหมั่นไส้ไม่น้อย

“น้องพราวฟ้าสวยเหมือนนางฟ้าเลยครับ”

“เหอะ!!”

“หรือมึงจะเถียงว่าเมียมึงไม่สวย” อรรถหันไปถามอคินที่ยืนทำให้เบื่อโลก และกระแอมเสียงขัดจังหวะเมื่ออรรถเอ่ยชมเจ้าสาวของตัวเอง

“งั้น ๆ”

“ใครจะไปสวยเหมือน ฟะ” ยังไม่ทันที่อรรถจะพูดจบ มือหนาของเมฆรีบตะครุบปากหนาของอรรถเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะพ่นชื่อของใครบางคนออกมาให้อคินและพราวฟ้าได้ยิน

“อย่าไปฟังไอ้อรรถมันมาก มันชอบเพ้อเจ้อ พี่สองคนขอตัวเข้าไปในงานก่อนนะครับ” เมฆพูดจบแล้ว เขาก็รีบลากเพื่อนรักเข้าไปในงานทันที

ภายในงานที่จัดขึ้นเหมือนสวรรค์ รายละเอียดทุกอย่างถูกจัดขึ้นด้วยความประณีต ทุกอย่างจำลองออกมาได้สวยเหมือนดั่งสวรรค์ แสง สี และภาพถูกจัดอย่างสวยงาม แขกเหรื่อใส่ชุดราตรีสีฟ้าขาวตามธีมที่ถูกเจ้าของงานกำหนดขึ้น

ดอกไม้สดสีขาวสะอาดตาวางประดับเอาไว้ตามกรอบภาพแต่งงานของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่ดูผ่าน ๆ เหมือนคนรักกัน แต่เมื่อตั้งใจดู ภาพที่ถูกถ่ายออกมาเหมือนใบหน้าของคนที่ถูกบังคับเสียมากกว่า

“ไอ้อรรถ มึงดูภาพคู่ดิวะ? หน้าไอ้คิน แม่งเหมือนถูกบังคับให้ถ่ายชัด ๆ” เมฆชี้ให้อรรถได้ดูภาพถ่ายพรีเวดดิ้งของอคินและพราวฟ้าที่ดูยังไงก็รู้ว่าฝืน แต่ยังดีที่เจ้าสาวยังมีรอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าหน้าสวยอยู่บ้าง ทำให้ภาพพรีเวดดิ้งไม่น่ากลัวเกินไป

“กูก็นึกแปลกใจว่าคนอย่างไอ้คิน ทำไมถึงรีบแต่งงาน”

“กูสงสารน้องพราวฟ้าก่อนเลยได้ไหม”

“คิดแบบกูเลยว่ะ” เมฆและอรรถหันไปมองหน้ากันพร้อมกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา พวกเขารู้จักนิสัยของอคินดี เพราะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยมัธยมจนถึงตอนนี้

“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยเจ้าคิน” เสียงคุณหญิงมินตราแม่ของอคินเอ่ยเตือนลูกชายที่ยืนทำหน้าเบื่อโลกไม่มีแม้แต่รอยยิ้มประดับบนใบหน้าหล่อ

“วันนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดในชีวิตของผม ผมทำหน้าแบบนี้แปลกตรงไหนครับ”

“เจ้าคิน พูดอะไรเกรงใจหนูพราวบ้างสิ”

“ไม่เห็นต้องเกรงใจผู้หญิงที่เห็นแก่เงินนี่ครับ”

“คิน!!”

“ผมขอตัว” ร่างสูงในชุดสูทเดินล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองผ่านหน้าผู้เป็นพ่อและแม่ไป โดยปล่อยให้เจ้าสาวยืนหน้าเสียเมื่อได้ยินประโยคจากอคิน

“หนูพราว อย่าไปถือสาพี่คินเลยนะลูก”

“ค่ะ คุณป้า”

“ว้าย!! คุณป้าอะไรลูก ตอนนี้หนูเป็นลูกสะใภ้ของแม่แล้ว ใบทะเบียนสมรสก็มีแล้ว เรียกแม่นะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณหญิงมินตราทำให้พราวฟ้าซาบซึ้งใจไม่น้อยที่ได้แม่สามีที่ดีแบบนี้

“ค่ะ คุณแม่”

“วันนี้เจ้าคินไม่เห็นค่า แต่แม่ว่าต้องมีสักวันที่พี่เขาจะคลานเข่ามาหาหนูลูก เชื่อแม่สิ” รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าของคุณหญิงมินตราที่มองตามแผ่นหลังของลูกชายตัวเองที่กำลังยืนดื่มกับเพื่อนอยู่

คุณหญิงมินตราและคุณฌาน พ่อของอคินเดินแยกตัวจากพราวฟ้าออกมารับแขก แต่ก็ไม่วายถูกสามีของตัวเองเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยกับคำพูดของภรรยาซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่ของอคิน

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นคุณมินตรา”

“ไม่เชื่อคุณก็คอยดูลูกชายคุณสิคะ”

“ผมกลัวว่าเมื่อถึงเวลานั้น หนูพราวจะไม่ทนน่ะสิ!!”

บทถัดไป